ฎีกาที่ 15201/2558
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
ข้อกำหนดในพินัยกรรมที่มิได้กำหนดให้บุคคลใดได้รับทรัพย์ มรดก เพียงแต่ให้ผู้จัดการ มรดก จ่ายเงินช่วยเหลือแก่ผู้มีชื่อตามความจำเป็น นับว่าเป็นการไม่กำหนดตัวบุคคลแน่นอนให้เป็นผู้รับพินัยกรรม ทั้งระบุไว้ไม่ชัดแจ้งจนไม่อาจที่จะทราบแน่นอนได้ว่าให้ทรัพย์สินแก่บุคคลหนึ่งบุคคลใดจำนวนมากน้อยเพียงใดตามแต่ใจของผู้ร้องและผู้คัดค้านที่ 1 ซึ่งเป็นผู้จัดการทรัพย์ มรดก จึงตกเป็นโมฆะตาม ป.พ.พ. มาตรา 1706 (2) และ (3) และเป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกาเห็นสมควรอาศัยอำนาจตาม ป.วิ.พ. มาตรา 247 ประกอบมาตรา 246 ยกขึ้นวินิจฉัยตามมาตรา 142 (5) แม้ข้อกำหนดในพินัยกรรมตกเป็นโมฆะตาม ป.พ.พ. มาตรา 1706 (2) และ (3) แต่พินัยกรรมในส่วนที่เจ้า มรดก แสดงเจตนาตั้งผู้จัดการ มรดก ยังคงสมบูรณ์ หาตกเป็นโมฆะไปด้วยไม่
ย่อยาว
คดีสืบเนื่องจากศาลชั้นต้นมีคำสั่งเมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2554 ตั้งนางกรรณภรณ์ ผู้ร้อง เป็นผู้จัดการ มรดก ของนายมิลินท์ ผู้ตาย ผู้คัดค้านทั้งสามยื่นคำร้องขอให้ถอนผู้ร้องออกจากการเป็นผู้จัดการ มรดก และตั้งผู้คัดค้านที่ 1 เป็นผู้จัดการ มรดก ของผู้ตาย ผู้ร้องยื่นคำคัดค้าน ขอให้ยกคำร้องขอ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ถอนนางกรรณภรณ์ ผู้ร้อง จากการเป็นผู้จัดการ มรดก ของนายมิลินท์ ผู้ตาย คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่า ให้ยกคำร้องขอของผู้คัดค้านทั้งสามค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ ผู้คัดค้านทั้งสามฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้คัดค้านทั้งสามว่า มีเหตุผลสมควรถอนผู้ร้องออกจากการเป็นผู้จัดการ มรดก หรือไม่ พิเคราะห์แล้ว ทรัพย์ มรดก ตามพินัยกรรม มีอยู่ 5 รายการ ได้แก่ 1) อาคารเลขที่ 321, 321/1 และ 323 พร้อมที่ดินโฉนดเลขที่ 2741, 2742, 2743 ตำบลถนนสี่พระยา กรุงเทพมหานคร โดยเจ้า มรดก มีกรรมสิทธิ์รวมอยู่ 1 ใน 4 ส่วน 2) อาคารพร้อมที่ดินโฉนดเลขที่ 4868 ตำบลพัทยาใต้ อำเภอหนองปรือ จังหวัดชลบุรี 3) บ้านพร้อมที่ดินโฉนดเลขที่ 13725 ตำบลหัวหมาก ถนนรามคำแหง อำเภอบางกะปิ กรุงเทพมหานคร 4) เงินฝากในธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) สาขาหัวหมาก 2 บัญชี 5) เงินฝากในธนาคารออมสิน สาขาถนนเพชรบุรี 2 บัญชี ทรัพย์ มรดก ทั้ง 5 รายการดังกล่าว เจ้า มรดก กำหนดในพินัยกรรมเพียงว่าทรัพย์รายการที่ 1 หากมีการขายทรัพย์กรรมสิทธิ์รวมเกิดขึ้น หรือในกรณีที่ยังไม่มีการขายเกิดขึ้น ให้นำเงินส่วนที่ได้จากการขายหรือเงินค่าเช่าและผลประโยชน์ ฝากเข้าบัญชีเงินฝากของเจ้า มรดก ในธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) สาขาหัวหมาก ทรัพย์รายการที่ 2 ที่ 3 ให้นำเงินที่ได้จากการขายหรือให้เช่า ฝากเข้าบัญชีเงินฝากของเจ้า มรดก ในธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) สาขาหัวหมาก เช่นเดียวกัน โดยให้ผู้ร้องและผู้คัดค้านที่ 1 ซึ่งเจ้า มรดก