ฎีกาที่ 14582/2557
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า เครื่องหมายการค้าคำว่า D&G และคำว่า D&C ของจำเลยที่ 1 คล้ายกับเครื่องหมายการค้าคำว่า D&G และคำว่า D&G DOLCE & GABBANA ของโจทก์ซึ่งเป็นเครื่องหมายมีชื่อเสียงแพร่หลายทั่วไปจนอาจทำให้สาธารณชนสับสนหรือหลงผิดในความเป็นเจ้าของหรือแหล่งกำเนิดของสินค้า ที่จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ว่า สินค้าของโจทก์มีราคาแพงและจำหน่ายในห้างสรรพสินค้าชั้นนำ สินค้าของจำเลยทั้งสองวางจำหน่ายต่างสถานที่และ ผู้บริโภค มีรายได้น้อย และสินค้าของจำเลยทั้งสองมีข้อความว่า MADE IN THAILAND BY KTS เพื่อให้ทราบถึงแหล่งกำเนิดในประเทศไทยนั้น เห็นว่า สินค้าของโจทก์มีหลายชนิด ทั้งเครื่องนุ่งห่ม เครื่องแต่งกาย กระเป๋า เข็มขัด แว่นตา นาฬิกา และเครื่องประดับ ไม่แน่ว่าจำเลยทั้งสองจะผลิตสินค้าที่มีลักษณะ ราคา และมีข้อความว่า MADE IN THAILAND BY KTS ตลอดจนสถานที่วางจำหน่ายต่างกับสินค้าของโจทก์ตลอดไป จึงไม่ใช่เหตุที่ไม่ทำให้สาธารณชนสับสนหรือหลงผิด อุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น แม้ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าเครื่องหมายการค้าของจำเลยที่ 1 คล้ายกับเครื่องหมายการค้าของโจทก์จนอาจทำให้สาธารณชนสับสนหรือหลงผิดในความเป็นเจ้าของหรือแหล่งกำเนิดของสินค้า แต่เมื่อพิเคราะห์สินค้ากระเป๋าของจำเลยทั้งสองที่มีข้อความว่า MADE IN THAILAND BY KTS เห็นได้ชัดเจนใต้เครื่องหมายการค้า ทำให้สินค้ากระเป๋าของจำเลยทั้งสองแตกต่างกับสินค้าของโจทก์ ประกอบกับสภาพของสินค้า โดยรวมมีความแตกต่างกันมาก แสดงให้เห็นว่าแม้เครื่องหมายการค้าของจำเลยที่ 1 จะคล้ายกับเครื่องหมายการค้าของโจทก์อย่างเห็นได้ชัดแจ้ง จึงมิใช่การกระทำอันมีลักษณะเป็นการลวงขาย จำเลยทั้งสองจึงไม่ต้องร่วมกันชำระค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ ที่โจทก์อุทธรณ์ขอให้จำเลยทั้งสองยุติการจำหน่ายและเสนอจำหน่ายสินค้ากระเป๋าชนิดต่าง ๆ ภายใต้เครื่องหมายการค้าคำว่า D&G และคำว่า D&C นั้น เห็นว่า เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า เครื่องหมายการค้าของจำเลยที่ 1 คล้ายกับเครื่องหมายการค้าของโจทก์ซึ่งเป็นเครื่องหมายมีชื่อเสียงแพร่หลายทั่วไปจนอาจทำให้สาธารณชนสับสนหรือหลงผิดในความเป็นเจ้าของหรือแหล่งกำเนิดของสินค้า จึงบังคับให้ตามคำขอ ที่โจทก์อุทธรณ์ขอให้ห้ามจำเลยทั้งสองใช้ ยื่นขอจดทะเบียนหรือเข้าเกี่ยวข้องไม่ว่าในทางใดกับเครื่องหมายการค้าของจำเลยทั้งสองรวมตลอดทั้งเครื่องหมายการค้าอื่นใดที่เหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมายการค้าของโจทก์ และห้ามการใช้ โฆษณา หรือทำให้ปรากฏซึ่งเครื่องหมายการค้าดังกล่าวหรือเครื่องหมายการค้าอื่นใดที่เหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมายการค้าของโจทก์ไม่ว่ากับสินค้าหรือเอกสารสิ่งของในการประกอบการค้าใด ๆ นั้น เห็นว่า เมื่อพิพากษาให้เพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของจำเลยที่ 1 แล้ว จำเลยทั้งสองย่อมไม่มีสิทธิใช้เครื่องหมายการค้านั้นอีกต่อไป และคำขอดังกล่าวมุ่งบังคับการกระทำในอนาคตซึ่งครอบคลุมถึงการกระทำของจำเลยทั้งสองที่เกินไปกว่าที่ปรากฏในคดีนี้ จึงให้ยกคำขอ ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาให้เพิกถอนคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าโดยจำเลยที่ 1 ไม่ต้องขอถอนคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้น ไม่ถูกต้องเมื่อการยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าดังกล่าวเป็นการโต้แย้งสิทธิต่อโจทก์ จึงชอบที่จะบังคับให้จำเลยที่ 1 ถอนคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าดังกล่าว โดยหากจำเลยที่ 1 ไม่ปฏิบัติก็ชอบที่จะใช้คำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาถอนคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของจำเลยที่ 1
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันถอนคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าเลขที่ 612556, 774336 และ 774337 และร่วมกันถอนทะเบียนเครื่องหมายการค้าเลขที่ค 245618 หากจำเลยทั้งสองไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนาของจำเลยทั้งสอง ห้ามจำเลยทั้งสองใช้ ยื่นขอจดทะเบียน หรือเข้าเกี่ยวข้องไม่ว่าในทางใดกับเครื่องหมายการค้าดังกล่าวรวมตลอดทั้งเครื่องหมายการค้าอื่นใดที่เหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมายการค้าของโจทก์ ให้จำเลยทั้งสองยุติการจำหน่ายและเสนอจำหน่ายสินค้ากระเป๋าชนิดต่าง ๆ ภายใต้เครื่องหมายการค้าคำว่า D&G และ D&C ห้ามการใช้ โฆษณา หรือทำให้ปรากฏซึ่งเครื่องหมายการค้าดังกล่าวหรือเครื่องหมายการค้าอื่นใดที่เหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมายการค้าของโจทก์ไม่ว่ากับสินค้าหรือเอกสารสิ่งของในการประกอบการค้าใด ๆ กับใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์จากการกระทำอันเป็นการลวงขายสินค้าดังกล่าวเป็นเงินเดือนละ 1,000,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะยุติการกระทำละเมิดดังกล่าว ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์จากการลอกเลียนเอาเครื่องหมายการค้าของโจทก์ไปขอจดทะเบียนอันเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริตเป็นเงินเดือนละ 500,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจำเลยทั้งสองจะร่วมกันถอนคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าและทะเบียนเครื่องหมายการค้าดังกล่าว จำเลยทั้งสองให้การและแก้ไขคำให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาให้เพิกถอนคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าเลขที่ 612556, 774336, 774337 และทะเบียนเครื่องหมายการค้าเลขที่ค 245618 ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 30,000 บาท กับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีแก่โจทก์จำนวน 5,000 บาท คำขออื่นให้ยก โจทก์และจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่โต้แย้งกันในชั้นนี้รับฟังได้ยุติในเบื้องต้นว่า โจทก์เป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้าคำว่า D&G เครื่องหมายการค้าคำว่า DOLCE & GABBANA และเครื่องหมายการค้าคำว่า D&G DOLCE & GABBANA สำหรับสินค้าหลายจำพวก โจทก์ใช้เครื่องหมายการค้าดังกล่าวตั้งแต่ปี 2528 สินค้าเครื่องนุ่งห่มและแต่งกาย กระเป๋าซึ่งใช้เครื่องหมายการค้าของโจทก์ถูกนำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2539 