ฎีกาที่ 5184/2554
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
ผู้ร้องเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รถยนต์ของกลาง หมายเลขทะเบียนบน 5774 ลพบุรี จำเลย เช่าซื้อ รถยนต์ของกลางไป ต่อมาจำเลยนำรถยนต์ของกลางไปใช้กระทำความผิด และศาลมีคำพิพากษาให้ริบ ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้คืนรถยนต์ของกลางแก่ผู้ร้อง เมื่อโจทก์มิได้นำสืบให้เห็นว่าผู้ร้องรู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดของจำเลย ข้อเท็จจริงต้องรับฟังตามพยานหลักฐานของผู้ร้องว่า ผู้ร้องมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดของจำเลย แม้สัญญา เช่าซื้อ ระบุให้ผู้ เช่าซื้อ ต้องรับผิดชอบค่าเสียหายเท่าราคา เช่าซื้อ ที่ค้างชำระในกรณีทรัพย์สินที่ เช่าซื้อ ถูกยึดหรือถูกริบ และผู้ร้องไม่ได้มีหนังสือบอกกล่าวให้ผู้ เช่าซื้อ ชำระค่า เช่าซื้อ ที่ค้างหรือบอกเลิกสัญญา แต่ข้อสัญญาดังกล่าวเป็นข้อสัญญาที่ให้สิทธิแก่ผู้ร้องในฐานะผู้ให้ เช่าซื้อ ซึ่งผู้ร้องจะใช้สิทธิตามสัญญาดังกล่าวหรือไม่ก็ได้ การที่ผู้ร้องไม่ใช้สิทธิดังกล่าวกับผู้ เช่าซื้อ และร้องขอรถยนต์ของกลางคืนเป็นเพียงการไม่ถือเอาประโยชน์จากข้อสัญญาที่กำหนดไว้เท่านั้น และเมื่อผู้ เช่าซื้อ ผิดสัญญา ผู้ร้องในฐานะเจ้าของกรรมสิทธิ์ย่อมมีสิทธิติดตามเอาทรัพย์สินของกลางที่ให้ เช่าซื้อ คืนได้ ทั้งข้อเท็จจริงไม่ปรากฏว่าหลังจากที่ผู้ เช่าซื้อ ผิดนัดชำระค่า เช่าซื้อ หรือศาลมีคำพิพากษาให้ริบรถยนต์ของกลางแล้ว ผู้ร้องยังคงรับชำระค่า เช่าซื้อ จากผู้ เช่าซื้อ อีก กรณียังไม่พอฟังว่าผู้ร้องมีเจตนาเพียงต้องการที่จะได้รับค่า เช่าซื้อ หรือขอคืนรถยนต์ของกลางเพื่อประโยชน์แก่ผู้ เช่าซื้อ อันเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต
ย่อยาว
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 (7) วรรคสาม ประกอบมาตรา 336 ทวิ และริบรถยนต์หมายเลขทะเบียนบน 5774 ลพบุรี ของกลาง ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้คืนรถยนต์ของกลางแก่ผู้ร้อง โจทก์ยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รถยนต์หมายเลขทะเบียนบน 5774 ลพบุรี ของกลาง นายเล็ก เช่าซื้อ รถยนต์ของกลางไปจากผู้ร้อง ต่อมาจำเลยนำรถยนต์ของกลางไปใช้กระทำความผิดคดีนี้ และศาลมีคำพิพากษาให้ริบ มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องว่า ผู้ร้องรู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดของจำเลยและใช้สิทธิโดยไม่สุจริตหรือไม่ เห็นว่า ผู้ร้องเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทมหาชนจำกัด หลังจากผู้ร้องให้ เช่าซื้อ รถยนต์ของกลางไปแล้ว นายเล็กในฐานะผู้ เช่าซื้อ เป็นผู้ครอบครองใช้สอยรถยนต์ของกลาง ผู้ร้องไม่อาจทราบได้ว่าจำเลยจะนำรถยนต์ของกลางไปใช้กระทำความผิดอย่างไรและเมื่อใด ทั้งโจทก์มิได้นำสืบให้เห็นว่าผู้ร้องรู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดของจำเลย ข้อเท็จจริงต้องรับฟังตามพยานหลักฐานของผู้ร้องว่า ผู้ร้องมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดของจำเลย แม้สัญญา เช่าซื้อ ระบุให้ ผู้ เช่าซื้อ ต้องรับผิดชอบค่าเสียหายเท่าราคา เช่าซื้อ ที่ค้างชำระในกรณีทรัพย์สินที่ เช่าซื้อ ถูกยึดหรือถูกริบ และผู้ร้องไม่ได้มีหนังสือบอกกล่าวให้ผู้ เช่าซื้อ ชำระค่า เช่าซื้อ ที่ค้างหรือบอกเลิกสัญญาดังที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 วินิจฉัยก็ตาม แต่ข้อสัญญาเป็นข้อสัญญาที่ให้สิทธิแก่ผู้ร้องในฐานะผู้ให้ เช่าซื้อ ซึ่งผู้ร้องจะใช้สิทธิตามสัญญาดังกล่าวหรือไม่ก็ได้ การที่ผู้ร้องไม่ใช้สิทธิดังกล่าวกับผู้ เช่าซื้อ และร้องขอรถยนต์ของกลางคืนเป็นเพียงการไม่ถือเอาประโยชน์จากข้อสัญญาที่กำหนดไว้เท่านั้น และเมื่อผู้ เช่าซื้อ ผิดสัญญา ผู้ร้องในฐานะเจ้าของกรรมสิทธิ์ย่อมมีสิทธิติดตามเอาทรัพย์สินของกลางที่ให้ เช่าซื้อ คืนได้ ทั้งข้อเท็จจริงไม่ปรากฏว่าหลังจากที่ผู้ เช่าซื้อ ผิดนัดชำระค่า เช่าซื้อ หรือศาลมีคำพิพากษาให้ริบรถยนต์ของกลางแล้ว ผู้ร้องยังคงรับชำระค่า เช่าซื้อ จากผู้ เช่าซื้อ อีก กรณียังไม่พอฟังได้ว่าผู้ร้องมีเจตนาเพียงต้องการที่จะได้รับค่า เช่าซื้อ หรือขอคืนรถยนต์ของกลางเพื่อประโยชน์แก่ผู้ เช่าซื้อ อันเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต ดังที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 วินิจฉัยไว้ ที่ศาลล่างทั้งสองยกคำร้องของผู้ร้อง ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของผู้ร้องฟังขึ้น พิพากษากลับ ให้คืนรถยนต์หมายเลขทะเบียนบน 5774 ลพบุรี ของกลาง แก่ผู้ร้อง ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5184/2554 พนักงานอัยการจังหวัดลพบุรี โจทก์ บริษัทไทยพาณิชย์ลีสซิ่ง จำกัด (มหาชน) ผู้ร้อง นายสมนึก พวงจำปี จำเลย ป.อ. ม. 36