ฎีกาที่ 18550/2555
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
ตามบัญชีอัตรา ภาษี ป้าย (3) (ข) ท้าย พ.ร.บ. ภาษี ป้าย พ.ศ.2510 แก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ. ภาษี ป้าย (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2534 ระบุว่า "ป้ายที่มีอักษรไทยบางส่วนหรือทั้งหมดอยู่ใต้หรือต่ำกว่าอักษรต่างประเทศ" ย่อมแสดงให้เห็นว่าป้ายที่แม้มีเพียงบางส่วนของอักษรไทยอยู่ใต้หรือต่ำกว่าอักษรต่างประเทศก็ถือเป็นป้ายตามบัญชีอัตรา ภาษี ป้าย (3) (ข) โดยไม่ต้องคำนึงว่าจะมีอักษรไทยอยู่ที่ส่วนใดของป้ายอีกหรือไม่ ดังนั้น เมื่อป้ายรายการที่ 4 มีข้อความอักษรไทยอยู่ใต้และต่ำกว่าอักษรต่างประเทศ จึงเป็นป้ายตามบัญชีอัตรา ภาษี ป้าย (3) (ข) สำหรับป้ายรายการที่ 2 และที่ 5 ส่วนบนมีอักษรไทยว่า "โตโยต้า" มีอักษรต่างประเทศว่า "TOYOTA" และมีสัญลักษณ์ ส่วนล่างมีอักษรไทยว่า "โตโยต้าหนองคาย แผนกขาย ศูนย์บริการ แผนกอะไหล่และศูนย์บริการตัวถังและสี" อยู่บนวัสดุปิดผิวเรียบประเภทอลูมิเนียม แม้ส่วนบนและส่วนล่างข้อความจะอยู่บนวัสดุปิดผิวที่ต่างระดับกันและมีขนาดต่างกัน แต่ข้อความทั้งส่วนบนและส่วนล่างต่างก็อยู่บนวัสดุปิดผิวเรียบซึ่งเป็นอลูมิเนียมและสีเดียวกันและอยู่บนโครงสร้างที่ได้ทำในคราวเดียวกัน ทั้งในส่วนข้อความหรือสัญลักษณ์ทั้งส่วนบนและส่วนล่างก็ล้วนเป็นข้อความและสัญลักษณ์แสดงชื่อ ยี่ห้อหรือเครื่องหมายที่ใช้ในการประกอบการค้าของโจทก์ ทำให้ป้ายส่วนบนและส่วนล่างมีลักษณะเป็นป้ายที่มีความต่อเนื่องกันอย่างไม่อาจแยกออกจากกันได้และเป็นป้ายที่มีอักษรไทยอยู่ใต้และต่ำกว่าอักษรต่างประเทศ จึงเป็นป้ายตาม (3) (ข) ส่วนกรณีการคำนวณพื้นที่เพื่อเสีย ภาษี ป้ายนั้น ตาม พ.ร.บ. ภาษี ป้าย พ.ศ.2510 แก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ. ภาษี ป้าย (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2534 มาตรา 17 ระบุว่า ให้คำนวณ ภาษี ป้ายตามบัญชีอัตรา ภาษี ป้าย (6) และ (7) และตามอัตรา ภาษี ป้ายที่กำหนดในกฎกระทรวง ซึ่งตามบัญชีอัตรา ภาษี ป้าย (6) (ก) ระบุว่า ถ้าเป็นป้ายที่มีขอบเขตกำหนดได้ให้เอาส่วนกว้างที่สุดคูณด้วยส่วนยาวที่สุดของขอบเขตป้ายเป็นตารางเซนติเมตร จากบทบัญญัติดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าการคำนวณพื้นที่เพื่อเสีย ภาษี ป้ายที่มีขอบเขตนั้นให้คำนวณพื้นที่โดยเอาส่วนกว้างที่สุดคูณด้วยส่วนยาวที่สุดของขอบเขตป้าย