ระบุชื่อในพินัยกรรมให้เป็นผู้จัดการทรัพย์ มรดก ดังกล่าว มีอำนาจเพียง 1) ตรวจสภาพทรัพย์และผลประโยชน์ของทรัพย์รายการที่ 1 กับรับเงินค่าเช่าและผลประโยชน์อันเป็นดอกผลของทรัพย์ หรือราคาที่ได้จากการขายทรัพย์ดังกล่าวตามส่วนของเจ้า มรดก รวมทั้งทรัพย์รายการที่ 2 ที่ 3 ฝากเข้าบัญชีเงินฝากของเจ้า มรดก ในธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) สาขาหัวหมาก 2) ถอนและนำเงินจากบัญชีเงินฝากของเจ้า มรดก ในธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) สาขาหัวหมาก ทั้ง 2 บัญชี และในธนาคารออมสิน สาขาถนนเพชรบุรี อีก 2 บัญชี มาบำรุงรักษาผู้ที่อยู่อาศัยร่วมกัน โดยระบุชื่อบุคคลที่มีสิทธิได้รับเงินช่วยเหลือจากกอง มรดก ตามความจำเป็น และให้อำนาจผู้ร้องและผู้คัดค้านที่ 1 คนใดคนหนึ่งมีสิทธิพิจารณาไม่ให้ความช่วยเหลือบุคคลดังกล่าวได้ โดยบุคคลนั้น ๆ ไม่มีสิทธิฟ้องร้องผู้ร้องหรือผู้คัดค้านที่ 1 เห็นว่า ตามข้อความในพินัยกรรมเจ้า มรดก มิได้กำหนดบุคคลใดเป็นทายาทที่จะได้รับทรัพย์ มรดก ตกทอดโดยพินัยกรรม อันจะสามารถเรียกว่าผู้รับพินัยกรรมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 6 ลักษณะ 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป หมวด 1 การตกทอดแห่งทรัพย์ มรดก มาตรา 1603 วรรคสาม ข้อความตามพินัยกรรมมีลักษณะเป็นพินัยกรรมที่ตั้งผู้ปกครองทรัพย์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 6 ลักษณะ 3 หมวด 4 ซึ่งจะมีได้แต่การทำพินัยกรรมยกทรัพย์ มรดก ให้แก่บุคคลผู้หย่อนความสามารถ เช่น ผู้เยาว์ คนไร้ความสามารถ คนเสมือนไร้ความสามารถ หรือบุคคลซึ่งต้องรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลเพราะเหตุวิกลจริตตามมาตรา 1687 วรรคหนึ่ง เท่านั้น เมื่อพินัยกรรมไม่กำหนดให้มีทายาทเป็นผู้รับ มรดก ตกทอด มีเพียงกำหนดตัวบุคคลผู้มีสิทธิจะได้รับผลประโยชน์ในดอกผลจากทรัพย์ มรดก ส่วนผู้ร้องและผู้คัดค้านที่ 1 ซึ่งพินัยกรรมระบุให้เป็นผู้จัดการ มรดก ก็ไม่มีอำนาจจัดการแบ่งปันทรัพย์ มรดก ให้แก่บุคคลตามพินัยกรรม มีหน้าที่เพียงรวบรวมเงินดอกผลของทรัพย์ มรดก หรือเงินที่ได้จากการขายทรัพย์ มรดก มาฝากเข้าบัญชีเงินฝากของเจ้า มรดก ในธนาคาร และนำเงินจากบัญชีเงินฝากของเจ้า มรดก ในธนาคารมาบำรุงรักษาผู้อยู่อาศัยร่วมกัน และช่วยเหลือบุคคลที่ระบุชื่อตามความจำเป็น โดยบุคคลดังกล่าวไม่มีสิทธิฟ้องร้องผู้ร้องและผู้คัดค้านที่ 1 ที่สำคัญพินัยกรรมของเจ้า มรดก ยังมีข้อกำหนดให้ผู้ร้องและผู้คัดค้านที่ 1 ในฐานะผู้จัดการทรัพย์ มรดก มีสิทธิตั้งผู้จัดการแทนตนสืบต่อไปได้สุดแต่จะเห็นสมควร อันทำให้ก่อนผู้ร้องและผู้คัดค้านที่ 1 และบุคคลที่ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้จัดการจากผู้ร้องและผู้คัดค้านที่ 1 ถึงแก่ความตายสามารถแต่งตั้งหรือมอบหมายบุคคลอื่นทำหน้าที่ดังกล่าวต่อไปได้ไม่มีที่สิ้นสุด ข้อกำหนดดังกล่าวในพินัยกรรมเจ้า มรดก มิได้กำหนดให้โอนทรัพย์ มรดก แก่บุคคลใดเพียงแต่กำหนดให้จ่ายเงินช่วยเหลือแก่ผู้มีชื่อตามความจำเป็นเท่านั้นซึ่งนับว่าเป็นการไม่กำหนดตัวบุคคลแน่นอนให้เป็นผู้รับพินัยกรรม