ฎีกาที่ 12034/2555
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 มาตรา 30
พ.ศ. 2534 · approved_timeline_selection
มาตรา 30 บรรดาเครื่องมือ เครื่องใช้ ยานพาหนะ เครื่องจักรกล หรือทรัพย์สินอื่นใดที่ใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด หรือใช้เป็นอุปกรณ์ให้ได้รับผลในการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพต...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 (ยกเลิก) มาตรา 31
พ.ศ. 2534 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 31 ทรัพย์สินที่ศาลมีคำสั่งให้ริบตามมาตรา 29 และมาตรา 30 ให้ตกเป็นของกองทุน
ย่อสั้น
ผู้คัดค้านที่ 2 ให้ผู้คัดค้านที่ 1 เช่าซื้อ รถจักรยานยนต์ของกลางมีกำหนดผ่อนชำระ 12 งวด เริ่มชำระงวดแรกวันที่ 1 มิถุนายน 2547 งวดสุดท้ายวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2548 ต่อมาวันที่ 25 สิงหาคม 2547 เจ้าพนักงานตำรวจจับ ส. พร้อมยาเสพติดให้โทษ และยึดรถจักรยานยนต์ของกลาง ผู้คัดค้านที่ 2 ทราบเรื่องการยึดทรัพย์ตั้งแต่เดือนกันยายน 2547 แต่เพิ่งบอกเลิกสัญญา เช่าซื้อ แก่ผู้คัดค้านที่ 1 เมื่อวันที่ 12 เมษายน 2549 หลังทราบเรื่องนานถึง 1 ปี 7 เดือน ทั้งยังแจ้งให้ผู้คัดค้านที่ 1 ชำระค่า เช่าซื้อ ต่อไป แสดงว่าผู้คัดค้านที่ 2 ประสงค์จะได้ค่า เช่าซื้อ ที่ค้างชำระเท่านั้น การที่ผู้คัดค้านที่ 2 เพิกเฉยไม่ดำเนินการเพื่อให้ได้รถจักรยานยนต์ของกลางคืน ทั้ง ๆ ที่ทราบว่ามีการนำรถจักรยานยนต์ไปใช้ในการกระทำความผิด และเพิ่งยื่นคำร้องคัดค้านเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2549 เมื่อผู้คัดค้านที่ 2 ซึ่งมีภาระการพิสูจน์ไม่อาจพิสูจน์ได้ว่าผู้คัดค้านที่ 2 ไม่มีโอกาสทราบหรือไม่มีเหตุอันควรสงสัยว่าจะมีการกระทำความผิดและมีการนำทรัพย์สินดังกล่าวไปใช้ในการกระทำความผิดหรือได้ใช้เป็นอุปกรณ์ให้ได้รับผลในการกระทำความผิด หรือมีไว้เพื่อใช้ในการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 30 วรรคสี่ จึงไม่อาจคืนรถจักรยานยนต์ของกลางให้แก่ผู้คัดค้านที่ 2 ได้
ย่อยาว
ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้มีคำสั่งริบรถจักรยานยนต์หมายเลขทะเบียน ปรค กรุงเทพมหานคร 123 และโทรศัพท์เคลื่อนที่หมายเลข 0 1256 4747 ของกลาง ให้ตกเป็นของกองทุนป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 30, 31 ศาลชั้นต้นได้สั่งให้ประกาศในหนังสือพิมพ์ตามกฎหมายแล้ว ผู้คัดค้านที่ 1 ยื่นคำร้องคัดค้านขอให้ยกคำร้องกับคืนรถจักรยานยนต์และโทรศัพท์เคลื่อนที่ของกลางให้แก่ผู้คัดค้านที่ 1 ผู้คัดค้านที่ 2 ยื่นคำร้องคัดค้านขอให้ยกคำร้องและมีคำสั่งคืนรถจักรยานยนต์ของกลางให้แก่ผู้คัดค้านที่ 2 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งริบรถจักรยานยนต์หมายเลขทะเบียน