โจทก์จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าคำว่า DOLCE & GABBANA สำหรับสินค้าจำพวก 18 เมื่อปี 2533 เครื่องหมายการค้าคำว่า D&G DOLCE & GABBANA สำหรับสินค้าจำพวก 9, 3 และ 14 เมื่อปี 2542 และปี 2543 เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2548 จำเลยที่ 1 ยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าคำว่า D&G เป็นคำขอเลขที่ 612556 สำหรับสินค้าจำพวก 18 โจทก์ยื่นคำคัดค้าน นายทะเบียนเครื่องหมายการค้ามีคำวินิจฉัยยกคำคัดค้านของโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ คณะกรรมการเครื่องหมายการค้ามีคำวินิจฉัยให้ยกอุทธรณ์ของโจทก์ นอกจากนั้นจำเลยที่ 1 จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าคำว่า D&C สำหรับสินค้าจำพวก 18 เป็นทะเบียนเลขที่ค 245618 และจำเลยที่ 1 ยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าคำว่า D&G และเครื่องหมายการค้าคำว่า D&G และรูปประดิษฐ์ช่อใบไม้เป็นคำขอเลขที่ 774336 และ 774337 ตามลำดับ สำหรับสินค้าจำพวก 25 คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองว่า เครื่องหมายการค้าของโจทก์เป็นเครื่องหมายมีชื่อเสียงแพร่หลายทั่วไปหรือไม่ และเครื่องหมายการค้าคำว่า D&G และเครื่องหมายการค้าคำว่า D&C ของจำเลยที่ 1 เหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมายการค้าของโจทก์จนอาจทําให้สาธารณชนสับสนหรือหลงผิดในความเป็นเจ้าของหรือแหล่งกําเนิดของสินค้าหรือไม่ เห็นว่า การพิจารณาการเป็นเครื่องหมายการค้าที่มีชื่อเสียงแพร่หลายทั่วไปต้องพิจารณาตามหลักเกณฑ์ที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 8 (10) และตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง หลักเกณฑ์การพิจารณาเครื่องหมายที่มีชื่อเสียงแพร่หลายทั่วไป ฉบับลงวันที่ 21 กันยายน 2547 ข้อ 1 ให้ยกเลิกประกาศกระทรวงพาณิชย์ ฉบับที่ 1 (พ.ศ. 2543) เรื่อง หลักเกณฑ์การพิจารณาเครื่องหมายที่มีชื่อเสียงแพร่หลายทั่วไป ลงวันที่ 4 กรกฎาคม 2543 ซึ่งกำหนดหลักเกณฑ์ว่า เครื่องหมายนั้นต้องมีปริมาณการจำหน่ายจำนวนมาก และข้อ 2 ระบุถึงหลักเกณฑ์การพิจารณาเครื่องหมายที่มีชื่อเสียงแพร่หลายทั่วไป 2 ประการ โดยประการแรก สินค้าหรือบริการที่ใช้เครื่องหมายนั้นจะต้องมีการจำหน่ายหรือมีการใช้หรือมีการโฆษณา หรือได้มีการใช้เครื่องหมายโดยวิธีใด ๆ อย่างแพร่หลายตามปกติโดยสุจริตจนทำให้สาธารณชนทั่วไปหรือสาธารณชนในสาขาที่เกี่ยวข้องในประเทศไทยรู้จักเป็นอย่างดี และประการที่ 2 เครื่องหมายนั้นจะต้องมีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับในหมู่ ผู้บริโภค ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า โจทก์ใช้และโฆษณาสินค้าที่ใช้เครื่องหมายการค้าคำว่า D&G เครื่องหมายการค้า คำว่า DOLCE & GABBANA และเครื่องหมายการค้าคำว่า D&G DOLCE & GABBANA ทั่วโลกรวมทั้งในประเทศไทยจนทำให้สาธารณชนทั่วไปรู้จักเป็นอย่างดีและมีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับในหมู่ ผู้บริโภค เครื่องหมายการค้าของโจทก์จึงเป็นเครื่องหมายมีชื่อเสียงแพร่หลายทั่วไป ที่จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ว่า เครื่องหมายการค้าคำว่า