ฎีกาที่ 5486/2560
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
จำเลยเห็นผู้ตายขณะมีเพศสัมพันธ์กับภริยาจำเลย จึงเข้าไปชกต่อยต่อสู้กับผู้ตาย เมื่อจำเลยเพลี่ยงพล้ำ ภริยาจำเลยและผู้ตายรีบสวมใส่กางเกง แล้วภริยาจำเลยไปติดเครื่องรถจักรยานยนต์และเรียกผู้ตายขึ้นรถ ผู้ตายก็รีบวิ่งไปนั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ที่ภริยาจำเลยขับออกไป ดังนี้ ภยันอันตรายที่เกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมายได้ผ่านพ้นไปแล้ว การที่จำเลยวิ่งตามไปทันทีแล้วใช้ไม้และเสียมตีผู้ตายจึงไม่อาจอ้างว่าเป็นการป้องกันสิทธิของตนได้ แต่อย่างไรก็ตาม การกระทำดังกล่าวต่อเนื่องกระชั้นชิดกับเหตุการณ์ที่จำเลยเห็นผู้ตายมีเพศสัมพันธ์กับภริยาจำเลย ถือได้ว่าจำเลยถูกผู้ตายข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม การที่จำเลยใช้ไม้และเสียมตีผู้ตายในขณะนั้น จึงเป็นการ ฆ่า ผู้อื่นโดยบันดาลโทสะ
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 91, 288, 371 และริบของกลาง จำเลยให้การรับสารภาพข้อหาพาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธาณะโดยเปิดเผยและโดยไม่มีเหตุสมควร ส่วนข้อหา ฆ่า ผู้อื่นให้การปฏิเสธ แต่ก่อนสืบพยาน จำเลยขอถอนคำให้การเดิม และให้การใหม่โดยต่อสู้อ้างเหตุป้องกัน ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบมาตรา 72, 371 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐาน ฆ่า ผู้อื่นโดยบันดาลโทสะ จำคุก 12 ปี ฐานพาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยเปิดเผยและโดยไม่มีเหตุสมควร ปรับ 1,000 บาท ทางนำสืบของจำเลยฐาน ฆ่า ผู้อื่นโดยบันดาลโทสะเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 8 ปี ฐานพาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยเปิดเผยและโดยไม่มีเหตุสมควร จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงปรับ 500 บาท รวมจำคุก 8 ปี และปรับ 500 บาท ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29,30 ริบเหล็กแหลม ไม้สด ด้ามเสียม และใบเสียมโลหะของกลาง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบมาตรา 69 จำคุก 3 ปี ทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 2 ปี โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 3 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่า จำเลยเป็นสามีโดยชอบด้วยกฎหมายของนางสาวหยาดพิรุณ ในวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้องจำเลยพาอาวุธเหล็กแหลมสองแฉกไปตามถนนสาธารณะภายในหมู่บ้านโนนสง่า แล้วจำเลยใช้ไม้ที่พบข้างทางและเสียมที่นำมาจากกระท่อมตีทำร้ายนายอุทิศ ผู้ตายหลายครั้งถูกที่ศีรษะใบหน้าและลำตัวเป็นเหตุให้ผู้ตายถึงแก่ความตาย ตามรายงานการชันสูตรพลิกศพ สำหรับความผิดฐานพาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยเปิดเผยและโดยไม่มีเหตุสมควร ไม่มีคู่ความฝ่ายใดอุทธรณ์ จึงยุติไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น คดีคงมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า การกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันเกินสมควรแก่เหตุตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 หรือไม่ ได้ความจากคำเบิกความของนางสาวหยาดพิรุณภริยาจำเลยพยานโจทก์ว่า