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนเงิน 197,455.90 บาท และดอกเบี้ยจนถึงวันฟ้อง 2,474.77 บาท รวมทั้งสิ้น 199,930.67 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี จากต้นเงิน 197,455.90 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จสิ้นแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองให้การขอให้ยกฟ้อง ศาล ภาษี อากรกลางพิพากษาให้จำเลยที่ 1 คืนเงินค่า ภาษี ป้ายและเงินเพิ่มที่ได้รับจากโจทก์ไว้เกิน จำนวน 144,909.10 บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ในต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันชำระ ภาษี วันที่ 1 มิถุนายน 2552 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ดอกเบี้ยคำนวณถึงวันฟ้อง (วันที่ 11 สิงหาคม 2552) ต้องไม่เกิน 2,474.77 บาท ตามที่โจทก์ขอ ยกฟ้องจำเลยที่ 2 ค่าฤชาธรรมเนียมเป็นพับ โจทก์และจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดี ภาษี อากรวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่อุทธรณ์โต้แย้งฟังเป็นยุติได้ว่า เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2552 โจทก์ยื่นแบบแสดงรายการ ภาษี ป้ายประจำปี 2552 รวม 5 รายการ รายการที่ 1 ป้ายประเภทมีอักษรไทยล้วน ขนาดกว้าง 120 เซนติเมตร ยาว 2,772 เซนติเมตร มีข้อความว่า "ศูนย์บริการมาตรฐาน" และ "ศูนย์บริการตัวถังและสีมาตรฐาน" จำนวน 1 ป้าย รายการที่ 2 ป้ายประเภทมีอักษรไทยล้วน ขนาดกว้าง 295 เซนติเมตร ยาว 1,670 เซนติเมตร มีอักษรไทยว่า "โตโยต้า หนองคาย แผนกขาย ศูนย์บริการ แผนกอะไหล่ ศูนย์บริการตัวถังและสี" จำนวน 2 ป้าย รายการที่ 3 ป้ายประเภทมีอักษรไทยปนอักษรต่างประเทศหรือเครื่องหมาย ขนาดกว้าง 120 เซนติเมตร ยาว 2,035 เซนติเมตร มีอักษรไทยว่า "โตโยต้า" อยู่เหนือสัญลักษณ์และอักษรต่างประเทศว่า "TOYOTA" และแนวเดียวกันมีอักษรไทยว่า "โตโยต้าหนองคาย" จำนวน 1 ป้าย รายการที่ 4 ป้ายประเภทมีอักษรไทยปนอักษรต่างประเทศหรือเครื่องหมาย ขนาด 120 เซนติเมตร ยาว 360 เซนติเมตร มีอีกษรไทยว่า "โตโยต้า" อยู่เหนือสัญลักษณ์และอักษรต่างประเทศว่า "TOYOTA" และมีอักษรไทยถัดลงมาว่า "โชว์รูม ทางเข้า โชว์รูมรถใหม่ อุปกรณ์ประดับยนต์ ศูนย์บริการ ศูนย์บริการตัวถังและสี อะไหล่ ที่จอดรถ" จำนวน 2 ป้าย และรายการที่ 5 ป้ายประเภทมีอักษรไทยปนอักษรต่างประเทศหรือเครื่องหมาย ขนาด 430 เซนติเมตร ยาว 650 เซนติเมตร มีอักษรไทยว่า "โตโยต้า" อยู่เหนือสัญลักษณ์และอักษรต่างประเทศว่า "TOYOTA" จำนวน 2 ป้าย ต่อมาพนักงานเจ้าหน้าที่ของจำเลยที่ 1 ได้มีหนังสือแจ้งการประเมิน ภาษี ป้ายแก่โจทก์ให้เรียกเก็บ ภาษี ประจำปี 2552 โดยเห็นว่า ป้ายรายการที่ 2 และ 5 เป็นป้ายที่ติดตั้งอยู่ในโครงเหล็กเดียวกันที่ปิดทับด้วยอลูมิเนียมและทำในคราวเดียวกัน แม้จะมีอักษรหรือสัญลักษณ์ไม่เต็มทั้งวัสดุแต่ถือว่าเป็นป้ายเดียวกันทั้งหมดตามขอบเขตของโครงเหล็กซึ่งปิดทับด้วยอลูมิเนียมดังกล่าว ไม่อาจแบ่งแยกได้ เมื่อป้ายดังกล่าวมีอักษรไทยอยู่ใต้อักษรต่างประเทศจึงถือเป็นป้ายประเภท (3) (ข) ตามบัญชีอัตรา ภาษี ป้ายท้ายพระราชบัญญัติ ภาษี ป้าย (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2534 และมีขนาดส่วนที่กว้างที่สุด 650 เซนติเมตร และมีขนาดส่วนที่ยาวที่สุด 2,100 เซนติเมตร จำนวน 2 ป้าย เมื่อคำนวณ ภาษี ป้ายในอัตรา 40 บาทต่อห้าร้อยตารางเซนติเมตรตาม (3) แห่งกฎกระทรวงฉบับที่ 5 (พ.