ฎีกาที่ 15081/2556
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
ย่อสั้น
สำเนาใบตราส่งระบุข้อความตอนบนว่า ใบตราส่งสำหรับการขนส่งในมหาสมุทรหรือขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ (BILL OF LADING FOR OCEAN TRANSPORT OR MULTIMODAL TRANSPORT) จำเลยที่ 4 และที่ 5 ขนส่งสินค้าจากสถานีตรวจปล่อยสินค้าลาดกระบังทางรถยนต์ไปยังท่าเรือแหลมฉบัง และขนส่งสินค้าจากท่าเรือดังกล่าวไปยังท่าเรืออะปาปา ประเทศไนจีเรีย ซึ่งตามใบจองระวางเรือระบุให้ขนส่งสินค้าจากลาดกระบังไปท่าเรือแหลมฉบัง และจากท่าเรือดังกล่าวไปจนถึงท่าเรือปลายทาง การขนส่งในคดีนี้เป็นการรับขนของโดยมีรูปแบบการขนส่งทางบกกับการขนส่งทางทะเล โดยในส่วนของการขนส่งทางบกนั้นเป็นการขนส่งข้ามจังหวัด มิใช่เพียงการขนส่งกันภายในท่าเรือซึ่งมีระยะทางไม่มาก อันเป็นรูปแบบการขนส่งที่แตกต่างกันสองรูปแบบในสัญญาขนส่งเดียวกันจากสถานที่รับของในประเทศไทยไปยังสถานที่ส่งมอบของในประเทศไนจีเรียเป็นการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ การใช้สิทธิเรียกร้องเอาค่าเสียหายตามสัญญาขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบของผู้เอา ประกันภัย ต่อจำเลยจึงมีอายุความ 9 เดือน นับแต่วันที่ผู้ประกอบการขนส่งต่อเนื่องได้ส่งมอบของหรือควรจะส่งมอบของตามมาตรา 38 วรรคหนึ่ง ข้อเท็จจริงปรากฏจากรายงานสำรวจความเสียหายว่า สินค้าถูกขนส่งถึงปลายทางที่ท่าเรืออะปาปาเมื่อวันที่ 10 มกราคม 2551 และมีการเรียกร้องความเสียหายแก่ผู้ขนส่งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2551 จึงฟังได้ว่า ผู้ประกอบการขนส่งน่าจะส่งมอบของในช่วงเวลาดังกล่าวแล้ว และเมื่อนับถึงวันฟ้องคดีนี้ในวันที่ 12 มกราคม 2552 ย่อมเกินกว่า 9 เดือน คดีโจทก์จึงขาดอายุความ จำเลยที่ 1 ย่อมยกเอาเหตุสิทธิเรียกร้องขาดอายุความขึ้นปฏิเสธการชำระหนี้แก่โจทก์ได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/10 ที่โจทก์แก้อุทธรณ์ว่า ข้อเท็จจริงไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 1 ได้จดทะเบียนประกอบกิจการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบในประเทศไทยจึงไม่สามารถอ้าง พ.ร.บ.การขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ พ.ศ.2548 ให้เป็นประโยชน์แก่ตนเองได้นั้น เห็นว่า การจดทะเบียนเป็นผู้ประกอบการขนส่งสินค้าต่อเนื่องหลายรูปแบบเป็นเพียงวิธีการควบคุมการประกอบการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบให้เป็นไปโดยมีประสิทธิภาพเท่านั้น หาได้มีผลเปลี่ยนแปลงการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบตามความหมายในบทนิยาม พ.ร.บ.การขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ พ.ศ.2548 มาตรา 4 ให้เป็นอย่างอื่นแต่อย่างใด
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งห้าร่วมกันชำระเงิน 2,674,841.09 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 2,651,954.36 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ระหว่างพิจารณา โจทก์ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องจำเลยที่ 2 และที่ 3 ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมีคำสั่งอนุญาต จำเลยที่ 1 ที่ 4 และที่ 5 ให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงิน 2,674,841.09 บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 2,651,954.36 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ กับให้จำเลยที่ 1 ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 5,000 บาท และให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 4 และที่ 5 ค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 4 และที่ 5 ให้เป็นพับ จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้เป็นยุติว่า เมื่อประมาณวันที่ 10 ธันวาคม 2550 บริษัทเอซ อินชัวรันส์ จำกัด ได้รับ ประกันภัย สินค้าประเภทยารักษาโรคไว้จากบริษัทเมก้า ไลฟไซแอ็นซ์ พีทีวาย จำกัด ผู้เอา ประกันภัย วงเงิน ประกันภัย 78,365.13 ดอลลาร์สหรัฐ ผู้เอา ประกันภัย ได้ขายสินค้าแก่บริษัทเมก้า ไลฟไซแอ็นซ์ ไนจีเรีย จำกัด และผู้เอา ประกันภัย ได้ว่าจ้างจำเลยทั้งห้าขนส่งสินค้าโดยเรือเดินทะเล เมอส์ก เกาลูน เที่ยวที่ 0802 จากประเทศไทยไปยังเมืองอะปาปา ประเทศไนจีเรีย สัญญา ประกันภัย คุ้มครองความเสียหายหรือสูญหายการขนไม่ว่าช่วงใดของการขนส่งสินค้า ต่อมาวันที่ 10 มกราคม 2551 เมื่อสินค้าได้ถูกขนส่งไปถึงปลายทางปรากฏว่า สินค้าซึ่งเป็นยารักษาโรคได้รับความเสียหายตามรายงานการสำรวจ ผู้เอา ประกันภัย ได้เรียกร้องค่าเสียหายจากจำเลยทั้งห้าแล้วแต่จำเลยทั้งห้าเพิกเฉย จึงได้เรียกร้องมายังโจทก์ในฐานะผู้รับ ประกันภัย ซึ่งรับโอนกิจการจากบริษัทเอซ อินชัวรันส์ จำกัด โจทก์ได้ชำระค่าเสียหายแก่ผู้เอา ประกันภัย จึงรับช่วงสิทธิมาเรียกร้องค่าเสียหายกับจำเลยทั้งห้า คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ว่า สิทธิเรียกร้องตามฟ้องขาดอายุความตามพระราชบัญญัติการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ พ.