ฎีกาที่ 13439/2558
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
ย่อสั้น
ข้อเท็จจริงรับฟังได้ในเบื้องต้นว่า ในวันเกิดเหตุ ก. ขับรถกระบะหมายเลขทะเบียนกล 1080 ชลบุรี ซึ่ง ประกันภัย ไว้กับผู้คัดค้านทั้งสองแล่นไปตามถนนที่เกิดเหตุ ขณะเดียวกัน อ. ขับรถยนต์หมายเลขทะเบียนสย 3272 กรุงเทพมหานคร โดยมี ห. นั่งโดยสารมาด้วย เมื่อถึงที่เกิดเหตุ รถกระบะที่ ก. ขับเฉี่ยวชนกับรถยนต์ที่ อ. ขับ รถยนต์ทั้งสองคันเสียหลัก รถกระบะที่ ก. ขับพลิกคว่ำลงร่องกลางถนน และรถยนต์ที่ อ. ขับ แล่นข้ามร่องกลางถนนและข้ามถนนด้านตรงข้ามสำหรับรถแล่นสวนทางมาไปชนแท่งปูนขนาดใหญ่ ซึ่งตั้งอยู่ริมถนนอย่างแรง เป็นเหตุให้ อ. ถึงแก่ความตาย และ ห. ได้รับอันตรายสาหัส ต่อมาผู้ร้องในฐานะมารดาโดยชอบด้วยกฎหมายของ อ. เสนอข้อพิพาทในฐานะผู้เสนอข้อพิพาทที่ 2 ต่ออนุญาโตตุลาการของคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจ ประกันภัย ขอให้อนุญาโตตุลาการมีคำชี้ขาดให้ผู้คัดค้านชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้ร้อง ผู้คัดค้านทั้งสองยื่นคำร้องคัดค้านว่า เหตุไม่ได้เกิดจากความประมาทของ ก. ฝ่ายเดียว แต่เกิดจากความประมาทของ อ. ด้วย อนุญาโตตุลาการสืบพยานแล้วมีคำชี้ขาดเป็นข้อพิพาทหมายเลขแดงที่ 78/2556 ว่า เหตุเกิดจากความประมาทของ ก. และ อ. ทั้งสองฝ่าย ผู้คัดค้านจึงไม่ต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้ผู้ร้อง ปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของผู้ร้องว่า คำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน สมควรเพิกถอนหรือไม่ เห็นว่า ปรากฏข้อเท็จจริงจากคำพิพากษาศาลจังหวัดระยองที่พิพากษาลงโทษ ก. ข้อหาขับรถประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายว่า ศาลจังหวัดระยองพิเคราะห์รายงานการสืบเสาะและพินิจของ ก. และรายงานการสอบสวนของพนักงานสอบสวนแล้ว เห็นว่าเหตุเกิดจากความประมาทของ ก. และ อ. ร่วมกัน ดังนั้น คำวินิจฉัยของอนุญาโตตุลาการที่ว่าเหตุเกิดจากความประมาทของ ก. และ อ. ทั้งสองฝ่าย จึงเป็นการวินิจฉัยข้อเท็จจริงตามพยานหลักฐานในสำนวนที่ไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน นอกจากนั้นคำวินิจฉัยของอนุญาโตตุลาการที่ว่า เมื่อใคร่ครวญโดยอาศัยพฤติการณ์เป็นประมาณแล้วเห็นควรให้ค่าสินไหมทดแทนเป็นพับ ก็เป็นการใช้ดุลพินิจพิจารณาพยานหลักฐานในสำนวนกำหนดค่าสินไหมทดแทนที่ไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนเช่นกัน กรณีไม่เข้าข้อยกเว้นที่จะอุทธรณ์คำพิพากษาของศาลแพ่งต่อศาลฎีกาได้ตามพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 มาตรา 45 วรรคหนึ่ง ศาลฎีกาจึงไม่รับอุทธรณ์ของผู้ร้องไว้วินิจฉัย
ย่อยาว
ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาลพิพากษาเพิกถอนคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการข้อพิพาทหมายเลขแดงที่ 78/2556 ผู้คัดค้านทั้งสอง ยื่นคำคัดค้านขอให้ศาลยกคำร้อง ศาลแพ่งพิพากษายกคำร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ ผู้ร้องอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังได้ในเบื้องต้นว่า เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2553 นายกมล ขับรถกระบะหมายเลขทะเบียนกล 1080 ชลบุรี ซึ่ง ประกันภัย ไว้กับผู้คัดค้านทั้งสองแล่นไปตามถนนบายพาส 36 จากจังหวัดชลบุรีมุ่งหน้าไปจังหวัดระยองในช่องเดินรถที่ 1 จากขอบทางด้านซ้าย ขณะเดียวกันนายอารีย์ ขับรถยนต์หมายเลขทะเบียนสย 3272 กรุงเทพมหานคร โดยมีนายหิรัญ นั่งโดยสารมาด้วยแล่นในช่องเดินรถที่ 2 จากจังหวัดชลบุรีมุ่งหน้าไปจังหวัดระยองเช่นเดียวกัน เมื่อถึงที่เกิดเหตุ รถกระบะที่นายกมลขับเฉี่ยวชนรถยนต์ที่นายอารีย์ขับ เป็นเหตุให้รถยนต์ทั้งสองคันเสียหลัก รถกระบะที่นายกมลขับพลิกคว่ำลงร่องกลางถนน และรถยนต์ที่นายอารีย์ขับแล่นข้ามร่องกลางถนนและข้ามถนนด้านตรงข้ามสำหรับรถแล่นสวนทางมาไปชนแท่งปูนทรงสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ซึ่งตั้งอยู่ริมถนนอย่างแรง เป็นเหตุให้นายอารีย์ถึงแก่ความตาย และทำให้นายหิรัญได้รับอันตรายสาหัส ต่อมาวันที่ 19 มิถุนายน 2555 ผู้ร้องในฐานะมารดาโดยชอบด้วยกฎหมายของนายอารีย์ยื่นหนังสือเสนอข้อพิพาทในฐานะผู้เสนอข้อพิพาทที่ 2 ต่ออนุญาโตตุลาการของคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจ ประกันภัย เป็นข้อพิพาทหมายเลขดำที่ 107/2555 ขอให้อนุญาโตตุลาการมีคำชี้ขาดให้ผู้คัดค้านชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้ร้องเป็นเงิน 634,000 บาท ผู้คัดค้านทั้งสองยื่นคำร้องคัดค้านว่าเหตุไม่ได้เกิดจากความประมาทของนายกมลฝ่ายเดียว แต่เกิดจากความประมาทของนายอารีย์ด้วย อนุญาโตตุลาการมีการสืบพยานทั้งสองฝ่าย ต่อมาอนุญาโตตุลาการมีคำชี้ขาดเป็นข้อพิพาทหมายเลขแดงที่ 78/2556 ว่า เหตุเกิดจากความประมาทของนายกมลและนายอารีย์ทั้งสองฝ่าย ผู้คัดค้านทั้งสองจึงไม่ต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้ผู้ร้อง ตามสำเนาคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ ปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของผู้ร้องว่า คำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนสมควรเพิกถอนหรือไม่ เห็นว่า ปรากฏข้อเท็จจริงจากคำพิพากษาศาลจังหวัดระยองที่พิพากษาลงโทษนายกมลข้อหาขับรถประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายว่า เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2553 