ฎีกาที่ 5827/2562
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
โจทก์ฟ้องจำเลยในฐานะผู้จัดการ มรดก และในฐานะส่วนตัวโดยบรรยายฟ้องว่าโจทก์ จำเลย และ บ. เป็นผู้จัดการ มรดก ร่วมกันของผู้ตายตามคำสั่งศาล ทรัพย์ มรดก ส่วนใหญ่จะใส่ชื่อจำเลยถือกรรมสิทธิ์และจำเลยเป็นผู้ครอบครองทรัพย์ มรดก แทน จำเลยมีหน้าที่ต้องนำทรัพย์ มรดก ทั้งหมดมาแบ่งปันให้แก่ทายาท แต่จำเลยแสดงทรัพย์ มรดก เพียงบางส่วน โดยปิดบังทรัพย์ มรดก มากกว่าส่วนที่จำเลยจะได้รับจากกอง มรดก จึงไม่สามารถจัดการแบ่ง มรดก ได้ ขอให้บังคับจำเลยและผู้จัดการ มรดก ร่วมกันแบ่งปันทรัพย์ มรดก ให้แก่โจทก์ตามสิทธิที่พึงได้หนึ่งในสี่ส่วน หรือให้ชำระเงินแทนพร้อมดอกเบี้ย กับขอให้จำเลยถูกกำจัดมิให้รับ มรดก ดังนั้น ข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาในการฟ้องคดีจึงเป็นเรื่องที่จำเลยปิดบังไม่นำทรัพย์ มรดก ที่อยู่ในความครอบครองของจำเลยมาแบ่งปันให้แก่ทายาท อันเป็นการกระทำส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับการทำหน้าที่ของผู้จัดการ มรดก แม้จะมีคำขอท้ายฟ้องให้บังคับจำเลยและผู้จัดการ มรดก ร่วมแบ่ง มรดก ก็มิใช่เป็นการฟ้องคดีจัดการ มรดก ซึ่งกรณีมีผู้จัดการ มรดก ตามคำสั่งศาลหลายคนต้องดำเนินการตาม ป.พ.พ. มาตรา 1726 ที่บัญญัติให้การทำการตามหน้าที่ของผู้จัดการ มรดก ต้องถือเอาเสียงข้างมาก โจทก์จึงไม่จำต้องฟ้องผู้จัดการ มรดก ร่วมที่ไม่ได้ปิดบังหรือมีส่วนร่วมในการปิดบังทรัพย์ มรดก ด้วย
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยและผู้จัดการ มรดก ร่วมของผู้ตายแบ่งทรัพย์ มรดก ให้โจทก์ตามสิทธิหนึ่งในสี่ส่วน ตามบัญชีทรัพย์และสรุปรายการแบ่งปันทรัพย์ มรดก ท้ายฟ้องหมายเลข 4 และ 5 หากจำเลยและผู้จัดการ มรดก ร่วมไม่สามารถแบ่งปันทรัพย์ มรดก ให้แก่โจทก์ได้ ขอให้จำเลยและผู้จัดการ มรดก ร่วมชำระเงิน 208,048,410 บาท จากกอง มรดก พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับตั้งแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระแก่โจทก์เสร็จสิ้น ขอให้กำจัดมิให้จำเลยรับ มรดก ในส่วนของตนที่จะได้รับ และให้กลับคืนเป็นทรัพย์ มรดก เพื่อแบ่งปันแก่ทายาทต่อไป หากจำเลยและผู้จัดการ มรดก ร่วมไม่แบ่งปันทรัพย์ มรดก ให้แก่โจทก์ ขอให้ยึดทรัพย์ มรดก ขายทอดตลาดนำเงินมาแบ่งปันแก่โจทก์ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยแบ่งปันทรัพย์ มรดก ของนายเกรียงไกร ผู้ตาย ตามบัญชีทรัพย์ มรดก ทรัพย์รายการที่ 1 รวม 13 รายการ ทรัพย์รายการที่ 2 รวม 8 รายการ ทรัพย์รายการที่ 2 แบ่งออกเป็นสองส่วน ทรัพย์หนึ่งในสองส่วนเป็นทรัพย์ มรดก ของผู้ตาย แล้วนำทรัพย์ มรดก หักออกจากค่ารักษาพยาบาล 5,817,072 บาท