D&G และเครื่องหมายการค้าคำว่า D&C ของจำเลยที่ 1 มีการประดิษฐ์ให้แตกต่างกับเครื่องหมายการค้าของโจทก์นั้น เห็นว่า เครื่องหมายการค้าคำว่า D&G และเครื่องหมายการค้าคำว่า D&G DOLCE & GABBANA ของโจทก์มีสาระสำคัญอยู่ที่ตัวอักษรโรมันคำว่า D&G ซึ่งเรียกขานว่า ดี แอนด์ จี ส่วนเครื่องหมายการค้าคำว่า D&G และเครื่องหมายการค้าคำว่า D&C ของจำเลยที่ 1 แม้จะมีลักษณะเป็นภาพสามมิติ แต่สาระสำคัญของเครื่องหมายในการสังเกตและเรียกขานอยู่ที่ตัวอักษรโรมันคำว่า D&G และคำว่า D&C ซึ่งเครื่องหมายการค้าคำว่า D&G เป็นตัวอักษรโรมันตัวเดียวกับเครื่องหมายการค้าคำว่า D&G และเครื่องหมายการค้าคำว่า D&G DOLCE & GABBANA ของโจทก์และเรียกขานว่า ดี แอนด์ จี เหมือนกัน ส่วนเครื่องหมายการค้าคำว่า D&C ตัวอักษรโรมัน C ก็มีลักษณะคล้ายกับตัวอักษรโรมัน G และเรียกขานว่า ดี แอนด์ ซี คล้ายกับเสียงเรียกขานว่า ดี แอนด์ จี ของโจทก์ จึงย่อมมีเหตุที่อาจทำให้สาธารณชนสับสนหรือหลงผิดว่าเป็นเครื่องหมายการค้าของเจ้าของเดียวกันได้ เครื่องหมายการค้าคำว่า D&G และเครื่องหมายการค้าคำว่า D&C ของจำเลยที่ 1 จึงคล้ายกับเครื่องหมายการค้าคำว่า D&G และเครื่องหมายการค้า คำว่า D&G DOLCE & GABBANA ของโจทก์ซึ่งเป็นเครื่องหมายมีชื่อเสียงแพร่หลายทั่วไปจนอาจทำให้สาธารณชนสับสนหรือหลงผิดในความเป็นเจ้าของหรือแหล่งกำเนิดของสินค้า ส่วนที่จำเลยทั้งสองอุทธรณ์อ้างว่า สินค้าของโจทก์มีราคาแพงและจำหน่ายในห้างสรรพสินค้าชั้นนำ สินค้าของจำเลยทั้งสองวางจำหน่ายต่างสถานที่และ ผู้บริโภค มีรายได้น้อย และสินค้าของจำเลยทั้งสองมีข้อความว่า MADE IN THAILAND BY KTS เพื่อให้ทราบถึงแหล่งกำเนิดในประเทศไทยนั้น เห็นว่า สินค้าของโจทก์มีหลายชนิดทั้งเครื่องนุ่งห่ม เครื่องแต่งกาย กระเป๋า เข็มขัด แว่นตา นาฬิกา และเครื่องประดับ ไม่แน่ว่าจำเลยทั้งสองจะผลิตสินค้าที่มีลักษณะ ราคา และมีข้อความว่า MADE IN THAILAND BY KTS ตลอดจนสถานที่วางจำหน่ายต่างกับสินค้าของโจทก์ตลอดไป จึงไม่ใช่เหตุที่ไม่ทำให้สาธารณชนสับสนหรือหลงผิด อุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์มีว่า จำเลยทั้งสองต้องร่วมกันชำระค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์หรือไม่ เพียงใด เห็นว่า แม้ข้อเท็จจริงจะฟังได้ว่า เครื่องหมายการค้าของจำเลยที่ 1 คล้ายกับเครื่องหมายการค้าของโจทก์จนอาจทำให้สาธารณชนสับสนหรือหลงผิดในความเป็นเจ้าของหรือแหล่งกำเนิดของสินค้า และปัญหานี้โจทก์นำสืบว่า การขอจดทะเบียนเป็นส่วนหนึ่งของการกระทำเพื่อลวงขายสินค้า เป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริตที่มีแต่จะให้เกิดเสียหายแก่โจทก์ ค่าเสียหายที่โจทก์เรียกร้องเป็นค่าเสียหายที่โจทก์เสียเวลาและเสียค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีเป็นเงินจำนวนมาก แต่เมื่อพิเคราะห์สินค้ากระเป๋าของจำเลยทั้งสองซึ่งใช้เครื่องหมายการค้าคำว่า D&G ตามที่จำเลยที่ 1 ยื่นคำขอจดทะเบียนและเครื่องหมายการค้าคำว่า D&C ตามที่จำเลยทั้งสองได้รับการจดทะเบียนตามลำดับ โดยมีข้อความว่า MADE IN THAILAND BY KTS เห็นได้ชัดเจนใต้เครื่องหมายการค้า ทำให้สินค้ากระเป๋าของจำเลยทั้งสองแตกต่างกับสินค้าของโจทก์ที่ใช้เครื่องหมายการค้าคำว่า D&G หรือเครื่องหมายการค้าคำว่า D&G