ฎีกาที่ 16390/2557
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
ย่อสั้น
เมื่อประธานศาลอุทธรณ์มีคำวินิจฉัยว่าคดีนี้เป็นคดี ผู้บริโภค แล้ว ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีเสียจากสารบบความคดีแพ่งทั่วไป แล้วให้โจทก์ยื่นฟ้องจำเลยทั้งสองเข้ามาใหม่เป็นคดี ผู้บริโภค ภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด แม้การโอนคดีไปลงสารบบความคดี ผู้บริโภค ของศาลชั้นต้นจะสามารถกระทำได้ เพียงแต่ก่อให้เกิดความยุ่งยากในการบริหารจัดการคดีของศาลชั้นต้นก็ตาม แต่โจทก์ก็ยื่นฟ้องจำเลยทั้งสองเป็นคดี ผู้บริโภค ภายในระยะเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด และจำเลยทั้งสองได้ยื่นคำให้การต่อสู้ในคดีดังกล่าวแล้ว จึงเห็นได้ว่าจำเลยทั้งสองไม่ได้เสียเปรียบในการต่อสู้คดี ทั้งเมื่อคดีมีการดำเนินกระบวนพิจารณาอย่างคดี ผู้บริโภค ย่อมเกิดความสะดวกในการพิจารณาพิพากษา และเป็นผลดีแก่จำเลยทั้งสองซึ่งเป็น ผู้บริโภค มากกว่าการดำเนินคดีแพ่งทั่วไป ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความคดีแพ่งทั่วไป แล้วให้โจทก์ฟ้องคดีใหม่เป็นคดี ผู้บริโภค จึงเป็นคำสั่งที่มิได้ขัดต่อกฎหมาย ทั้งเป็นการใช้ดุลพินิจที่ชอบแล้ว
ย่อยาว
คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระหนี้เงินกู้เพื่อไถ่ถอนจำนอง มิฉะนั้นให้นำทรัพย์จำนองออกขายทอดตลาดเพื่อชำระหนี้แก่โจทก์ จำเลยทั้งสองให้การต่อสู้คดี ขอให้ยกฟ้อง ก่อนวันสืบพยาน จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า คดีนี้เป็นคดี ผู้บริโภค หรือไม่ ศาลชั้นต้นจึงส่งคดีให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดี ผู้บริโภค พ.ศ.2551 มาตรา 8 ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า คดีของโจทก์เป็นคดี ผู้บริโภค ศาลชั้นต้นเห็นว่าเพื่อประโยชน์ในการพิจารณาพิพากษาจึงให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความคดีแพ่งทั่วไป แล้วให้โจทก์ฟ้องคดีเข้ามาใหม่เป็นคดี ผู้บริโภค ภายในกำหนด 1 เดือน จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้เป็นพับ จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดี ผู้บริโภค วินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสองว่า คำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความคดีแพ่งทั่วไป แล้วให้โจทก์ฟ้องใหม่เป็นคดี ผู้บริโภค ภายใน 1 เดือน เป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดี ผู้บริโภค พ.ศ.2551 ได้กำหนดวิธีพิจารณาคดี กระบวนการดำเนินคดี ค่าฤชาธรรมเนียม รวมทั้งเงื่อนไขในการอุทธรณ์ฎีกาไว้แตกต่างจากคดีแพ่งทั่วไป และจำเลยทั้งสองเป็นผู้ยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นส่งคำฟ้องคดีนี้ไปให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดี ผู้บริโภค หรือไม่ ตามคำร้องของจำเลยทั้งสองฉบับลงวันที่ 19 มิถุนายน 2555 แสดงว่าจำเลยทั้งสองพิจารณาแล้วเห็นว่า หากคดีนี้ได้มีการพิจารณาคดีเป็นคดี ผู้บริโภค จำเลยทั้งสองย่อมได้รับประโยชน์มากกว่า ต่อมาปรากฏว่าประธานศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยว่า คดีนี้เป็นคดี ผู้บริโภค ตามคำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ลงวันที่ 16 ตุลาคม 2555 ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งว่าเพื่อความสะดวกในการพิจารณาพิพากษาคดี ให้จำหน่ายคดีนี้ออกจากสารบบความคดีแพ่งทั่วไป แล้วให้โจทก์ยื่นฟ้องจำเลยทั้งสองเป็นคดี ผู้บริโภค ใหม่ภายใน 1 เดือน เนื่องจากหากโอนคดีนี้ไปลงสารบบความคดี ผู้บริโภค อาจก่อให้เกิดความยุ่งยากในการจัดการคดีของศาลตามรายงานกระบวนพิจารณาฉบับลงวันที่ 20 ธันวาคม 2555 แม้การโอนคดีนี้ไปลงสารบบความคดี ผู้บริโภค ของศาลชั้นต้นจะสามารถกระทำได้ เพียงแต่ก่อให้เกิดความยุ่งยากในการบริหารจัดการคดีของศาลชั้นต้นเท่านั้นก็ตาม แต่เมื่อโจทก์ได้ปฏิบัติตามคำสั่งศาลชั้นต้นโดยโจทก์ได้ยื่นฟ้องจำเลยทั้งสองเป็นคดี ผู้บริโภค เข้ามาใหม่ภายในระยะเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด เป็นคดีหมายเลขดำที่ ผบ.68/2556 ของศาลชั้นต้น และจำเลยทั้งสองก็ได้ยื่นคำให้การต่อสู้คดีเข้ามาในคดีดังกล่าวแล้วเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2556 จึงเห็นได้ว่าจำเลยทั้งสองไม่ได้เสียเปรียบในการต่อสู้คดีแต่อย่างใด และเมื่อคดีนี้มีการดำเนินคดีเป็นคดี ผู้บริโภค ย่อมทำให้เกิดความสะดวกในการพิจารณาพิพากษา และเป็นผลดีแก่จำเลยทั้งสองซึ่งเป็น ผู้บริโภค มากกว่าการดำเนินคดีแพ่งทั่วไป ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีนี้ออกจากสารบบความคดีแพ่งทั่วไปแล้วให้โจทก์ฟ้องคดีใหม่เป็นคดี ผู้บริโภค จึงเป็นคำสั่งที่มิได้ขัดต่อกฎหมาย ทั้งเป็นการใช้ดุลพินิจชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 16390/2557 นายจำลอง ศรีภิรมย์ โจทก์ นายสำรวย พูลปั้น กับพวก จำเลย พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ.2551