ฎีกาที่ 19144/2555
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2527 (ยกเลิก) มาตรา 3
พ.ศ. 2527 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 3 ภาษีตามกฎหมายว่าด้วยภาษีสรรพสามิต ให้เรียกเก็บตามพิกัดอัตราท้ายพระราชบัญญัตินี้
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2527 (ยกเลิก) มาตรา 162
พ.ศ. 2527 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 162 ผู้ใด (1) ขายหรือมีไว้เพื่อขายซึ่งสินค้าโดยรู้ว่าเป็นสินค้าที่มิได้เสียภาษีหรือเสียภาษีไม่ครบถ้วน เว้นแต่ในกรณีที่ผู้ประกอบอุตสาหกรรมมีไว้ในโรงอุตสาหกรรมหรือในคลังสินค้าท...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2527 (ยกเลิก) มาตรา 167
พ.ศ. 2527 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 167 ในกรณีที่ผู้กระทำความผิดซึ่งต้องรับโทษตามพระราชบัญญัตินี้เป็นนิติบุคคล กรรมการผู้จัดการ ผู้จัดการหรือผู้แทนของนิติบุคคลนั้น ต้องรับโทษตามที่บัญญัติไว้สำหรับความผิดนั้น ๆ...
ย่อสั้น
การที่จำเลยทั้งสองกับพวกร่วมกันมีไว้ในครอบครองเพื่อขายและขายเครื่องปรับอากาศของกลาง 250 เครื่อง ที่ยังมิได้เสีย ภาษี สรรพสามิต และจำเลยทั้งสองกับพวกร่วมกันปลอมเครื่องหมาย (สติกเกอร์) แสดงการเสีย ภาษี สรรพสามิตสำหรับเครื่องปรับอากาศอันเป็นเอกสารราชการและนำเอกสารราชการปลอมดังกล่าวไปใช้ติดกับเครื่องปรับอากาศของกลางเป็นความผิดต่อกฎหมายคนละฉบับ ซึ่งมีองค์ประกอบความผิดที่แตกต่างกัน และเป็นความผิดสำเร็จอยู่ในตัว ทั้งเจตนาในการกระทำความผิดสองฐานก่อให้เกิดผลที่ต่างกัน การกระทำของจำเลยทั้งสองจึงเป็นความผิดสองกรรมต่างกัน
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องและแก้ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติ ภาษี สรรพสามิต พ.ศ.2527 มาตรา 4, 103, 162, 167 พระราชบัญญัติพิกัดอัตรา ภาษี สรรพสามิต พ.ศ.2527 มาตรา 3 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 83, 91, 264, 265, 268 ริบเครื่องหมาย (สติกเกอร์) แสดงการเสีย ภาษี ปลอมของกลาง และนับโทษจำเลยที่ 2 คดีนี้ ต่อจากโทษของจำเลยที่ 2 ในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 5402/2546 ของศาลอาญากรุงเทพใต้ คดีอาญาหมายเลขแดงที่ 3064/2547 3921/2548 และ 3955/2548 กับคดีอาญาหมายเลขดำที่ 1833/2547 ของศาลชั้นต้น จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ แต่จำเลยที่ 2 รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 265 (ที่ถูก มีมาตรา 83 ด้วย) พระราชบัญญัติ ภาษี สรรพสามิต พ.ศ.2527 มาตรา 162 (ที่ถูก 162 (1)), 167 (ที่ถูกมี ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83) การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานใช้เอกสารปลอมปรับจำเลยที่ 1 เป็นเงิน 5,000 บาท จำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 2 ปี ฐานขายหรือมีไว้เพื่อขายสินค้าโดยรู้ว่าเป็นสินค้าที่มิได้เสีย ภาษี หรือเสีย ภาษี ไม่ครบถ้วน ปรับจำเลยที่ 2 ห้าเท่าของค่า ภาษี ที่จะต้องเสียเป็นเงิน 1,160,156.10 บาท จำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 2 เดือน และปรับ 1,160,156.10 บาท รวมโทษปรับจำเลยที่ 1 เป็นเงิน 1,165,156.10 บาท จำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 2 ปี 2 เดือน และปรับ 1,160,156.10 บาท นับโทษจำคุกจำเลยที่ 2 ต่อจากโทษของจำเลยที่ 2 ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 3064/2547 3921/2548 และ 3955/2548 ของศาลชั้นต้น หากจำเลยที่ 2 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ส่วนจำเลยที่ 1 หากไม่ชำระค่าปรับให้จัดการยึดทรัพย์สินใช้ค่าปรับ (ที่ถูก ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29) ริบเครื่องหมายแสดงการเสีย ภาษี สำหรับเครื่องปรับอากาศปลอมของกลาง คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ความผิดฐานร่วมกันใช้เอกสารราชการปลอมและฐานร่วมกันมีไว้เพื่อขายและขายเครื่องปรับอากาศโดยรู้ว่ามิได้เสีย ภาษี สรรพสามิต เป็นความผิดกรรมเดียว แต่ผิดกฎหมายหลายบท สำหรับจำเลยที่ 1 เป็นนิติบุคคลลงโทษได้เฉพาะโทษปรับ จึงให้ลงโทษฐานร่วมกันมีไว้เพื่อขายและขายเครื่องปรับอากาศโดยรู้ว่ามิได้เสีย ภาษี สรรพสามิต ซึ่งเป็นกฎหมายที่มีบทลงโทษปรับหนักที่สุด ส่วนจำเลยที่ 2 ให้ลงโทษฐานร่วมกันใช้เอกสารราชการปลอม ซึ่งเป็นกฎหมายที่มีบทลงโทษจำคุกหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 โดยปรับจำเลยที่ 1 เป็นเงิน 1,160,156.10 บาท จำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 1 ปี นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์ จำเลยที่ 2 ฎีกา โดยอัยการสูงสุดรับรองให้จำเลยที่ 2 ฎีกาเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับขอให้ศาลฎีกาพิพากษาให้รอการลงโทษแก่จำเลยที่ 2 ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันหรือไม่ เห็นว่า การที่จำเลยทั้งสองกับพวกร่วมกันมีไว้ในครอบครองเพื่อขายและขายเครื่องปรับอากาศของกลาง 250 เครื่อง ที่ยังมิได้เสีย ภาษี สรรพสามิต หลังจากนั้นจำเลยทั้งสองกับพวกร่วมกันปลอมเครื่องหมาย (สติกเกอร์) แสดงการเสีย ภาษี สรรพาสามิตสำหรับเครื่องปรับอากาศอันเป็นเอกสารราชการและนำเอกสารราชการปลอมดังกล่าวไปใช้ติดกับเครื่องปรับอากาศของกลาง เป็นความผิดต่อกฎหมายคนละฉบับ ซึ่งมีองค์ประกอบแห่งความผิดที่แตกต่างกันและเป็นความผิดสำเร็จอยู่ในตัว ทั้งเจตนาในการกระทำความผิดทั้งสองฐานก่อให้เกิดผลที่ต่างกัน การกระทำของจำเลยทั้งสองจึงเป็นความผิดสองกรรมต่างกันที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น แต่อย่างไรก็ตามเมื่อศาลชั้นต้นลงโทษจำคุกจำเลยที่ 2 ในความผิดฐานร่วมกันขายหรือมีไว้เพื่อขายสินค้าโดยรู้ว่าเป็นสินค้าที่มิได้เสีย ภาษี หรือเสีย ภาษี ไม่ครบถ้วนแล้ว ศาลฎีกาเห็นสมควรไม่ลงโทษปรับจำเลยที่ 2 ในความผิดฐานดังกล่าวอีก พิพากษาแก้เป็นว่า การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานร่วมกันใช้เอกสารราชการปลอม ปรับจำเลยที่ 1 เป็นเงิน 5,000 บาท จำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 1 ปี และฐานร่วมกันขายหรือมีไว้เพื่อขายสินค้าโดยรู้ว่าเป็นสินค้าที่มิได้เสีย ภาษี หรือเสีย ภาษี ไม่ครบถ้วน ปรับจำเลยที่ 1 เป็นเงิน 1,160,156.10 บาท จำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 2 เดือน รวมปรับจำเลยที่ 1 เป็นเงิน 1,165,156.10 บาท จำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 1 ปี 2 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 19144/2555 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ บริษัทอุตสาหกรรม เครื่องปรับอากาศไทย จำกัด กับพวก จำเลย พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต พ.ศ.2527 ม. 162 ป.อ. ม. 264 , ม. 265 , ม. 268 , ม. 91