ส่วนที่เหลือจึงเป็นทรัพย์ มรดก ของผู้ตายแบ่งปันให้โจทก์ให้หนึ่งในห้าส่วนของทรัพย์ มรดก ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก โจทก์และจำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โดยไม่ตัดสิทธิโจทก์ที่จะนำคดีมาฟ้องใหม่ให้ถูกต้อง ภายใต้บังคับแห่งบทบัญญัติของกฎหมายว่าด้วยอายุความ ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงตามที่คู่ความมิได้โต้แย้งกันในชั้นนี้รับฟังได้ว่า นายเกรียงไกร ผู้ตาย กับนางบุญสม เป็นสามีภริยาโดยชอบด้วยกฎหมาย ผู้ตายถึงแก่ความตายเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2553 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งนางบุญสม โจทก์ และจำเลยเป็นผู้จัดการ มรดก ร่วมกัน ตามคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 89/2554 ของศาลชั้นต้น เดิมผู้ตายประกอบกิจการให้เช่ารถแท็กซี่ โรงภาพยนตร์และมีที่ดินให้เช่า แต่เลิกกิจการดังกล่าว ต่อมาผู้ตายกับจำเลยเป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำแทนและผู้ถือหุ้นในบริษัท 3 บริษัท คือ บริษัทเค.เอส. เรียลเอสเตทส์ จำกัด บริษัทราม 65 เซ็นเตอร์ จำกัด และบริษัทรอยัลพลาซ่า จำกัด วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2554 โจทก์มีหนังสือแจ้งจำเลยและนางบุญสมให้นัดประชุมปรึกษาเรื่องการจัดการ มรดก ของผู้ตาย วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2554 โจทก์ จำเลย นางบุญสม นางวิไล และนายวิชิต พร้อมญาติพี่น้องของแต่ละฝ่ายเข้าร่วมประชุม โดยโจทก์ จำเลย และนางบุญสมยอมรับว่าทรัพย์สิน 13 รายการ ตามฟ้องข้อ 5.1 เป็นสินสมรสระหว่างผู้ตายกับนางบุญสมที่อยู่ในความครอบครองของจำเลยและนางบุญสม และทรัพย์สินที่นางบุญสมมีชื่อถือกรรมสิทธิ์ 8 รายการ ตามฟ้องข้อ 5.2 เป็นสินสมรสระหว่างผู้ตายกับนางบุญสม และกอง มรดก มีหนี้สินเป็นค่ารักษาพยาบาลที่จำเลยทดรองจ่ายแทนไป 5,817,072 บาท มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาโจทก์ว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ เห็นว่า โจทก์ฟ้องจำเลยในฐานะผู้จัดการ มรดก และในฐานะส่วนตัวโดยบรรยายฟ้องว่าโจทก์ จำเลย และนางบุญสมเป็นผู้จัดการ มรดก ร่วมกันของผู้ตายตามคำสั่งศาล ทรัพย์ มรดก ส่วนใหญ่จะใส่ชื่อจำเลยถือกรรมสิทธิ์และจำเลยเป็นผู้ครอบครองทรัพย์ มรดก แทน จำเลยมีหน้าที่ต้องนำทรัพย์ มรดก ทั้งหมดมาแบ่งปันให้แก่ทายาท แต่จำเลยแสดงทรัพย์ มรดก เพียงบางส่วน โดยปิดบังทรัพย์ มรดก 1,627,480,251 บาท มากกว่าส่วนที่จำเลยจะได้รับจากกอง มรดก จึงไม่สามารถจัดการแบ่ง มรดก ได้ ขอให้บังคับจำเลยและผู้จัดการ มรดก ร่วมแบ่งปันทรัพย์ มรดก ให้แก่โจทก์ตามสิทธิที่พึงได้หนึ่งในสี่ส่วน