ฎีกาที่ 9474/2559
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างที่ทำขึ้นระหว่างจำเลยกับสหภาพ แรงงาน ระบุว่า "ทางบริษัทฯ (หมายถึงจำเลย) ตกลงให้ค่าตำแหน่งช่างเทคนิค ที่จบวุฒิการศึกษา ปวส. สาขาทางด้านเทคนิค เป็น 50 บาท/วันทำงาน/ทุกตำแหน่ง" จึงหมายความว่าลูกจ้างที่จะได้รับเงินค่าตำแหน่งช่างเทคนิควันละ 50 บาท จะต้องจบการศึกษาระดับ ปวส. สาขาเทคนิค โดยจะต้องนำความรู้ทางด้านเทคนิคมาใช้ทำงานให้แก่จำเลยในตำแหน่งช่างเทคนิคหรือในตำแหน่งอื่นที่ต้องใช้ความรู้ดังกล่าว และจะได้รับเงินค่าตำแหน่งเฉพาะวันที่มาทำงานเท่านั้น มิใช่จ่ายให้โดยไม่คำนึงถึงตำแหน่งหน้าที่ในการทำงาน การที่จำเลยโยกย้ายโจทก์จากตำแหน่งช่างเทคนิคไปทำงานในตำแหน่งเสมียนก็เนื่องจากโจทก์ซึ่งเป็นประธานสหภาพ แรงงาน ประสงค์จะไปดำเนินกิจกรรมสหภาพ แรงงาน เต็มเวลา คือ ไม่ต้องทำงานตามหน้าที่ลูกจ้างให้แก่จำเลย ที่จำเลยอนุญาตให้โจทก์ไปดำเนินกิจกรรมสหภาพ แรงงาน เต็มเวลาโดยจ่ายค่าจ้างให้เสมือนโจทก์มาทำงานให้แก่จำเลยจึงนับว่าเป็นคุณแก่โจทก์แล้ว เมื่อการโยกย้ายหน้าที่โจทก์เป็นอำนาจบริหารจัดการของจำเลย ทั้งไม่มีข้อตกลงห้ามมิให้จำเลยโยกย้ายหน้าที่โจทก์ และการโยกย้ายหน้าที่โจทก์ดังกล่าวไม่ปรากฏว่าจำเลยมีเจตนากลั่นแกล้ง แม้การทำงานในตำแหน่งเสมียนของโจทก์จะทำให้โจทก์ไม่ได้รับเงินค่าตำแหน่ง แต่โจทก์ก็ยังคงได้รับเงินเดือนและสวัสดิการอื่นเหมือนเดิม กรณีจึงไม่เป็นการลดค่าจ้างหรือเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้างหรือจำเลยกระทำผิดสัญญาจ้าง แรงงาน ต่อโจทก์
ย่อยาว
คดีสำนวนนี้ศาล แรงงาน กลางมีคำสั่งให้พิจารณารวมกับคดีหมายเลขดำที่ 3449/2551 ของศาล แรงงาน กลาง ระหว่างการพิจารณาของศาล แรงงาน กลางโจทก์ในคดีดังกล่าวขอถอนฟ้อง ศาล แรงงาน กลางอนุญาต คดีจึงมาสู่การพิจารณาของศาลฎีกาเฉพาะสำนวนนี้ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยให้โจทก์ทำงานในตำแหน่งหน้าที่เดิมและได้รับเงินค่าตำแหน่งเช่นเดิมตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง และให้จำเลยจ่ายเงินค่าตำแหน่งแก่โจทก์นับแต่วันทำการโยกย้ายและหักเงินค่าตำแหน่งโจทก์วันละ 50 บาท นับแต่วันที่ถูกหักจนกว่าจะงดการหักเงินค่าตำแหน่งของโจทก์ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาล แรงงาน กลางพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดี แรงงาน วินิจฉัยว่า ศาล แรงงาน กลางฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์เป็นลูกจ้างของจำเลย เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2551 โจทก์ในฐานะประธานสหภาพ แรงงาน กลุ่มเดลต้าอีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) ได้มีหนังสือแจ้งจำเลยถึงรายชื่อกรรมการสหภาพ แรงงาน ดังกล่าว ทั้งแจ้งด้วยว่าโจทก์ในฐานะประธานสหภาพ แรงงาน ต้องทำงานให้แก่สหภาพ แรงงาน เต็มเวลา จำเลยจึงมีคำสั่งให้โจทก์ไปประจำส่วนกลางฝ่ายบุคคลในตำแหน่งเสมียน ทำให้ตำแหน่งเดิมของโจทก์คือตำแหน่งช่างเทคนิคต้องว่างลง จำเลยได้ย้ายลูกจ้างคนอื่นไปทำงานตำแหน่งช่างเทคนิคแทนโจทก์ แล้ววินิจฉัยว่า