ฎีกาที่ 1042/2561
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
แม้ผู้ เช่าซื้อ จะผิดนัดไม่ชำระค่า เช่าซื้อ งวดใดงวดหนึ่ง ก็ไม่อาจถือว่าสัญญา เช่าซื้อ ต้องเลิกกันทันทีโดยมิพักต้องบอกกล่าวล่วงหน้าก่อนตามสัญญาข้อ 6 เพราะอาจมีกรณีผู้ให้ เช่าซื้อ ผ่อนผันการผิดนัดงวดนั้นดังที่ระบุในสัญญาข้อ 9 การที่โจทก์ชำระค่า เช่าซื้อ แล้ว 33 งวด โดยเป็นการชำระไม่ตรงตามกำหนดระยะเวลาที่ระบุไว้ในสัญญาแต่จำเลยยอมรับค่า เช่าซื้อ ดังกล่าว แสดงว่าจำเลยยอมผ่อนผันการผิดนัดครั้งนั้นให้โจทก์โดยไม่ถือว่าสัญญา เช่าซื้อ เลิกกันทันทีเพราะเหตุโจทก์ผิดนัด นอกจากนี้ยังปรากฏว่า หลังจากมีการยึดรถขุดที่ เช่าซื้อ คืนมาแล้ว จำเลยยังส่งหนังสือแจ้งเตือนให้โจทก์ชำระหนี้ค่า เช่าซื้อ ตั้งแต่งวดที่ 34 ถึงงวดที่ 36 อีก 2 ฉบับ โดยฉบับสุดท้ายขอให้โจทก์ติดต่อชำระเงินส่วนที่เหลือทั้งหมดพร้อมค่าใช้จ่าย มิฉะนั้นจำเลยจะนำรถขุดออกขายแก่บุคคลภายนอก เป็นพฤติการณ์ที่ประกอบกันแสดงให้เห็นว่าจำเลยยังคงผ่อนผันการผิดนัดให้โจทก์อีกเหมือนเช่นที่เคยปฏิบัติ โดยหากโจทก์นำค่า เช่าซื้อ ที่ค้างชำระไปชำระแก่จำเลยพร้อมเบี้ยปรับฐานชำระล่าช้า จำเลยก็จะยินยอมให้โจทก์รับรถขุดที่ เช่าซื้อ กลับคืนไปและชำระค่า เช่าซื้อ ต่อไปจนกว่าจะครบตามสัญญา ส่วนหนังสือบอกเลิกสัญญาที่จำเลยให้ลูกจ้างของจำเลยนำติดตัวไปเพื่อดำเนินการยึดรถขุดแล้วลูกจ้างของจำเลยนำไปมอบให้แก่ผู้ขับรถขุดภายหลังจากทำการยึดรถขุดแล้วนั้น กรณีมิใช่การมอบให้แก่โจทก์หรือผู้มีอำนาจกระทำการแทนโจทก์ ทั้งหนังสือดังกล่าวมิได้กำหนดเวลาให้โจทก์ชำระหนี้ในเวลาอันสมควรเสียก่อน กลับมีการมอบให้ภายหลังการยึดรถขุด ทั้งข้อความในหนังสือดังกล่าวระบุว่าผู้ เช่าซื้อ ผิดสัญญาจึงเลิกสัญญากับผู้ เช่าซื้อ ขัดแย้งกับที่จำเลยยังคงออกหนังสือแจ้งเตือนให้โจทก์ชำระค่า เช่าซื้อ ที่ค้างภายหลังจากที่ยึดรถขุดคืนมาแล้วดังกล่าวการบอกเลิกสัญญาของจำเลยจึงไม่ชอบ สัญญา เช่าซื้อ ระหว่างโจทก์กับจำเลยยังไม่เลิกกัน จำเลยจึงไม่มีสิทธิยึดรถขุดที่ เช่าซื้อ คืนได้ การที่จำเลยยึดรถขุดดังกล่าวมา จำเลยจึงเป็นฝ่ายผิดสัญญา