จำเลยเห็นผู้ตายขณะมีเพศสัมพันธ์กับภริยาจำเลยจึงเข้าไปชกต่อยต่อสู้กับผู้ตาย เมื่อจำเลยเพลี่ยงพล้ำภริยาจำเลยและผู้ตายรีบสวมใส่กางเกง แล้วภริยาจำเลยขับรถจักรยานยนต์โดยมีผู้ตายนั่งซ้อนท้ายออกไปห่างจากกระท่อมประมาณ 50 เมตร ก็ได้ยินเสียงไม้ตีอยู่ด้านหลังทำให้ไม่สามารถทรงตัวอยู่ได้ รถจักรยานยนต์จึงล้มลง ภริยาจำเลยวิ่งไปบริเวณป่ามันสำปะหลังแล้วมองกลับมาเห็นจำเลยกับผู้ตายต่อสู้กัน ผู้ตายล้มลงและพูดว่า "ยอมแล้ว ยอมแล้ว" แต่จำเลยยังใช้ไม้ตีลำตัวผู้ตายจนเสียงต่อสู้สงบลง เจือสมคำเบิกความของจำเลยที่ว่าจำเลยเห็นภริยาจำเลยกับผู้ตายมีเพศสัมพันธ์กัน จำเลยโกรธจึงเข้าไปดึงผู้ตายออกมาชกต่อย ส่วนภริยาจำเลยไปติดเครื่องรถจักรยานยนต์และเรียกผู้ตายขึ้นรถ ผู้ตายก็รีบวิ่งไปนั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ที่ภริยาจำเลยขับออกไป จำเลยวิ่งตามโดยถือเสียมจากกระท่อมและไม้ที่หล่นอยู่ตามทางติดมือไปด้วย เมื่อตามไปทันจึงใช้ไม้ตีหลังผู้ตายจนรถจักรยานยนต์ล้มลง ภริยาจำเลยและผู้ตายตกจากรถแล้วภริยาจำเลยหนีเข้าไปในป่ามันสำปะหลัง จำเลยใช้ไม้ตีบริเวณศีรษะและลำตัวผู้ตายแล้วใช้เสียมตีศีรษะผู้ตายจนเหล็กแยกออกจากด้ามไม้ ผู้ตายนอนนิ่งอยู่กับพื้น จึงฟังได้ว่า จำเลยเห็นผู้ตายขณะมีเพศสัมพันธ์กับภริยาจำเลยจึงเข้าไปชกต่อยต่อสู้กับผู้ตาย เมื่อจำเลยเพลี่ยงพล้ำ ภริยาจำเลยและผู้ตายรีบสวมใส่กางเกง แล้วภริยาจำเลยไปติดเครื่องรถจักรยานยนต์และเรียกผู้ตายขึ้นรถ ผู้ตายก็รีบวิ่งไปนั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ที่ภริยาจำเลยขับออกไป ดังนี้ ภยันตรายที่เกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมายได้ผ่านพ้นไปแล้ว การที่จำเลยวิ่งตามไปทันทีแล้วใช้ไม้และเสียมตีผู้ตายจึงไม่อาจอ้างว่าเป็นการป้องกันสิทธิของตนได้ แต่อย่างไรก็ดี การกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำต่อเนื่องกระชั้นชิดกับเหตุการณ์ที่จำเลยเห็นผู้ตายมีเพศสัมพันธ์กับภริยาจำเลย ถือได้ว่าจำเลยถูกผู้ตายข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม การที่จำเลยใช้ไม้และเสียมตีผู้ตายในขณะนั้น จึงเป็นการกระทำความผิดฐาน ฆ่า ผู้อื่นโดยบันดาลโทสะตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบมาตรา 72 ดังที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัย หาใช่เป็นการป้องกันเกินสมควรแก่เหตุตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 ไม่ ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น ส่วนที่โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นนั้น เห็นว่า พฤติการณ์ที่จำเลย ฆ่า ผู้ตายมีสาเหตุมาจากผู้ตายก่อเหตุไปมีเพศสัมพันธ์กับภริยาจำเลย อันเป็นการเหยียดหยามศักดิ์ศรีและกระทบกระเทือนจิตใจของจำเลยอย่างร้ายแรง ที่ศาลชั้นต้นกำหนดโทษจำคุกจำเลยมานั้นหนักเกินไป สมควรกำหนดโทษฐานนี้เสียใหม่ให้เบาลงเพื่อให้เหมาะสมแก่รูปคดี พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบมาตรา 72 ลงโทษจำคุก 3 ปี ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 แล้วคงจำคุก 2 ปี เมื่อรวมกับโทษฐานอื่นแล้ว เป็นจำคุกจำเลยมีกำหนด 2 ปี และปรับ 500 บาท ไม่รอการลงโทษ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5486/2560 พนักงานอัยการจังหวัดนางรอง โจทก์ นายบุญมี บุญวัง จำเลย ป.อ. ม. 68 , ม. 69 , ม. 72