ศ.2548 มาตรา 38 วรรคหนึ่ง หรือไม่ เห็นว่า ตามสำเนาใบตราส่งระบุข้อความตอนบนว่า ใบตราส่งสำหรับการขนส่งในมหาสมุทรหรือขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ (BILL OF LADING FOR OCEAN TRANSPORT OR MULTIMODAL TRANSPORT) นายฐิระพล และนายประมวล พยานจำเลยที่ 1 ทั้งสองปาก ต่างให้การสอดคล้องต้องกันว่า จำเลยที่ 4 และที่ 5 ขนส่งสินค้าจากสถานีตรวจปล่อยสินค้าลาดกระบังทางรถยนต์ไปยังท่าเรือแหลมฉบัง และขนส่งสินค้าจากท่าเรือดังกล่าวไปยังท่าเรืออะปาปา ประเทศไนจีเรีย โดยเรือเมอส์ก เกาลูน ซึ่งตามใบจองระวางเรือ ระบุให้ขนส่งสินค้าจากลาดกระบังไปท่าเรือแหลมฉบัง และจากท่าเรือดังกล่าวไปจนถึงท่าเรือปลายทาง และโจทก์ไม่ถามค้านหรือนำสืบโต้แย้งข้อเท็จจริงดังกล่าว จึงฟังได้ว่า การขนส่งในคดีนี้เป็นการรับขนของโดยมีรูปแบบการขนส่งทางรถยนต์หรือทางบกกับการขนส่งทางเรือหรือทางทะเล โดยในส่วนของการขนส่งทางบกนั้น เป็นการขนส่งข้ามจังหวัด มิใช่เพียงการขนส่งกันภายในท่าเรือ ซึ่งมีระยะทางไม่มากอันเป็นรูปแบบการขนส่งที่แตกต่างกันสองรูปแบบในสัญญาขนส่งเดียวกัน จากสถานที่รับของในประเทศไทยไปยังสถานที่ส่งมอบของในประเทศไนจีเรีย จึงเป็นการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ ตามความหมายในบทนิยาม มาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ พ.ศ.2548 เมื่อปรากฏหลักฐานตามใบจองระวางเรือว่า มีการจองระวางเรือเมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2550 อันเป็นวันหลังจากพระราชบัญญัติดังกล่าว ได้ใช้บังคับแล้ว ดังนี้ การใช้สิทธิเรียกร้องเอาค่าเสียหายตามสัญญาขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบของผู้เอา ประกันภัย ต่อฝ่ายจำเลยจึงมีอายุความ 9 เดือน นับแต่วันที่ผู้ประกอบการขนส่งต่อเนื่องได้ส่งมอบของหรือควรจะส่งมอบของตามมาตรา 38 วรรคหนึ่ง ซึ่งข้อเท็จจริงปรากฏจากรายงานสำรวจความเสียหายว่า สินค้าได้ถูกขนส่งถึงปลายทางที่ท่าเรืออะปาปาเมื่อวันที่ 10 มกราคม 2551 และมีการเรียกร้องความเสียหายแก่ผู้ขนส่งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2551 จึงฟังได้ว่า ผู้ประกอบการขนส่งน่าจะส่งมอบของในช่วงเวลาดังกล่าวแล้ว และเมื่อนับถึงวันฟ้องคดีนี้ในวันที่ 12 มกราคม 2552 ย่อมเกินกว่า 9 เดือน คดีโจทก์จึงขาดอายุความตามกฎหมายดังกล่าว จำเลยที่ 1 ย่อมยกเอาเหตุสิทธิเรียกร้องขาดอายุความขึ้นปฏิเสธการชำระหนี้แก่โจทก์ได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/10 สำหรับข้อที่โจทก์แก้อุทธรณ์ว่า ข้อเท็จจริงไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 1 ได้จดทะเบียนประกอบกิจการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบในประเทศไทย จึงไม่สามารถอ้างพระราชบัญญัติการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ พ.ศ.2548 ให้เป็นประโยชน์แก่ตนเองได้ เห็นว่า การจดทะเบียนเป็นผู้ประกอบการขนส่งสินค้าต่อเนื่องหลายรูปแบบเป็นเพียงวิธีการควบคุมการประกอบการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบให้เป็นไปโดยมีประสิทธิภาพเท่านั้น หาได้มีผลเปลี่ยนแปลงการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบตามความหมายในบทนิยาม มาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติฉบับนี้ให้เป็นอย่างอื่นแต่อย่างใด ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินแก่โจทก์นั้น ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศไม่เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ฟังขึ้น และไม่จำต้องวินิจฉัยปัญหาอื่นอีกต่อไปเพราะไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลง พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 1 เสียด้วย ค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างโจทก์และจำเลยที่ 1 ทั้งสองศาลให้เป็นพับ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 15081/2556 บริษัทเอซ ไอเอ็นเอ โอเวอร์ซีส์ อินชัวรันซ์ จำกัด โจทก์ บริษัทเมอส์ก ไลน์ (ไทยแลนด์) จำกัด กับพวก จำเลย ป.พ.พ. ม. 193/10 พ.ร.บ.การขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ พ.ศ.2548 ม. 4 , ม. 38