DOLCE & GABBANA ประกอบกับสภาพของสินค้าโดยรวมมีความแตกต่างกันมาก แสดงให้เห็นว่า แม้เครื่องหมายการค้าของจำเลยที่ 1 จะคล้ายกับเครื่องหมายการค้าของโจทก์ แต่จำเลยทั้งสองได้ทำให้สินค้าของจำเลยทั้งสองแตกต่างจากสินค้าของโจทก์อย่างเห็นได้ชัดแจ้ง จึงมิใช่การกระทำอันมีลักษณะเป็นการลวงขาย พยานหลักฐานของจำเลยทั้งสองมีน้ำหนักดีกว่าพยานหลักฐานของโจทก์ จำเลยทั้งสองจึงไม่ต้องร่วมกันชำระค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ ที่โจทก์อุทธรณ์ขอให้จำเลยทั้งสองยุติการจำหน่ายและเสนอจำหน่ายสินค้ากระเป๋าชนิดต่าง ๆ ภายใต้เครื่องหมายการค้าคำว่า D&G และคำว่า D&C นั้น เห็นว่า เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า เครื่องหมายการค้าของจำเลยที่ 1 คล้ายกับเครื่องหมายการค้าของโจทก์ซึ่งเป็นเครื่องหมายมีชื่อเสียงแพร่หลายทั่วไปจนอาจทำให้สาธารณชนสับสนหรือหลงผิดในความเป็นเจ้าของหรือแหล่งกำเนิดของสินค้า จึงบังคับให้ตามคำขอ ส่วนที่โจทก์อุทธรณ์ขอให้ห้ามจำเลยทั้งสองใช้ ยื่นขอจดทะเบียนหรือเข้าเกี่ยวข้องไม่ว่าในทางใดกับเครื่องหมายการค้าของจำเลยทั้งสองรวมตลอดทั้งเครื่องหมายการค้าอื่นใดที่เหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมายการค้าของโจทก์ และห้ามการใช้ โฆษณา หรือทำให้ปรากฏซึ่งเครื่องหมายการค้าดังกล่าวหรือเครื่องหมายการค้าอื่นใดที่เหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมายการค้าของโจทก์ไม่ว่ากับสินค้าหรือเอกสารสิ่งของในการประกอบการค้าใด ๆ นั้น เห็นว่า เมื่อพิพากษาให้เพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของจำเลยที่ 1 แล้ว จำเลยทั้งสองย่อมไม่มีสิทธิใช้เครื่องหมายการค้านั้นอีกต่อไป และคำขอดังกล่าวมุ่งบังคับการกระทำในอนาคตซึ่งครอบคลุมถึงการกระทำของจำเลยทั้งสองที่เกินไปกว่าที่ปรากฏในคดีนี้ จึงให้ยกคำขอ อนึ่ง ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาให้เพิกถอนคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าเลขที่ 612556, 774336 และ 774337 โดยจำเลยที่ 1 ไม่ต้องขอถอนคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้น ไม่ถูกต้อง เมื่อการยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าดังกล่าวเป็นการโต้แย้งสิทธิต่อโจทก์ จึงชอบที่จะบังคับให้จำเลยที่ 1 ถอนคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าดังกล่าว โดยหากจำเลยที่ 1 ไม่ปฏิบัติก็ชอบที่จะใช้คำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาถอนคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของจำเลยที่ 1 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 1 ถอนคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าเลขที่ 612556, 774336 และ 774337 ต่อนายทะเบียนเครื่องหมายการค้า หากไม่ปฏิบัติตามให้ถือคำพิพากษาศาลฎีกาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยที่ 1 ให้จำเลยทั้งสองยุติการจำหน่ายและเสนอจำหน่ายสินค้ากระเป๋าชนิดต่างๆ ภายใต้เครื่องหมายการค้าคำว่า D&G และคำว่า D&C นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14582/2557 กาโด เอส. อาร์. แอล โจทก์ บริษัทพรลดา แบ็ค จำกัด กับพวก จำเลย พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 ม. 61