นายกมลขับรถบรรทุกส่วนบุคคล (รถกระบะ) หมายเลขทะเบียนกล 1080 ชลบุรี แล่นไปตามถนนสาย 36 ซึ่งแบ่งช่องเดินรถไว้ในทิศทางเดินรถทิศทางเดียวกันอย่างละ 2 ช่องทาง มุ่งหน้าจากจังหวัดชลบุรีไปทางจังหวัดระยองในช่องเดินรถที่ 1 นับจากซ้าย เมื่อมาถึงบริเวณสี่แยกหนองบอนซึ่งเป็นที่ชุมชน ขณะนั้นในช่องเดินรถช่องที่ 2 นับจากซ้ายมือมีรถยนต์หมายเลขทะเบียนสย 3272 กรุงเทพมหานคร ที่นายอารีย์ขับโดยมีนายหิรัญนั่งมาด้านหน้าคู่กับคนขับ ด้วยความประมาทปราศจากความระมัดระวังของนายกมล นายกมลขับรถยนต์คันดังกล่าวด้วยความเร็วสูงแซงซ้ายรถยนต์หมายเลขทะเบียนสย 3272 กรุงเทพมหานคร ซึ่งแล่นด้วยความเร็วสูงเช่นกันในทิศทางเดียวกันในช่องเดินรถที่ 2 นับจากซ้ายทันที โดยไม่เปลี่ยนช่องเดินรถมาในช่องเดินรถที่ 2 และไม่รอให้รถยนต์คันดังกล่าวเปลี่ยนช่องเดินรถไปอยู่ในช่องเดินรถช่องที่ 1 นับจากซ้ายให้ปลอดภัยก่อน ด้วยความเร็วของรถยนต์ที่นายกมลขับและระยะห่างไม่เพียงพอในขณะที่ขับแซงซ้าย ทำให้นายกมลไม่สามารถควบคุมรถยนต์คันดังกล่าวได้ จึงเฉี่ยวชนเข้าด้านซ้ายของรถยนต์คันดังกล่าว เสียหลักตกลงไปในร่องกลางถนนและข้ามถนนซึ่งมี 2 ช่องเดินรถที่สวนทางมาแล้วไปชนกับแท่นปูนสี่เหลี่ยมที่อยู่ริมถนนจนได้รับความเสียหาย และเป็นเหตุให้นายอารีย์ถึงแก่ความตาย และนายหิรัญได้รับบาดเจ็บเป็นอันตรายสาหัส ศาลจังหวัดระยองพิเคราะห์รายงานการสืบเสาะและพินิจของนายกมลและรายงานการสอบสวนของพนักงานสอบสวนแล้ว เห็นว่าเหตุเกิดจากความประมาทของนายกมลและนายอารีย์ร่วมกัน ตามสำเนาคำพิพากษาศาลจังหวัดระยอง ดังนั้น คำวินิจฉัยของอนุญาโตตุลาการที่ว่าเหตุเกิดจากความประมาทของนายกมลและนายอารีย์ทั้งสองฝ่ายจึงเป็นการวินิจฉัยข้อเท็จจริงตามพยานหลักฐานในสำนวนที่ไม่ขัดต่อความสงบเรียบรอยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน นอกจากนั้นคำวินิจฉัยของอนุญาโตตุลาการที่ว่า เมื่อใคร่ครวญโดยอาศัยพฤติการณ์เป็นประมาณแล้วเห็นควรให้ค่าสินไหมทดแทนเป็นพับก็เป็นการใช้ดุลพินิจพิจารณาพยานหลักฐานในสำนวนกำหนดค่าสินไหมทดแทนที่ไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนเช่นกัน กรณีไม่เข้าข้อยกเว้นที่จะอุทธรณ์คำพิพากษาของศาลแพ่งต่อศาลฎีกาได้ตามพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 มาตรา 45 วรรคหนึ่ง ศาลฎีกาจึงไม่รับอุทธรณ์ของผู้ร้องไว้วินิจฉัย พิพากษายกอุทธรณ์ของผู้ร้อง คืนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ ค่าฤชาธรรมเนียมอื่นนอกจากนี้ให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13439/2558 นางสำริตย์ เกตุจิตต์ ผู้ร้อง บริษัทส่งเสริม ประกันภัย จำกัด กับพวก ผู้คัดค้าน พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 ม. 45 วรรคหนึ่ง