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 5,377,959 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ และให้ชำระค่าปรับหรือค่าขาดประโยชน์ที่โจทก์ไม่สามารถใช้ประโยชน์รถขุดที่ เช่าซื้อ ในอัตราวันละ 30,000 บาท จนกว่าโจทก์จะหารถขุดคันใหม่ได้ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 600,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 18 ธันวาคม 2556 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 8,000 บาท เฉพาะค่าขึ้นศาลให้ใช้แทนตามทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดี คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก โจทก์และจำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน แต่ให้คืนค่าธรรมเนียมซึ่งต้องใช้แทนแก่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งตามคำพิพากษาหรือคำสั่งส่วนที่เกิน 1,520 บาท แก่จำเลย ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นรับฟังได้ว่า โจทก์เป็นห้างหุ้นส่วนจำกัดมีนายสุวรรณ์ เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ ส่วนจำเลยเป็นบริษัทจำกัด เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2553 โจทก์ทำสัญญา เช่าซื้อ รถขุดไฮดรอลิก ยี่ห้อโคมัตสุ รุ่น PC200 - 7 หมายเลขเครื่องยนต์ 6D102 - 26460126 หมายเลขตัวรถ KMTPC049P87C79872 จากจำเลยในราคา 4,662,814 บาท โจทก์ชำระค่า เช่าซื้อ ในวันทำสัญญา 600,000 บาท ส่วนที่เหลือตกลงผ่อนชำระ 48 งวด งวดแรกชำระ 84,264 บาท งวดต่อไปชำระงวดละ 84,650 บาท ทุกวันที่ 2 ของเดือน เริ่มชำระงวดแรกวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2554 หลังทำสัญญาโจทก์ชำระค่า เช่าซื้อ ให้แก่จำเลยเรื่อยมาจนถึงงวดที่ 33 เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2556 จำเลยยึดรถขุดที่ เช่าซื้อ คืน คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยเพียงประการเดียวว่า จำเลยมีสิทธิยึดรถขุดที่ เช่าซื้อ คืนหรือไม่ จำเลยฎีกาว่า จำเลยมีสิทธิยึดรถขุดที่ เช่าซื้อ คืน เนื่องจากโจทก์ผิดสัญญา เช่าซื้อ โดยขายรถขุดที่ เช่าซื้อ ให้แก่บุคคลอื่นระหว่างที่ยังชำระค่า เช่าซื้อ ไม่ครบ ทั้งยังผิดนัดไม่ชำระค่า เช่าซื้อ สัญญา เช่าซื้อ จึงเป็นอันเลิกกันตามข้อตกลงในสัญญา เห็นว่า ในส่วนของข้ออ้างว่าโจทก์ผิดนัดไม่ชำระค่า เช่าซื้อ สัญญา เช่าซื้อ จึงเป็นอันเลิกกันตามข้อตกลงในสัญญา เช่าซื้อ ข้อ 6 ที่ว่า หากผู้ เช่าซื้อ ผิดนัดไม่ชำระค่า เช่าซื้อ ภายในกำหนดตามสัญญาไม่ว่าจะมีการทวงถามหรือไม่ ให้ถือว่าสัญญา เช่าซื้อ เลิกกันเพิกถอนไปทันทีโดยมิพักต้องบอกกล่าวล่วงหน้าก่อนแต่อย่างใด