ฎีกาที่ 17259/2555
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
จำเลยที่ 2 ถึงที่ 14 เป็นคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทนที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวง แรงงาน และสวัสดิการสังคมแต่งตั้งขึ้นตาม พ.ร.บ.เงินทดแทน พ.ศ.2537 มาตรา 31 มีอำนาจหน้าที่ตามมาตรา 32 (5) ในการพิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์ตามมาตรา 52 โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนคำวินิจฉัยคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทนของจำเลยที่ 2 ถึงที่ 14 เป็นการฟ้องในฐานะที่จำเลยที่ 2 ถึงที่ 14 เป็นคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทนซึ่งปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย ไม่ใช่ฟ้องให้ชำระหนี้แก่โจทก์ทั้งสามเป็นการส่วนตัว จำเลยที่ 2 ถึงที่ 14 จึงไม่ต้องรับผิดชำระเงินทดแทนให้โจทก์
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้เพิกถอนคำวินิจฉัยของคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทนที่ 160/2549 ลงวันที่ 23 มิถุนายน 2549 และให้จำเลยทั้งสิบสี่ร่วมกันหรือแทนกันชำระเงินทดแทนในอัตราร้อยละ 60 ของค่าจ้างจำนวน 180,000 บาท แก่โจทก์ทั้งสามมีกำหนดแปดปี จำเลยทั้งสิบสี่ให้การและแก้ไขคำให้การขอให้ยกฟ้อง ศาล แรงงาน กลางพิพากษาเพิกถอนคำวินิจฉัยของคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทนที่ 160/2549 ลงวันที่ 23 มิถุนายน 2549 และให้จำเลยทั้งสิบสี่ร่วมกันหรือแทนกันชำระเงินทดแทนในอัตราร้อยละ 60 ของค่าจ้างจำนวน 180,000 บาท มีกำหนดแปดปีแก่โจทก์ทั้งสาม จำเลยที่ 2 ถึงที่ 14 อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดี แรงงาน วินิจฉัยว่า คณะกรรมการกองทุนเงินทดแทนเป็นคณะบุคคลที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวง แรงงาน และสวัสดิการสังคมแต่งตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติเงินทดแทน พ.ศ.2537 มาตรา 31 มีอำนาจหน้าที่ต่าง ๆ ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 32 โดยอำนาจหน้าที่พิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์ตามมาตรา 52 เป็นอำนาจหน้าที่ประการหนึ่งที่ระบุไว้ตามมาตรา 32 (5) การที่โจทก์ทั้งสามฟ้องจำเลยที่ 2 ถึงที่ 14 ให้เพิกถอนคำวินิจฉัยของคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทน ซึ่งมีมติยืนตามคำวินิจฉัยของสำนักงานประกันสังคมจังหวัดฉะเชิงเทราที่วินิจฉัยว่าโจทก์ทั้งสามไม่มีสิทธิได้รับเงินทดแทนตามมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติเงินทดแทน พ.ศ.2537 จึงเป็นการฟ้องจำเลยที่ 2 ถึงที่ 14 ในฐานะที่จำเลยที่ 2 ถึงที่ 14 เป็นคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทนปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายเพื่อโต้แย้งคำวินิจฉัยดังกล่าวเท่านั้น มิใช่ฟ้องจำเลยที่ 2 ถึงที่ 14 ในฐานะส่วนตัว เพราะจำเลยที่ 2 ถึงที่ 14 ไม่มีหนี้ที่จะต้องชำระแก่โจทก์ทั้งสามเป็นการส่วนตัว ที่ศาล แรงงาน กลางพิพากษาให้จำเลยที่ 2 ถึงที่ 14 ร่วมรับผิดกับสำนักงานประกันสังคมจำเลยที่ 1 ชำระเงินทดแทนให้แก่โจทก์ทั้งสามด้วยจึงไม่ถูกต้อง ฎีกาของจำเลยที่ 2 ถึงที่ 14 ฟังขึ้น พิพากษาแก้เป็นว่า เฉพาะจำเลยที่ 2 ถึงที่ 14 ไม่ต้องร่วมกันหรือแทนกันชำระเงินทดแทนให้แก่โจทก์ทั้งสาม นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาล แรงงาน กลาง ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 17259/2555 นางเขกไน้ แซ่ลิ้ม กับพวก โจทก์ สำนักงานประกันสังคม กับพวก จำเลย พ.ร.บ.เงินทดแทน พ.ศ.2537 ม. 31 , ม. 32 , ม. 52