ฎีกาที่ 8444/2554
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
คดีก่อนโจทก์ฟ้องขอให้พิพากษาว่า ทางพิพาทเป็นทาง ภาระจำยอม ได้มาโดยอายุความ ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาว่า ทางพิพาทตกเป็นทาง ภาระจำยอม แก่ที่ดินของโจทก์โดยอายุความ คดีถึงที่สุดแล้ว ซึ่งสิทธิของโจทก์ที่ได้ทาง ภาระจำยอม โดยอายุความ ย่อมได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายอยู่แล้ว โจทก์ฟ้องคดีนี้ขอให้บังคับจำเลยจดทะเบียนทางพิพาทเป็นทาง ภาระจำยอม ดังนี้ แม้คำขอบังคับท้ายฟ้องจะแตกต่างกันก็ตาม แต่ประเด็นที่ต้องพิจารณาก็เนื่องมาจากมูลฐานเดียวกัน คือ ทางพิพาทเป็นทาง ภาระจำยอม หรือไม่ เป็นกรณีที่โจทก์สามารถเรียกร้องโดยมีคำขอให้บังคับจำเลยจดทะเบียนทางพิพาทเป็นทาง ภาระจำยอม ในคดีก่อนได้อยู่แล้วแต่โจทก์มิได้เรียกร้องมาในคดีก่อน กลับนำมาฟ้องเรียกร้องเป็นคดีนี้ จึงเป็นประเด็นที่วินิจฉัยโดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกัน เป็นฟ้องซ้ำกับคดีก่อน ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 148
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยจดทะเบียนให้ทางพิพาทเป็นทาง ภาระจำยอม แก่ที่ดินของโจทก์ หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามขอให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ให้จำเลยจดทะเบียนทาง ภาระจำยอม ในที่ดินโฉนดเลขที่ 24393 ตำบลบ้านยาง อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นทาง ภาระจำยอม แก่ที่ดินโจทก์ หากจำเลยไม่กระทำการจดทะเบียน ให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่า โจทก์เคยฟ้องจำเลยขอให้พิพากษาว่าทางพิพาทซึ่งอยู่ในที่ดินของจำเลยโฉนดเลขที่ 24393 ตำบลบ้านยาง อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นทาง ภาระจำยอม แก่ที่ดินของโจทก์โฉนดเลขที่ 24219 ตำบลบ้านยาง อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ทางพิพาทตกเป็นทาง ภาระจำยอม แก่ที่ดินของโจทก์โดยอายุความ ตามคำพิพากษาคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 147/2545 ของศาลชั้นต้น ต่อมาศาลอุทธรณ์ภาค 3 มีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้นในประเด็นดังกล่าว ตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 คดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 2041/2545 คดีถึงที่สุดแล้ว มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า ฟ้องโจทก์คดีนี้เป็นฟ้องซ้ำกับคดีดังกล่าวหรือไม่ เห็นว่า คดีก่อนโจทก์ฟ้องขอให้พิพากษาว่าทางพิพาทเป็นทาง ภาระจำยอม ได้มาโดยอายุความ ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาว่า ทางพิพาทเป็นทาง ภาระจำยอม แก่ที่ดินของโจทก์โดยอายุความ คดีถึงที่สุดแล้ว ซึ่งสิทธิของโจทก์ที่ได้ทาง ภาระจำยอม โดยอายุความย่อมได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายอยู่แล้ว โจทก์มาฟ้องคดีนี้ขอให้บังคับจำเลยจดทะเบียนทางพิพาทเป็นทาง ภาระจำยอม ดังนี้ แม้คำขอบังคับท้ายฟ้องจะแตกต่างกันก็ตาม แต่ประเด็นที่ต้องพิจารณาก็เนื่องมาจากมูลฐานเดียวกันคือ ทางพิพาทเป็นทาง ภาระจำยอม หรือไม่ เป็นกรณีที่โจทก์สามารถเรียกร้องโดยมีคำขอให้บังคับจำเลยจดทะเบียนทางพิพาทเป็นทาง ภาระจำยอม ในคดีก่อนได้อยู่แล้ว แต่โจทก์มิได้เรียกร้องมาในคราวเดียวกันในคดีก่อน กลับนำมาฟ้องเรียกร้องเพิ่มเติมเป็นคดีนี้ จึงเป็นประเด็นที่วินิจฉัยโดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกันเป็นฟ้องซ้ำกับคดีก่อน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 148 โจทก์หาอาจอ้างความรู้เท่าไม่ถึงการณ์และความเข้าใจคลาดเคลื่อนสำคัญผิดไป หาได้ไม่ และคำพิพากษาของศาลฎีกาที่โจทก์อ้างมาข้อเท็จจริงไม่ตรงกับคดีนี้ ส่วนฎีกาของโจทก์นอกจากนี้ไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรวินิจฉัยเพราะไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลงไป ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8444/2554 นางสาวตุ่มทอง แก้ววิเชียร โจทก์ นางลำไพ เจียมรัมย์ จำเลย ป.วิ.พ. ม. 148