การย้ายดังกล่าวเพื่อประโยชน์ในการบริหารงานของจำเลยเพื่อให้งานภายในองค์กรของจำเลยดำเนินต่อไปโดยไม่เสียหาย ไม่เป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้าง จำเลยไม่ต้องย้ายโจทก์กลับไปทำงานในตำแหน่งเดิม และเมื่อตำแหน่งใหม่ของโจทก์ไม่มีเงินค่าตำแหน่ง โจทก์จึงไม่อาจเรียกร้องเงินค่าตำแหน่งจากจำเลยได้ ปัญหาจะต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์มีว่า จำเลยต้องโยกย้ายโจทก์กลับไปทำงานในตำแหน่งช่างเทคนิค และคืนเงินค่าตำแหน่งให้แก่โจทก์ตามฟ้องหรือไม่ เห็นว่า ตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างที่ทำขึ้นระหว่างจำเลยกับสหภาพ แรงงาน กลุ่มเดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) ระบุว่า "ทางบริษัทฯ (หมายถึงจำเลย) ตกลงให้ค่าตำแหน่งช่างเทคนิค ที่จบวุฒิการศึกษา ปวส. สาขาทางด้านเทคนิค เป็น 50 บาท/วันทำงาน/ทุกตำแหน่ง" ซึ่งมีความหมายว่าลูกจ้างที่จะได้รับเงินค่าตำแหน่งช่างเทคนิควันละ 50 บาท จะต้องจบการศึกษาระดับ ปวส. สาขาเทคนิค โดยจะต้องนำความรู้ทางด้านเทคนิคมาใช้ทำงานให้แก่จำเลยในตำแหน่งช่างเทคนิคหรือในตำแหน่งอื่นที่ต้องใช้ความรู้ดังกล่าว และจะได้รับเงินค่าตำแหน่งเฉพาะในวันที่มาทำงานเท่านั้น มิได้มีความหมายว่าจำเลยจะจ่ายเงินค่าตำแหน่งช่างเทคนิคให้แก่ลูกจ้างที่จบการศึกษาระดับ ปวส. สาขาเทคนิคทุกคนโดยไม่คำนึงถึงตำแหน่งหน้าที่ในการทำงาน ทั้งจำเลยตกลงจ่ายเงินค่าตำแหน่งให้แก่ลูกจ้างเฉพาะในวันที่ลูกจ้างมาทำงานเท่านั้น จึงเป็นการจ่ายเพื่อให้ลูกจ้างเข้าทำงานในหน้าที่ของตนด้วยดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งเหตุที่จำเลยโยกย้ายโจทก์จากตำแหน่งช่างเทคนิคไปทำงานในตำแหน่งเสมียนก็เนื่องมาจากโจทก์ซึ่งเป็นประธานสหภาพ แรงงาน ประสงค์ที่จะไปดำเนินกิจกรรมสหภาพ แรงงาน เต็มเวลา คือ ไม่ต้องทำงานตามหน้าที่ลูกจ้างให้แก่จำเลย ซึ่งการที่จำเลยอนุญาตให้โจทก์ไปดำเนินกิจกรรมสหภาพ แรงงาน เต็มเวลาโดยจ่ายค่าจ้างให้เสมือนโจทก์มาทำงานตามหน้าที่ให้แก่จำเลย นับได้ว่าเป็นคุณแก่โจทก์อยู่แล้ว การโยกย้ายหน้าที่และการจัดสรรคนให้เหมาะสมกับงานย่อมเป็นอำนาจบริหารจัดการของจำเลยผู้เป็นนายจ้าง เมื่อคดีนี้ไม่ปรากฏว่ามีข้อตกลงหรือมีสัญญาจ้าง แรงงาน กำหนดข้อห้ามมิให้จำเลยโยกย้ายหน้าที่การทำงานของโจทก์ การโยกย้ายหน้าที่โจทก์จึงเป็นไปเพื่อความเหมาะสมและเป็นประโยชน์แก่ทุกฝ่าย ทั้งไม่ปรากฏว่าจำเลยมีเจตนากลั่นแกล้งโจทก์ ดังนี้ การที่จำเลยโยกย้ายให้โจทก์ไปทำงานในตำแหน่งเสมียนซึ่งเป็นตำแหน่งที่ไม่มีสิทธิได้รับเงินค่าตำแหน่ง โดยเงินเดือนและสวัสดิการอื่นที่โจทก์เคยได้รับยังคงเหมือนเดิม กรณีจึงไม่เป็นการลดค่าจ้างหรือเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้างหรือเป็นการกระทำที่ผิดสัญญาจ้าง แรงงาน อันเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายดังที่โจทก์อ้างมาในอุทธรณ์ ที่ศาล แรงงาน กลางพิพากษายกฟ้องโจทก์มานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9474/2559 นายมานะ จุลรัตน์ โจทก์ บริษัทเดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) จำเลย ป.พ.พ. ม. 575 พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 ม. 13