ศ.2535) ออกตามความในพระราชบัญญัติ ภาษี ป้าย พ.ศ.2510 เท่ากับ 218,400 บาท สำหรับป้ายรายการที่ 4 เป็นป้ายที่มีอักษรไทยต่ำกว่าอักษรต่างประเทศถือเป็นป้ายประเภท (3) (ข) ตามบัญชีอัตรา ภาษี ป้ายท้ายพระราชบัญญัติ ภาษี ป้าย (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2534 และมีขนาดส่วนที่กว้างที่สุด 120 เซนติเมตร และมีขนาดส่วนที่ยาวที่สุด 360 เซนติเมตร จำนวน 2 ป้าย เมื่อคำนวณ ภาษี ป้ายในอัตรา 40 บาทต่อห้าร้อยตารางเซนติเมตรตาม (3) แห่งกฎกระทรวงฉบับที่ 5 (พ.ศ.2535) ออกตามความในพระราชบัญญัติ ภาษี ป้าย พ.ศ.2510 เท่ากับ 6,912 บาท สำหรับป้ายรายการที่ 1 และ 3 พนักงานเจ้าหน้าที่ของจำเลยที่ 1 เห็นว่า ตามแบบแสดงรายการ ภาษี ป้ายของโจทก์ถูกต้องตามขนาดและประเภทของป้ายแล้ว โดยรายการที่ 1 คิดเป็นเงิน ภาษี ป้าย 1,996 บาท รายการที่ 3 คิดเป็นเงิน ภาษี ป้าย 9,768 บาท จึงได้ประเมิน ภาษี ป้ายประจำปี 2552 เป็นเงิน ภาษี ป้ายทั้งสิ้น 237,076 บาท โจทก์ไม่เห็นด้วยจึงอุทธรณ์การประเมิน ต่อมาจำเลยที่ 2 ได้แจ้งคำวินิจฉัยอุทธรณ์แก่โจทก์ ให้ยืนตามการประเมิน โจทก์ได้ชำระเงิน ภาษี ป้ายและเงินเพิ่มตามการประเมิน ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยในประการแรกตามอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองว่า คำพิพากษาของศาล ภาษี อากรกลางที่วินิจฉัยให้ป้ายรายการที่ 4 ถือเป็นป้ายประเภท (2) ตามบัญชีอัตรา ภาษี ป้ายชอบหรือไม่ ศาลฎีกาแผนกคดี ภาษี อากรเห็นว่า ตามบัญชีอัตรา ภาษี ป้าย (3) (ข) ท้ายพระราชบัญญัติ ภาษี ป้าย พ.ศ.2510 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติ ภาษี ป้าย (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2534 ระบุว่า "ป้ายที่มีอักษรไทยบางส่วนหรือทั้งหมดอยู่ใต้หรือต่ำกว่าอักษรต่างประเทศ" การที่ตามบัญชีอัตรา ภาษี ป้ายระบุชัดเจนโดยมีคำว่า "มีอักษรไทยบางส่วนหรือทั้งหมด" ย่อมแสดงให้เห็นว่าป้ายที่แม้มีเพียงบางส่วนของอักษรไทยอยู่ใต้หรือต่ำกว่าอักษรต่างประเทศก็ถือเป็นป้ายตามบัญชีอัตรา ภาษี ป้าย (3) (ข) โดยไม่ต้องคำนึงว่าจะมีอักษรไทยอยู่ที่ส่วนใดของป้ายอีกหรือไม่ ดังนั้น เมื่อปรากฏว่าป้ายรายการที่ 4 มีข้อความอักษรไทยว่า "โชว์รูม ทางเข้า โชว์รูมรถใหม่ อุปกรณ์ประดับยนต์ ศูนย์บริการ ศูนย์บริการตัวถังและสี อะไหล่ ที่จอดรถ" อยู่ใต้และต่ำกว่าอักษรต่างประเทศคำว่า "TOYOTA" จึงถือเป็นป้ายประเภท (3) (ข) ตามบัญชีอัตรา