ฎีกาที่ 11810/2553
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
จำเลยที่ 1 กับพวกเข้าไปในบริเวณโรงงานซึ่งอยู่ในความครอบครองของผู้เสียหายแล้วทุบอิฐบล็อกและคอนกรีตที่ก่อสร้าง กับรื้อเหล็กโครงสร้างของอาคารห้องพักคนงานของผู้เสียหายจนไม่สามารถใช้งานได้ แล้วเอาเหล็กโครงสร้างอาคารดังกล่าวไปอันเป็นความผิดฐานบุกรุก ทำให้เสียทรัพย์และ ลักทรัพย์ แต่เป็นการกระทำต่อเนื่องกันโดยจำเลยมีเจตนาเดียวคือเพื่อเอาเหล็กโครงสร้างอาคารไปโดยทุจริตเท่านั้น จึงเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทตาม ป.อ. มาตรา 90
ย่อยาว
โจทก์ฟ้อง ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 83, 93, 334, 335,358, 336 ทวิ, 362, 364, 365 ริบของกลางที่ยังไม่ได้คืนและเพิ่มโทษจำเลยที่ 9 กึ่งหนึ่ง จำเลยทั้งเก้าให้การปฏิเสธ แต่จำเลยที่ 9 รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้เพิ่มโทษ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334 ประกอบมาตรา 336 ทวิ, 358, 362, 364 ในความผิดฐานบุกรุกเป็นความผิดกรรมเดียวกับความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ และ ลักทรัพย์ โดยใช้รถเป็นยานพาหนะอันเป็นความผิดกฎหมายหลายบท ลงโทษฐาน ลักทรัพย์ โดยใช้ยานพาหนะอันเป็นบทหนักตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ส่วนความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์กับความผิดฐาน ลักทรัพย์ โดยใช้ยานพาหนะเป็นความผิดคนละกรรม ให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 โดยความผิดฐาน ลักทรัพย์ โดยใช้ยานพาหนะ จำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 4 ปี 6 เดือน ความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ จำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 3 ปี รวมจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 7 ปี 6 เดือน คำให้การของจำเลยที่ 1 เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาคดีอยู่บ้าง มีเหตุอันควรบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในหกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 6 ปี 3 เดือน ริบของกลาง ข้อหากับคำขออื่นให้ยก ยกฟ้องจำเลยที่ 2 ถึงที่ 9 จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 1 ด้วย นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยที่ 1 มีเจตนาลักเหล็กโครงสร้างอาคารซึ่งอยู่ในที่ดินของผู้เสียหาย การที่จำเลยที่ 1 บุกรุกเข้าไปในที่ดินแล้วทำให้เสียทรัพย์ โดยทุบอิฐบล็อกและคอนกรีตของอาคาร ก็เพื่อลักเอาเหล็กโครงสร้างของอาคารเหล่านั้นไปการกระทำทั้งหมดของจำเลยที่ 1 เป็นการกระทำต่อเนื่องกันโดยมีเจตนาเดียวคือเพื่อเอาเหล็กโครงสร้างอาคารไปโดยทุจริต จึงเป็นการกระทำอันเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้นบางส่วน พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334 ประกอบมาตรา 336 ทวิ, 358, 362, 364, 91 เป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทให้ลงโทษฐาน ลักทรัพย์ โดยใช้ยานพาหนะอันเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 4 ปี 6 เดือน ลดโทษให้จำเลยที่ 1 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 หนึ่งในหก คงจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 3 ปี 9 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11810/2553 พนักงานอัยการจังหวัดสมุทรปราการ โจทก์ นายธวัช วงษ์นุช กับพวก จำเลย ป.อ. ม. 83 , ม. 91 , ม. 334 , ม. 335 , ม. 358 , ม. 336 ทวิ , ม. 362 , ม. 364 , ม. 365