ทั้งระบุไว้ไม่ชัดแจ้งจนไม่อาจที่จะทราบแน่นอนได้ว่าให้ทรัพย์สินแก่บุคคลหนึ่งบุคคลใดจำนวนมากน้อยเพียงใดตามแต่ใจของผู้ร้องและผู้คัดค้านที่ 1 จึงตกเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1706 (2) และ (3) และเป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ที่ศาลฎีกาเห็นสมควรอาศัยอำนาจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 247 ประกอบมาตรา 246 ยกขึ้นวินิจฉัย ตามมาตรา 142 (5) แต่อย่างไรก็ตาม แม้ข้อกำหนดในพินัยกรรมที่เจ้า มรดก ไม่กำหนดตัวบุคคลแน่นอนเป็นผู้รับพินัยกรรมและระบุไม่ชัดแจ้งว่าให้ทรัพย์สินแก่บุคคลหนึ่งบุคคลใดจำนวนมากน้อยเพียงใดตามแต่ใจของผู้ร้องและผู้คัดค้านที่ 1 จะตกเป็นโมฆะ แต่พินัยกรรมในส่วนที่เจ้า มรดก แสดงเจตนาตั้งผู้ร้องและผู้คัดค้านที่ 1เป็นผู้จัดการ มรดก ยังคงสมบูรณ์อยู่ ทั้งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา1713 วรรคท้าย ก็บัญญัติให้ศาลตั้งผู้จัดการ มรดก ตามข้อกำหนดพินัยกรรม แต่เมื่อผู้คัดค้านที่ 1 เคยตกลงถอนตัวจากการเป็นผู้จัดการ มรดก โดยจะไม่เข้ายุ่งเกี่ยวกับการจัดการ มรดก ของผู้ร้องอีกต่อไป ผู้คัดค้านทั้งสามจึงมายื่นคำร้องขอให้ตั้งผู้คัดค้านที่ 1 เป็นผู้จัดการ มรดก ของผู้ตายอีกหาได้ไม่ สำหรับผู้ร้องซึ่งเป็นผู้จัดการ มรดก ตามพินัยกรรมย่อมมีสิทธิและหน้าที่ที่จะทำการอันจำเป็นเพื่อให้การเป็นไปตามคำสั่งแจ้งชัดหรือโดยปริยายแห่งพินัยกรรมและเพื่อจัดการ มรดก โดยทั่วไปหรือเพื่อแบ่งปันทรัพย์ มรดก ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1719 แม้มาตรา 1728 จะกำหนดให้ผู้ร้องต้องทำบัญชีทรัพย์ มรดก ให้เสร็จสิ้นภายในกำหนดเวลาตามที่กฎหมายระบุไว้ก็ตาม แต่ทรัพย์ มรดก ที่ยังไม่ได้จัดการมีอยู่เพียงรายการเดียว คือ บ้านพร้อมที่ดินโฉนดเลขที่ 13725 ตำบลหัวหมาก อำเภอบางกะปิ กรุงเทพมหานคร เนื้อที่ 208 ตารางวา เท่านั้น ซึ่งมิได้มีข้อยุ่งยากแก่การจัดการแต่อย่างใด การที่ผู้ร้องมิได้จัดทำบัญชีทรัพย์ มรดก ภายในเวลาที่กฎหมายกำหนดและมิได้เรียกประชุมทายาทหรือผู้มีส่วนได้เสีย กรณียังไม่พอที่จะถือว่าผู้ร้องเพิกเฉยไม่ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะผู้จัดการ มรดก ส่วนที่ผู้คัดค้านทั้งสามอ้างว่า ผู้ร้องไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดในพินัยกรรมที่ให้ผู้คัดค้านที่ 1 มีอำนาจร่วมถอนเงินในบัญชีของธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) สาขาหัวหมาก นั้น เมื่อข้อกำหนดดังกล่าวในพินัยกรรมเป็นโมฆะดังวินิจฉัยข้างต้นเสียแล้ว ผู้คัดค้านทั้งสามจึงไม่อาจอ้างสิทธิตามข้อกำหนดดังกล่าวได้กรณียังไม่เป็นเหตุเพียงพอที่จะถอดถอนผู้ร้องจากการเป็นผู้จัดการ มรดก ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 15201/2558 นางกรรณภรณ์ เนตรปฐม ผู้ร้อง นางจิรพรหรือจิตรนภา ศรีปัญญาหรือสุขสิน กับพวก ผู้คัดค้าน ป.พ.พ. ม. 1706 (2) , ม. 1706 (3) , ม. 1713 , ม. 1715 ป.วิ.พ. ม. 142 (5) , ม. 246 , ม. 247