และข้อตกลงข้อ 9 ที่กำหนดว่า กรณีผู้ เช่าซื้อ ผิดนัด ผิดสัญญาหลายครั้ง ถ้าผู้ให้ เช่าซื้อ ยอมผ่อนผันการผิดนัดหรือผิดสัญญาครั้งใดอย่างใด ไม่ให้ถือว่าเป็นการผ่อนผันการผิดนัดผิดสัญญาครั้งอื่นอย่างอื่นนั้น ปรากฏตามทางนำสืบของโจทก์และจำเลยตรงกันว่าในระหว่างการชำระค่า เช่าซื้อ จนถึงงวดที่ 33 ประจำวันที่ 2 ตุลาคม 2556 โจทก์ชำระค่า เช่าซื้อ ไม่ตรงตามกำหนดระยะเวลาที่ระบุในสัญญา แต่จำเลยยอมรับชำระค่า เช่าซื้อ ที่ชำระล่าช้าทุกครั้งโดยมีการคิดค่าปรับฐานชำระล่าช้าเอาจากโจทก์ แต่ในการชำระค่า เช่าซื้อ งวดที่ 34 ประจำวันที่ 2 พฤศจิกายน 2556 และงวดที่ 35 ประจำวันที่ 2 ธันวาคม 2556 โจทก์ชำระเป็นเช็คธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สาขาสุราษฎร์ธานี ลงวันที่ล่วงหน้าวันที่ 2 พฤศจิกายน 2556 และวันที่ 2 ธันวาคม 2556 สั่งจ่ายเงินฉบับละ 84,650 บาท ให้แก่จำเลย เช็คทั้งสองฉบับถูกธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2556 และวันที่ 2 ธันวาคม 2556 จำเลยจึงออกติดตามหารถขุดที่ เช่าซื้อ จนนายชุบพนักงานของจำเลยยึดรถขุดที่ เช่าซื้อ คืนได้เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2556 และมีการมอบหนังสือลงวันที่ 12 ธันวาคม 2556 บอกเลิกสัญญาตั้งแต่วันที่ 2 พฤศจิกายน 2556 ที่จัดเตรียมมาให้แก่คนขับรถขุดที่ เช่าซื้อ เพื่อให้นำไปมอบให้แก่โจทก์ ดังนี้ แม้ผู้ เช่าซื้อ จะผิดนัดไม่ชำระค่า เช่าซื้อ งวดใดงวดหนึ่ง ก็ไม่อาจถือว่าสัญญา เช่าซื้อ ต้องเลิกกันทันทีโดยมิพักต้องบอกกล่าวล่วงหน้าก่อนตามสัญญาข้อ 6 เพราะอาจมีกรณีผู้ให้ เช่าซื้อ ผ่อนผันการผิดนัดงวดนั้นดังที่ระบุในสัญญาข้อ 9 การที่โจทก์ชำระค่า เช่าซื้อ แล้ว 33 งวด โดยเป็นการชำระไม่ตรงตามกำหนดระยะเวลาที่ระบุไว้ในสัญญา แต่จำเลยยอมรับค่า เช่าซื้อ ดังกล่าว แสดงว่าจำเลยยอมผ่อนผันการผิดนัดครั้งนั้นให้โจทก์ โดยไม่ถือว่าสัญญา เช่าซื้อ เลิกกันทันทีเพราะเหตุโจทก์ผิดนัด นอกจากนี้ยังปรากฏตามทางนำสืบของโจทก์ว่า หลังจากมีการยึดรถขุดที่ เช่าซื้อ คืนมาแล้ว ต่อมาจำเลยยังส่งหนังสือลงวันที่ 1 มกราคม 2557 แจ้งเตือนให้โจทก์ชำระหนี้ค่างวดตั้งแต่งวดที่ 34 ถึงงวดที่ 36 พร้อมค่าใช้จ่ายให้แก่จำเลยโดยทันที โดยในช่องหมายเหตุมีการระบุถึงเบี้ยปรับ ณ วันที่ 1 มกราคม 2557 เป็นเงิน 32,415 บาท และระบุด้วยว่าหากไม่ชำระตามกำหนด