ภาษี ป้ายโดยไม่ต้องคำนึงว่าจะมีอักษรไทยอยู่ที่ส่วนใดของป้ายหรือไม่ ส่วนการที่ป้ายรายการที่ 4 มีข้อความอักษรไทยอีก 1 ข้อความ คือคำว่า "โตโยต้า" อยู่เหนืออักษรต่างประเทศคำว่า "TOYOTA" ก็ไม่ทำให้ป้ายดังกล่าวกลายเป็นป้ายประเภท (2) ตามบัญชีอัตรา ภาษี ป้ายไปได้ เมื่อโจทก์ไม่ได้โต้แย้งการคำนวณพื้นที่เพื่อเสีย ภาษี ป้าย การประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์สำหรับป้ายรายการที่ 4 จึงชอบแล้ว การที่ศาล ภาษี อากรกลางวินิจฉัยว่าป้ายรายการที่ 4 เป็นป้ายประเภท (2) ตามบัญชีอัตรา ภาษี ป้าย ศาลฎีกาแผนกคดี ภาษี อากรไม่เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองฟังขึ้น กรณีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยในประการต่อมาตามอุทธรณ์ของโจทก์และจำเลยทั้งสองว่า คำพิพากษาของศาล ภาษี อากรกลางที่วินิจฉัยให้โจทก์ชำระ ภาษี ป้ายสำหรับป้ายรายการที่ 2 และ 5 โดยถือเป็นป้ายเดียวกันในประเภท (2) ตามบัญชีอัตรา ภาษี ป้ายชอบหรือไม่ ศาลฎีกาแผนกคดี ภาษี อากรเห็นว่า สำหรับป้ายรายการที่ 2 และ 5 ส่วนบนมีอักษรไทยว่า "โตโยต้า" มีอักษรต่างประเทศว่า "TOYOTA" และมีสัญลักษณ์ ส่วนล่างมีอักษรไทยว่า "โตโยต้าหนองคาย แผนกขาย ศูนย์บริการ แผนกอะไหล่ ศูนย์บริการตัวถังและสี" อยู่บนวัสดุปิดผิวเรียบประเภทอลูมิเนียม แม้ส่วนบนและส่วนล่างข้อความจะอยู่บนวัสดุปิดผิวที่ต่างระดับกันและมีขนาดต่างกันก็ตาม แต่ข้อความทั้งส่วนบนและส่วนล่างต่างก็อยู่บนวัสดุปิดผิวเรียบซึ่งเป็นอลูมิเนียมชนิดและสีเดียวกันและอยู่บนโครงสร้างที่ได้ทำในคราวเดียวกัน ตามที่โจทก์ได้ขออนุญาตก่อสร้างตามใบอนุญาตก่อสร้างอาคาร ดัดแปลงอาคาร หรือรื้อถอนอาคาร (แบบ อ.1) ในข้อ 2 (4) เลขที่ 029/2549 ออกให้ ณ วันที่ 9 มกราคม 2549 และแบบแปลนโครงสร้างป้าย ทั้งในส่วนของข้อความหรือสัญลักษณ์ทั้งส่วนบนและส่วนล่างก็ล้วนเป็นข้อความและสัญลักษณ์แสดงชื่อ ยี่ห้อหรือเครื่องหมายที่ใช้ในการประกอบการค้าของโจทก์ ทำให้ป้ายส่วนบนและส่วนล่างมีลักษณะเป็นป้ายที่มีความต่อเนื่องกันทั้งในเรื่องวัสดุปิดผิว โครงสร้างและข้อความหรือสัญลักษณ์ที่ปรากฏในป้ายบนวัสดุปิดผิวอย่างไม่อาจแยกออกจากกันได้ แม้ข้อความหรือสัญลักษณ์จะติดไม่เต็มวัสดุปิดผิวก็เพื่อความสวยงามและอ่านข้อความง่ายในโครงสร้างชิ้นเดียวกันทุกข้อความในโครงสร้างนั้นเพื่อประโยชน์ในการโฆษณาการค้าของโจทก์ แต่ถือว่าเป็นป้ายที่มีขอบเขตกำหนดได้ตามวัสดุปิดผิวซึ่งเป็นอลูมิเนียมดังกล่าว จึงถือว่าป้ายรายการที่ 2 และ 5 เป็นป้ายเดียวกันไม่อาจแยกการคำนวณ ภาษี ป้ายออกจากกันได้ และปรากฏว่าป้ายดังกล่าวมีข้อความอักษรไทยว่า "โตโยต้าหนองคาย แผนกขาย ศูนย์บริการ แผนกอะไหล่ ศูนย์บริการตัวถังและสี" อยู่ใต้และต่ำกว่าอักษรต่างประเทศคำว่า "TOYOTA" จึงถือเป็นป้ายประเภท (3) (ข) ตามบัญชีอัตรา ภาษี ป้าย โดยไม่ต้องคำนึงว่าจะมีอักษรไทยอยู่ที่ส่วนใดของป้าย ส่วนการที่ป้ายดังกล่าวมีข้อความอักษรไทยอีก 1 ข้อความคือคำว่า "โตโยต้า" อยู่เหนืออักษรต่างประเทศคำว่า "TOYOTA" ก็ไม่ทำให้ป้ายดังกล่าวกลายเป็นป้ายประเภท (2) ตามบัญชีอัตรา ภาษี ป้ายไปได้ ส่วนกรณีการคำนวณพื้นที่เพื่อเสีย ภาษี ป้ายนั้น เห็นว่า ตามพระราชบัญญัติ ภาษี ป้าย พ.ศ.2510 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติ ภาษี ป้าย (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2534 มาตรา 17 ระบุว่า ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ประเมิน ภาษี ป้ายตามหลักเกณฑ์การคำนวณ ภาษี ป้ายที่กำหนดไว้ในบัญชีอัตรา ภาษี ป้าย (6) และ (7) ท้ายพระราชบัญญัตินี้และตามอัตรา ภาษี ป้ายที่กำหนดในกฎกระทรวง ซึ่งตามบัญชีอัตรา ภาษี ป้าย (6) (ก) ระบุว่า ถ้าเป็นป้ายที่มีขอบเขตกำหนดได้ให้เอาส่วนกว้างที่สุดคูณด้วยส่วนยาวที่สุดของขอบเขตป้ายเป็นตารางเซนติเมตร จากบทบัญญัติดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าการคำนวณพื้นที่เพื่อเสีย ภาษี ป้ายที่มีขอบเขตตามกฎหมายนั้นให้คำนวณพื้นที่โดยเอาส่วนกว้างที่สุดคูณด้วยส่วนยาวที่สุดของขอบเขตป้าย เมื่อกฎกระทรวงฉบับที่ 5 (พ.ศ.2535) ออกตามความในพระราชบัญญัติ ภาษี ป้าย พ.ศ.2510 ให้คำนวณ ภาษี ป้ายประเภท (3) (ข) ป้ายที่มีอักษรไทยบางส่วนหรือทั้งหมดอยู่ใต้หรือต่ำกว่าอักษรต่างประเทศในอัตรา 40 บาท ต่อห้าร้อยตารางเซนติเมตร ประกอบกับโจทก์ไม่ได้ปฏิเสธถึงขนาดของป้ายว่า ส่วนที่กว้างที่สุดของป้ายดังกล่าวมีขนาด 650 เซนติเมตร และขนาดความสูงส่วนบนเท่ากับ 430 เซนติเมตร และส่วนล่างเท่ากับ 1,670 เซนติเมตร จึงมีความยาวที่สุดเท่ากับ 2,100 เซนติเมตร ดังนั้น การที่พนักงานเจ้าหน้าที่ของจำเลยที่ 1 ประเมิน ภาษี ป้ายดังกล่าวโดยนำความกว้างที่สุดคูณความยาวที่สุดดังกล่าวแล้วนำมาคำนวณอัตรา ภาษี ป้ายในอัตรา 40 บาทต่อห้าร้อยตารางเซนติเมตร จึงถูกต้องแล้ว เมื่อโจทก์ไม่โต้แย้งการประเมินสำหรับป้ายรายการที่ 1 และ 3 การประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์จึงชอบแล้ว ที่ศาล ภาษี อากรกลางพิพากษาให้คืนเงินบางส่วนแก่โจทก์นั้น ศาลฎีกาแผนกคดี ภาษี อากรไม่เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองฟังขึ้น ส่วนอุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาล ภาษี อากรกลาง ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 18550/2555 บริษัทโตโยต้าหนองคายผู้จำหน่ายโตโยต้า จำกัด โจทก์ เทศบาลตำบลโพธิ์ชัย กับพวก จำเลย พ.ร.บ.ภาษีป้าย พ.ศ.2510 ม. 17 กฎกระทรวง ฉบับที่ 5 (พ.ศ.2535) ออกตามความในพระราชบัญญัติภาษีป้าย พ.ศ.2510 บัญชีอัตราภาษีป้าย (2) , (3) (ข) , (6) , (7)