ฎีกาที่ 6396/2554
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
ย่อสั้น
ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า จำเลยทั้งสองเป็นตัวแทนของ หจก. ค. ในการติดต่อขอ เช่า ตู้คอนเทนเนอร์ ว่าจ้างรถบรรทุกขนย้าย ดำเนินการพิธีการศุลกากร ไม่ปรากฏว่าเกี่ยวข้องกับการบรรจุสินค้า ดำเนินการทางพิธีการทางศุลกากรตามปกติ ไม่ทราบว่าเอกสารที่ยื่นปลอม จำเลยทั้งสองอาจไม่ทราบเรื่องกัญชาของกลาง โจทก์ฎีกาว่า การกระทำความผิดของจำเลยทั้งสองกับพวกเป็นการสมคบกันกระทำความผิดโดยมีเจตนาร่วมกันมาตั้งแต่ต้นที่จะกระทำความผิด เป็นการกระทำความผิดที่เป็นขบวนการ แบ่งหน้าที่กันทำตามความเหมาะสม ความสามารถ ความเชี่ยวชาญ การรู้พื้นที่ที่จะกระทำความผิด แม้จะปรากฏข้อเท็จจริงดังที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยก็ต้องถือว่าการกระทำความผิดดังกล่าวทั้งหมดเป็นการกระทำของผู้ร่วมขบวนการในการกระทำความผิดทุกคน รวมทั้งจำเลยทั้งสองเป็นผู้ร่วมกระทำความผิดในฐานะตัวการ ฎีกาดังกล่าวของโจทก์มิได้โต้แย้งคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ ทั้งเป็นฎีกาที่ไม่ชัดแจ้งว่าขบวนการค้ายาเสพติดมีขั้นตอนอย่างไร จำเลยทั้งสองเข้าไปยุ่งเกี่ยวอย่างไร พยานหลักฐานของโจทก์ส่วนใดที่ชี้ชัดว่าจำเลยทั้งสองร่วมขบวนการค้ายาเสพติด จึงเป็นฎีกาที่ไม่ชอบ
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 26, 75, 76, 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 91, 265, 268 และริบกัญชาของกลาง จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง แต่ให้ริบกัญชาของกลาง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา โดยอัยการสูงสุดรับรองให้ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ความผิดฐานปลอมเอกสาร โจทก์มิได้อุทธรณ์โต้แย้งคำพิพากษาศาลชั้นต้น จึงเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้ ส่วนความผิดต่อพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษและใช้เอกสารปลอม ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า พยานหลักฐานโจทก์ได้ความแต่เพียงว่า จำเลยทั้งสองเป็นเพียงตัวแทนของห้างหุ้นส่วนจำกัด คิว บีเวอร์ อินเตอร์เทรด ในการติดต่อขอ เช่า ตู้คอนเทนเนอร์และว่าจ้างรถบรรทุกขนย้าย ดำเนินการพิธีการทางศุลกากรเท่านั้น ไม่ปรากฏว่าจำเลยทั้งสองร่วมบรรจุสินค้าหรือเกี่ยวข้องกับการบรรจุสินค้า ทั้งการดำเนินการทางพิธีการทางศุลกากรของจำเลยที่ 2 ก็ดำเนินการไปตามปกติไม่มีข้อพิรุธ โดยไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 2 ทราบว่าบัตรตัวอย่างลายมือชื่อของนายอนุสรณ์ผู้จัดการของห้างหุ้นส่วนจำกัด คิว บีเวอร์ อินเตอร์เทรด เป็นเอกสารปลอม ทั้งจำเลยที่ 1 เคยจองตู้สินค้าให้ห้างหุ้นส่วนจำกัดดังกล่าวเพื่อส่งสินค้าไปที่ประเทศโปแลนด์ ไม่ปรากฏว่ามีปัญหา จำเลยทั้งสองอาจไม่ทราบเรื่องกัญชาของกลาง หลังเกิดเหตุก็มิได้หลบหนี โจทก์ฎีกาว่า การกระทำความผิดของจำเลยทั้งสองกับพวกเป็นการสมคบกันกระทำความผิดโดยมีเจตนาร่วมกันมาตั้งแต่ต้นที่จะกระทำผิด เป็นการกระทำความผิดที่เป็นขบวนการ แบ่งหน้าที่กันทำตามความเหมาะสม ความสามารถ ความเชี่ยวชาญ การรู้พื้นที่ที่จะกระทำความผิด แม้จะปรากฏข้อเท็จจริงดังที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยก็ต้องถือว่า การกระทำความผิดดังกล่าวทั้งหมดเป็นการกระทำของผู้ร่วมขบวนการในการกระทำความผิดทุกคน รวมทั้งจำเลยทั้งสองเป็นผู้ร่วมกระทำความผิดในฐานะตัวการ ฎีกาดังกล่าวของโจทก์มิได้โต้แย้งคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ ทั้งเป็นฎีกาที่ไม่ชัดแจ้งว่าขบวนการค้ายาเสพติดมีขั้นตอนอย่างไร จำเลยทั้งสองเข้าไปยุ่งเกี่ยวอย่างไร พยานหลักฐานโจทก์ส่วนใดที่ชี้ชัดว่าจำเลยทั้งสองร่วมขบวนการค้ายาเสพติด จึงเป็นฎีกาที่ไม่ชอบที่จะรับไว้วินิจฉัย พิพากษายกฎีกา ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6396/2554 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ นายวิภัติหรือคิ้ม พัชรพงศ์ กับพวก จำเลย ป.วิ.อ. ม. 216 วรรคหนึ่ง ป.อ. ม. 265 , ม. 268 พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม. 26 , ม. 75 , ม. 76