ต้องเสียค่าติดตามเพิ่มพร้อมค่างวดในงวดถัดไป ในลักษณะเดียวกับหนังสือเตือนให้ชำระหนี้ค่างวดสำหรับงวดก่อนหน้านี้ นอกจากนี้ยังปรากฏหลักฐานตามทางนำสืบของจำเลยเองว่า จำเลยยังมีหนังสือลงวันที่ 8 มกราคม 2557 แจ้งเตือนว่าโจทก์ค้างชำระค่า เช่าซื้อ ตั้งแต่งวดที่ 34 ถึงงวดที่ 36 ถือว่าผู้ เช่าซื้อ ผิดสัญญาและจำเลยได้รับรถขุดที่ เช่าซื้อ คืนมาแล้ว ขอให้โจทก์ติดต่อชำระเงินส่วนที่เหลือทั้งหมด (ปิดบัญชี) พร้อมค่าใช้จ่ายภายในวันที่ 30 มกราคม 2557 มิฉะนั้นจำเลยจะนำรถขุดออกขายแก่บุคคลภายนอก เป็นพฤติการณ์ที่ประกอบกันแสดงให้เห็นว่าจำเลยยังคงผ่อนผันการผิดนัดให้โจทก์อีกเหมือนเช่นที่เคยปฏิบัติ โดยหากโจทก์นำค่า เช่าซื้อ ที่ค้างชำระไปชำระแก่จำเลยพร้อมเบี้ยปรับฐานชำระล่าช้า จำเลยก็จะยินยอมให้โจทก์รับรถขุดที่ เช่าซื้อ กลับคืนไปและชำระค่า เช่าซื้อ ต่อไปจนกว่าจะครบตามสัญญา มิฉะนั้นจำเลยจะใช้สิทธินำรถขุดที่ เช่าซื้อ ที่ได้ยึดคืนไปแล้วออกขายได้โดยไม่จำต้องบอกกล่าวให้ผู้ เช่าซื้อ ทราบ หากราคาที่ขายได้ไม่เพียงพอชำระหนี้ จึงเรียกเอาส่วนที่ยังขาดอยู่จากผู้ เช่าซื้อ จนครบถ้วน ตามสัญญา เช่าซื้อ ข้อ 7 ส่วนที่จำเลยทำหนังสือบอกเลิกสัญญาลงวันที่ 12 ธันวาคม 2556 ให้นายชุบนำติดตัวไปในขณะทำการยึดรถขุดที่ เช่าซื้อ เมื่อนายชุบกับพวกยึดรถขุดแล้วได้มอบหนังสือดังกล่าวให้แก่ผู้ที่ขับรถขุดนั้น กรณีมิใช่การมอบให้แก่โจทก์หรือผู้มีอำนาจกระทำการแทนโจทก์ ทั้งหนังสือดังกล่าวมิได้กำหนดเวลาให้โจทก์ชำระหนี้ในเวลาอันสมควรเสียก่อน กลับมีการมอบให้ภายหลังการยึดรถขุดที่ เช่าซื้อ ทั้งข้อความในหนังสือดังกล่าวระบุว่า ถือว่าผู้ เช่าซื้อ ผิดสัญญาจึงเลิกสัญญากับผู้ เช่าซื้อ ตั้งแต่วันที่ 2 พฤศจิกายน 2556 ขัดแย้งกับที่จำเลยยังคงออกหนังสือลงวันที่ 1 มกราคม 2557 แจ้งเตือนให้โจทก์ชำระค่า เช่าซื้อ งวดที่ 34 ถึงงวดที่ 36 ดังวินิจฉัยแล้ว การบอกเลิกสัญญาของจำเลยจึงไม่ชอบ สัญญา เช่าซื้อ ระหว่างโจทก์กับจำเลยยังไม่เลิกกัน จำเลยจึงไม่มีสิทธิยึดรถขุดที่ เช่าซื้อ คืนได้ การที่จำเลยยึดรถขุดดังกล่าวมา จำเลยจึงเป็นฝ่ายผิดสัญญาจึงต้องชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 วินิจฉัยมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1042/2561 ห้างหุ้นส่วนจำกัด สินพูน คอนสตรัคชั่น โจทก์ บริษัทโคมัตสุ บางกอก ลีสซิ่ง จำกัด จำเลย ป.พ.พ. ม. 204 , ม. 387 , ม. 572