ปรค กรุงเทพมหานคร 123 และโทรศัพท์เคลื่อนที่หมายเลข 0 1256 4747 ของกลางให้ตกเป็นของกองทุนป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 30, 31 ผู้คัดค้านที่ 2 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้คัดค้านที่ 2 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้คัดค้านที่ 2 ว่า มีเหตุที่ศาลจะสั่งคืนรถจักรยานยนต์ของกลางให้แก่ผู้คัดค้านที่ 2 หรือไม่ เห็นว่า พันตำรวจโทรณเดช พยานผู้ร้องเบิกความว่า พยานได้ตรวจสอบรถจักรยานยนต์ของกลางจากนายทะเบียนขนส่งกรุงเทพมหานคร จนทราบว่าผู้คัดค้านที่ 2 เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ ผู้คัดค้านที่ 1 เป็นผู้ครอบครอง และออกหมายเรียกไปยังผู้คัดค้านที่ 2 ให้มาเป็นพยานตามหมายเรียกพยานลงวันที่ 14 ตุลาคม 2547 ผู้คัดค้านที่ 1 เบิกความตอบผู้ร้องถามค้านว่า หลังจากเกิดเหตุ 2 วัน พยานแจ้งให้ผู้คัดค้านที่ 2 ทราบประมาณเดือนกันยายน 2547 ผู้คัดค้านที่ 2 แจ้งว่ายังต้องชำระค่า เช่าซื้อ ต่อไปจึงเท่ากับว่าผู้คัดค้านที่ 2 ทราบเหตุตั้งแต่เดือนกันยายน 2547 แล้ว แต่ผู้คัดค้านที่ 2 เพิ่งจะบอกเลิกสัญญาเมื่อวันที่ 12 เมษายน 2549 หลังทราบเรื่องนานถึง 1 ปี 7 เดือน ทั้งยังแจ้งให้ผู้คัดค้านที่ 1 ชำระค่า เช่าซื้อ ต่อไป แม้ผู้คัดค้านที่ 1 จะไม่ยอมชำระแต่แสดงให้เห็นว่าผู้คัดค้านที่ 2 ประสงค์จะได้ค่า เช่าซื้อ ที่ค้างชำระเท่านั้น ผู้คัดค้านที่ 2 จึงเพิกเฉยไม่ดำเนินการเพื่อให้ได้รถจักรยานยนต์ของกลางคืน ทั้ง ๆ ที่ผู้คัดค้านที่ 2 ทราบเป็นอย่างดีว่ามีการนำรถจักรยานยนต์ไปใช้ในการกระทำความผิด นอกจากนี้ผู้คัดค้านที่ 2 เพิ่งยื่นคำร้องคัดค้านเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2549 หลังจากศาลไต่สวนพยานผู้ร้องซึ่งมีผู้คัดค้านที่ 1 ยื่นคำร้องคัดค้านไว้เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2547 ทั้ง ๆ ที่ผู้คัดค้านที่ 2 ทราบเรื่องตั้งแต่เดือนกันยายน 2547 เมื่อผู้คัดค้านที่ 2 ซึ่งมีภาระการพิสูจน์ไม่อาจพิสูจน์ได้ว่าผู้คัดค้านที่ 2 ไม่มีโอกาสทราบหรือไม่มีเหตุอันควรสงสัยว่าจะมีการกระทำความผิดและมีการนำทรัพย์สินดังกล่าวไปใช้ในการกระทำความผิดหรือได้ใช้เป็นอุปกรณ์ให้ได้รับผลในการกระทำความผิด หรือมีไว้เพื่อใช้ในการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 30 วรรคสี่ จึงไม่อาจคืนรถจักรยานยนต์ของกลางให้แก่ผู้คัดค้านที่ 2 ได้ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของผู้คัดค้านที่ 2 ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12034/2555 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด ผู้ร้อง นายหัสชัย กลิ่นธูป กับพวก ผู้คัดค้าน พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 ม. 30 , ม. 31