หรือให้ชำระเงินแทนพร้อมดอกเบี้ย กับขอให้จำเลยถูกกำจัดมิให้รับ มรดก ดังนั้น ข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาในการฟ้องคดีจึงเป็นเรื่องที่จำเลยปิดบังไม่นำทรัพย์ มรดก ที่อยู่ในความครอบครองของจำเลยมาแบ่งปันให้แก่ทายาท อันเป็นการกระทำส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับการทำหน้าที่ของผู้จัดการ มรดก แม้จะมีคำขอท้ายฟ้องให้บังคับจำเลยและผู้จัดการ มรดก ร่วมแบ่ง มรดก ก็มิใช่เป็นการฟ้องคดีจัดการ มรดก ซึ่งกรณีมีผู้จัดการ มรดก ตามคำสั่งศาลหลายคนต้องดำเนินการตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1726 ที่บัญญัติให้การทำการตามหน้าที่ของผู้จัดการ มรดก ต้องถือเอาเสียงข้างมาก โจทก์จึงไม่จำต้องฟ้องผู้จัดการ มรดก ร่วมที่ไม่ได้ปิดบังหรือมีส่วนร่วมในการปิดบังทรัพย์ มรดก ด้วย เมื่อเจ้า มรดก ตาย ทรัพย์ มรดก นั้นก็ตกแก่ทายาท ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1599 วรรคหนึ่ง โจทก์เป็นทายาทคนหนึ่งย่อมมีสิทธิเป็นเจ้าของรวมในทรัพย์ มรดก ตามส่วนที่ตนจะพึงได้ ซึ่งเจ้าของรวมคนหนึ่ง ๆ อาจใช้สิทธิอันเกิดแต่กรรมสิทธิ์ครอบไปถึงทรัพย์สินทั้งหมดเพื่อต่อสู้บุคคลภายนอก รวมถึงการเรียกร้องเอาทรัพย์สินคืน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1359 ทั้งบทบัญญัติประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 6 ลักษณะ 4 ว่าด้วยวิธีจัดการและปันทรัพย์ มรดก ก็มิได้ห้ามทายาทไม่ให้ฟ้องร้องติดตามเอาทรัพย์ มรดก จากผู้ปิดบังครอบครองซึ่งไม่มีสิทธิจะยึดถือไว้ได้ โจทก์ในฐานะทายาทจึงมีอำนาจฟ้องจำเลยเพื่อรวบรวมทรัพย์สินเข้าเป็นกอง มรดก แบ่งปันให้แก่ทายาทผู้มีสิทธิต่อไป ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยในฐานะผู้จัดการ มรดก ร่วมเพียงลำพัง และพิพากษายกฟ้องโจทก์มานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ข้อนี้ฟังขึ้น พิพากษากลับ ให้จำเลยแบ่งปันทรัพย์ มรดก ของผู้ตาย 13 รายการ ตามบัญชีทรัพย์ มรดก ของผู้ตาย และ 8 รายการ ตามรายการทรัพย์สินของนางบุญสมท้ายรายงานการประชุมการจัดการทรัพย์ มรดก ของผู้ตาย และบัญชีทรัพย์ มรดก ของผู้ตาย รายการที่ 1 และ 2 โดยทรัพย์ มรดก ดังกล่าวให้แบ่งส่วนที่เป็นสินสมรสของนางบุญสมออกครึ่งหนึ่งก่อน ส่วนอีกครึ่งหนึ่งของผู้ตายเป็น มรดก นำไปหักออกจากค่ารักษาพยาบาล 5,817,072 บาท ส่วนที่เหลือเป็นทรัพย์ มรดก แบ่งให้โจทก์หนึ่งในห้าส่วน วิธีการแบ่งให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1364 ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5827/2562 นาง ว. โจทก์ นาย ว. ในฐานะผู้จัดการ มรดก และในฐานะส่วนตัว จำเลย ป.พ.พ. ม. 1726 ป.วิ.พ. ม. 55