ฎีกาที่ 11707/2554
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 4
พ.ศ. 2517 · effective_date
มาตรา 4 ให้ยกเลิกมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 มาตรา 4
พ.ศ. 2534 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 4 ผู้ใดออกเช็คเพื่อชำระหนี้ที่มีอยู่จริงและบังคับได้ตามกฎหมายโดยมีลักษณะหรือมีการกระทำอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้ (1) เจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็คนั้น (2) ในขณะที่ออ...
ย่อสั้น
ก่อนถึงวันนัดสืบพยานโจทก์และพยานจำเลย หากนางสาว ว. เป็นพยานสำคัญของจำเลย จำเลยก็ชอบที่จะดำเนินการขอให้ศาลชั้นต้นออกหมายเรียกพยานเสียแต่เนิ่น ๆ แต่จำเลยหากระทำไม่ ทั้งตามอุทธรณ์และฎีกาของจำเลยก็มิได้อ้างถึงเหตุขัดข้องแต่ประการใด พฤติการณ์ของจำเลยส่อว่าประสงค์จะขอเลื่อนการสืบพยานจำเลยไปเพื่อประวิงให้ชักช้า การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งงดสืบพยานจำเลยจึงชอบด้วย ป.วิ.พ. มาตรา 86 วรรคสอง และมาตรา 104 ประกอบ ป.วิ.อ. มาตรา 15 และ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 มาตรา 4 สัญญา กู้เงินมีการขูดลบตกเติมข้อความใน สัญญา หลายแห่งโดยไม่มีการลงลายมือชื่อกำกับไว้ เหตุดังกล่าวแต่ประการเดียวยังไม่อาจรับฟังเป็นยุติได้ว่า สัญญา กู้เงินดังกล่าวเป็นเอกสารปลอม สำหรับสำเนารายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีที่จำเลยอ้างว่าแจ้งความดำเนินคดีเรื่องเอกสารปลอม จำเลยมิได้อ้างส่งต่อศาลชั้นต้น แต่เพิ่งแนบมาท้ายอุทธรณ์และฎีกา โดยไม่ปรากฏเหตุขัดข้องใด จึงเป็นการยื่นเอกสารฝ่าฝืนต่อกฎหมาย ไม่อาจรับเป็นพยานหลักฐานได้
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 มาตรา 4 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่า คดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 มาตรา 4 จำคุก 3 เดือน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืน จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งลงชื่อในคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7 อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังได้เป็นยุติตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7 ว่า จำเลยออกเช็ค และเช็คถูกธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามใบคืนเช็ค มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยประการแรกว่า คำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้งดสืบพยานจำเลยชอบหรือไม่ คดีนี้ได้ความว่าศาลชั้นต้นนัดพร้อมเพื่อกำหนดวันนัดพิจารณาวันที่ 3 มีนาคม 2549 และมีคำสั่งให้นัดสืบพยานโจทก์และพยานจำเลยในวันที่ 26 พฤษภาคม 2549 เวลา 9 นาฬิกา ครั้นถึงวันนัดโจทก์นำพยานเข้าสืบ 2 ปาก แล้วแถลงหมดพยานจำเลยอ้างตนเองเข้าเบิกความเป็นพยานแล้วแถลงว่ายังมีพยานอีก 1 ปาก คือนางสาววราภรณ์ แต่ไม่สามารถนำพยานมาเบิกความได้ ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งให้งดสืบนางสาววราภรณ์ ซึ่งในวันเดียวกัน จำเลยยื่นคำแถลงโต้แย้งคำสั่งศาลชั้นต้นโดยอ้างว่า นางสาววราภรณ์รับราชการอยู่ที่โรงพยาบาลโพธาราม ต้องขอให้ศาลออกหมายเรียกมาเป็นพยาน เห็นว่า ก่อนถึงวันนัดสืบพยานโจทก์และพยานจำเลย หากนางสาววราภรณ์เป็นพยานสำคัญดังที่จำเลยอ้าง จำเลยชอบที่จะดำเนินการเพื่อขอให้ศาลชั้นต้นออกหมายเรียกพยานเสียแต่เนิ่น ๆ แต่จำเลยหากระทำไม่ ทั้งตามอุทธรณ์และฎีกาของจำเลยมิได้อ้างถึงเหตุขัดข้องเช่นว่านั้นแต่ประการใด พฤติการณ์ของจำเลยส่อว่าประสงค์จะขอเลื่อนการสืบพยานจำเลยไปเพื่อประวิงให้ชักช้า ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งงดสืบพยานจำเลยดังกล่าวชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 86 วรรคสอง และมาตรา 104 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 15 และพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 มาตรา 4 แล้ว ฎีกาข้อนี้ของจำเลยฟังไม่ขึ้น ปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยประการสุดท้ายมีว่า สัญญา กู้เงินที่โจทก์อ้างว่าจำเลยเป็นผู้ทำไว้ให้แก่โจทก์เป็นเอกสารปลอมหรือไม่ โดยจำเลยฎีกาว่า สัญญา กู้เงินมีการขูดลบตกเติมข้อความใน สัญญา หลายแห่งโดยไม่มีการลงลายมือชื่อกำกับไว้ จึงเป็นเอกสารปลอมรับฟังเป็นพยานหลักฐานไม่ได้ เห็นว่า ลำพังเหตุดังกล่าวแต่ประการเดียวยังไม่อาจรับฟังเป็นยุติได้ว่า สัญญา กู้เงินเป็นเอกสารปลอม ที่จำเลยเบิกความว่าจำเลยแจ้งความดำเนินคดีแก่โจทก์ว่าปลอม สัญญา กู้เงินดังกล่าวก็เป็นเพียงคำเบิกความของจำเลยหามีพยานหลักฐานใดมาสนับสนุน สำหรับสำเนารายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีที่จำเลยอ้างว่าแจ้งความดำเนินคดีเรื่องเอกสารปลอม จำเลยมิได้อ้างส่งต่อศาลชั้นต้น แต่เพิ่งแนบมาท้ายอุทธรณ์และฎีกาโดยไม่ปรากฏเหตุขัดข้องใด จึงเป็นการยื่นเอกสารฝ่าฝืนต่อกฎหมาย ไม่อาจรับเป็นพยานหลักฐานได้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 ไม่รับฟังเอกสารดังกล่าวและเห็นว่าข้ออ้างของจำเลยไม่มีหลักฐานแต่เป็นการกล่าวอ้างอย่างเลื่อนลอยจึงชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11707/2554 นายอนุสรณ์ ขุนพลพิทักษ์ โจทก์ นางสาวนันทวันหรือชัชฎาภรณ์ จันทร์ดี จำเลย ป.วิ.พ. ม. 86 วรรคสอง , ม. 104 ป.วิ.อ. ม. 15 พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 ม. 4