ฎีกาที่ 6950/2560
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
การที่โจทก์อนุญาตให้จำเลยขุดน้ำบาดาลไปใช้ในกิจการของจำเลย และจำเลยต้องชำระค่าอนุรักษ์น้ำบาดาลตามที่กำหนดในกฎกระทรวงนั้น เป็นหนี้ที่เกิดขึ้นโดยกฎหมาย หาใช่สัญญาซื้อขายดังที่จำเลยฎีกาไม่ เมื่อพระราชบัญญัติน้ำบาดาล พ.ศ.2520 มิได้กำหนด อายุความ ไว้ จึงต้องใช้ อายุความ ทั่วไป 10 ปี ตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/30 หาใช่ อายุความ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/34 ไม่
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 3,645,231.86 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะชำระเสร็จสิ้นแก่โจทก์ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 3,645,231.86 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของต้นเงิน 2,380,034.40 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้ชำระค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความให้ 20,000 บาท จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 แผนกคดีสิ่งแวดล้อมพิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีสิ่งแวดล้อมวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้เป็นข้อยุติว่า จำเลยได้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตใช้น้ำบาดาลต่อโจทก์และได้รับอนุญาต โดยขอต่อใบอนุญาตเรื่อยมาจนถึงวันที่ 27 ธันวาคม 2547 หลังจากนั้นจำเลยค้างชำระค่าอนุรักษ์น้ำบาดาลและค่าปรับตลอดมา โจทก์มีหนังสือแจ้งไปยังจำเลยให้รีบนำค่าอนุรักษ์น้ำบาดาลมาชำระโจทก์หลายครั้ง จำเลยรับหนังสือแจ้งแต่กลับเพิกเฉย เป็นเหตุให้ต้นเงินที่ค้างชำระค่าอนุรักษ์น้ำบาดาลและค่าปรับรวมเป็นเงินตามฟ้อง คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยข้อเดียวว่า ฟ้องโจทก์ขาด อายุความ หรือไม่ เห็นว่า โจทก์จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายมีฐานะเป็นกรม มีอำนาจรับผิดชอบดูแลเรื่องน้ำบาดาลโดยตรงตามพระราชบัญญัติน้ำบาดาล พ.ศ.2520 เจ้าหน้าที่ควบคุมการดูแลบริหารการอนุญาตให้ใช้น้ำบาดาลด้วยการขุดเจาะตลอดจนถึงการบำรุงรักษาควบคุมการใช้น้ำบาดาล บุคคลใดก็ตามจะกระทำการขุดเจาะใช้น้ำบาดาลโดยพลการไม่ได้ การใช้น้ำบาดาลในท้องที่ใดต้องขออนุญาตใช้น้ำบาดาลต่อโจทก์ เมื่อโจทก์ตรวจสอบแล้วเห็นควรอนุญาตก็จะมีคำสั่งอนุญาตให้ดำเนินการได้โดยออกใบอนุญาตให้แก่ผู้ขอใช้น้ำบาดาลเป็นกรณีและมีระยะเวลาจำกัด เมื่อครบกำหนดผู้ขอใช้น้ำบาดาลต้องยื่นคำขอต่อใบอนุญาตขุดเจาะน้ำบาดาลเป็นรายปี โดยต้องปฏิบัติตามหลักการ กฎระเบียบ ข้อบังคับของโจทก์ และไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ผู้ขอต้องถือปฏิบัติโดยเคร่งครัดและต้องชำระค่าอนุรักษ์น้ำบาดาลแก่โจทก์ตามเงื่อนไขและกฎระเบียบที่โจทก์วางไว้หรือแก้ไขเพิ่มเติมทุกประการ การที่โจทก์อนุญาตให้จำเลยขุดน้ำบาดาลไปใช้ในกิจการของจำเลยและจำเลยต้องชำระค่าอนุรักษ์น้ำบาดาลตามที่กำหนดในกฎกระทรวงนั้น เป็นหนี้ที่เกิดขึ้นโดยกฎหมาย หาใช่สัญญาซื้อขายดังที่จำเลยฎีกาไม่ เมื่อพระราชบัญญัติน้ำบาดาล พ.ศ.2520 มิได้กำหนด อายุความ ไว้ จึงต้องใช้ อายุความ ทั่วไป 10 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/30 หาใช่ อายุความ 2 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/34 ไม่ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษามาชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6950/2560 กรมทรัพยากรน้ำบาดาล โจทก์ บริษัทบ้านแพน เอนจิเนียริ่ง แอนด์ โฮลดิ้ง จำกัด จำเลย ป.พ.พ. ม. 193/30