ฎีกาที่ 15551/2553
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
ที่ดิน พิพาทที่ซื้อขายกันเป็น ที่ดิน มือเปล่า (ภ.บ.ท.5) เจ้าของ ที่ดิน มีเพียงสิทธิครอบครอง เมื่อตามสัญญาระบุว่าจำเลยทั้งสองส่งมอบ ที่ดิน พิพาทให้แก่โจทก์และโจทก์ชำระราคาแก่จำเลยทั้งสองแล้วในวันทำสัญญา โจทก์ย่อมได้สิทธิครอบครองใน ที่ดิน ดังกล่าวแล้ว ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1377, 1378 สัญญาซื้อขาย ที่ดิน พิพาทจึงเป็นสัญญาซื้อขายเสร็จเด็ดขาด โจทก์และจำเลยทั้งสองไม่มีหน้าที่ใดๆ ที่จะต้องปฏิบัติต่อกันตามสัญญาอีก ดังนั้น การที่โจทก์จะเข้าทำการรังวัดแนวเขต ที่ดิน เพื่อครอบครองทำประโยชน์ จึงไม่ใช่ข้อผูกพันอันเกี่ยวเนื่องจากสัญญาซื้อขาย ที่ดิน พิพาท การที่จำเลยทั้งสองคัดค้านและขัดขวางไม่ยอมให้โจทก์ทำการรังวัด จึงฟังไม่ได้ว่าจำเลยทั้งสองผิดสัญญาป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ดังนั้น โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องขอให้ศาลบังคับจำเลยทั้งสองไปทำการวัดแนวเขต ที่ดิน พิพาท หรือให้คืนเงินค่าซื้อ ที่ดิน
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองทำการรังวัดแนวเขต ที่ดิน ตามหลักฐานแบบแสดงรายการ ที่ดิน เพื่อชำระภาษีบำรุงท้องที่ (ภ.บ.ท.5) เลขสำรวจที่ 234 หมู่ที่ 5 ตำบลทุ่งไทรทอง อำเภอลำทับ จังหวัดกระบี่ เนื้อที่ 15 ไร่ หากไม่ดำเนินการให้จำเลยทั้งสองคืนเงินจำนวน 225,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันทำสัญญาซื้อขายจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองให้การ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองรังวัดแนวเขต ที่ดิน ตามหลักฐานแบบแสดงรายการ ที่ดิน เพื่อชำระภาษีบำรุงท้องที่ (ภ.บ.ท.5) เลขสำรวจ 234 หมู่ที่ 5 ตำบลทุ่งไทรทอง อำเภอลำทับ จังหวัดกระบี่ เนื้อที่ 15 ไร่ ส่งมอบให้แก่โจทก์ หากจำเลยทั้งสองไม่ดำเนินการ ให้จำเลยทั้งสองคืนเงินจำนวน 225,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 25 ธันวาคม 2542 เป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 5,000 บาท จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษากลับให้ยกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาโจทก์ว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยทั้งสองทำหนังสือสัญญาขาย ที่ดิน พิพาทซึ่งเป็นสวนยางพาราให้โจทก์ เนื้อที่ 15 ไร่ ราคา 225,000 บาท ตามหลักฐานแบบแสดงรายการ ที่ดิน เพื่อชำระภาษีบำรุงท้องที่ (ภ.บ.ท.5) จำเลยทั้งสองได้รับเงินไปครบถ้วนแล้วและส่งมอบการครอบครองให้แก่โจทก์นับแต่วันทำสัญญาตามสำเนาหนังสือสัญญาซื้อขายท้ายฟ้อง ต่อมาจำเลยทั้งสองขัดขวางการครอบครองของโจทก์โดยไม่ยินยอมให้โจทก์ทำการรังวัดแนวเขต ที่ดิน พิพาท ขอให้พิพากษาให้จำเลยทั้งสองทำการรังวัดแนวเขต ที่ดิน พิพาท ตามหลักฐานแบบแสดงรายการ ที่ดิน เพื่อชำระภาษีบำรุงท้องที่ (ภ.บ.ท.5) หากไม่ดำเนินการให้จำเลยทั้งสองคืนเงิน 225,000 บาทพร้อมดอกเบี้ยนับแต่วันทำสัญญาซื้อขายจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ เห็นว่า ที่ดิน พิพาทที่ซื้อขายกันเป็น ที่ดิน มือเปล่า (ภ.บ.ท.5) เจ้าของ ที่ดิน มีเพียงสิทธิครอบครอง เมื่อตามสัญญาระบุว่าจำเลยทั้งสองส่งมอบ ที่ดิน พิพาทให้แก่โจทก์ และโจทก์ชำระราคาแก่จำเลยทั้งสองแล้วในวันทำสัญญา โจทก์ย่อมได้สิทธิครอบครองใน ที่ดิน ดังกล่าวแล้วตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1377, 1378 สัญญาซื้อขาย ที่ดิน พิพาทจึงเป็นสัญญาซื้อขายเสร็จเด็ดขาด โจทก์และจำเลยทั้งสองไม่มีหน้าที่ใด ๆ ที่จะต้องปฏิบัติต่อกันตามสัญญาอีก ดังนั้น การที่โจทก์จะเข้าทำการรังวัดแนวเขต ที่ดิน เพื่อครอบครองทำประโยชน์จึงไม่ใช่ข้อผูกพันอันเกี่ยวเนื่องจากสัญญาซื้อขาย ที่ดิน พิพาท การที่จำเลยทั้งสองคัดค้านและขัดขวางไม่ยอมให้โจทก์ทำการรังวัดจึงฟังไม่ได้ว่าจำเลยทั้งสองผิดสัญญาเป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ดังนั้น โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องขอให้ศาลบังคับจำเลยทั้งสองไปทำการรังวัดแนวเขต ที่ดิน พิพาท หรือให้คืนเงินค่าซื้อ ที่ดิน แก่โจทก์ได้แต่อย่างใด ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายกฟ้องมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 15551/2553 นายจิต พรหมหมอเฒ่า โจทก์ นายเติม เอียดแก้ว กับพวก จำเลย ป.พ.พ. ม. 456 , ม. 1377 , ม. 1378 ป.วิ.พ. ม. 55