ฎีกาที่ 7309/2553
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ ม. เป็นโจทก์ในคดีของศาลแพ่งกรุงเทพใต้หลังจากศาลมีคำพิพากษาแล้วจำเลยทั้งสองไม่ชำระหนี้ บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ ม. ดำเนินการบังคับคดีและยึดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างออกขายทอดตลาด เมื่อศาล ล้มละลาย กลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ ม. เด็ดขาด มีผลให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีอำนาจในการจัดการทรัพย์สินของบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ ม. แต่เพียงผู้เดียวตามมาตรา 22 แห่ง พ.ร.บ. ล้มละลาย พ.ศ.2483 กล่าวคือในส่วนคดีแพ่งของศาลแพ่งกรุงเทพใต้ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ย่อมมีอำนาจขอเข้าเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาในการที่จะบังคับตามสิทธิในคดีแพ่งต่อไป การที่ผู้ร้องซึ่งเป็นจำเลยที่ 2 ในคดีแพ่งโต้แย้งว่าบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ ม. ซึ่งเป็นโจทก์ในคดีดังกล่าวไม่มีสิทธิในการบังคับคดีต่อไป เนื่องจากมีการโอนสิทธิเรียกร้องตามคำพิพากษาให้แก่บริษัท พ. ไปก่อนแล้วและขอให้คืนทรัพย์ที่ยึดแก่ผู้ร้องนั้น เป็นข้อพิพาทโต้แย้งสิทธิในการบังคับคดีในคดีแพ่ง ผู้ร้องจะต้องยื่นคำร้องในคดีแพ่ง และอำนาจในการพิจารณาว่าบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ ม. ซึ่งเป็นโจทก์ในคดีแพ่งนั้นจะมีสิทธิบังคับคดีหรือไม่ย่อมเป็นอำนาจของศาลในคดีแพ่ง ผู้ร้องจะยื่นคำร้องต่อศาล ล้มละลาย กลางโดยอ้างว่าเป็นการคัดค้านการกระทำของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์หาได้ไม่
ย่อยาว
คดีสืบเนื่องมาจากผู้ชำระบัญชีได้ร้องขอให้บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์มหานครทรัสต์ จำกัด (มหาชน) ลูกหนี้ ล้มละลาย และศาล ล้มละลาย กลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้เด็ดขาด ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนการบังคับคดีของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์และเจ้าพนักงานบังคับคดีที่ดำเนินการตามคำสั่งของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เสียทั้งหมดและให้ปล่อยที่ดินคืนแก่ผู้ร้อง ศาล ล้มละลาย กลางไม่รับคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดี ล้มละลาย วินิจฉัยว่า การที่ลูกหนี้ผู้ ล้มละลาย เป็นโจทก์ในคดีของศาลแพ่งกรุงเทพใต้หมายเลขแดงที่ 19601/2538 ระหว่าง บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์มหานครทรัสต์ จำกัด (มหาชน) โจทก์ สิบตำรวจเอกโฆษิต ที่ 1 นายวรวุฒิ ที่ 2 จำเลย ซึ่งศาลพิพากษาให้ผู้ร้องซึ่งเป็นจำเลยที่ 2 ในคดีร่วมกันชำระหนี้ และหลังจากศาลได้มีคำพิพากษาแล้วจำเลยทั้งสองไม่ชำระหนี้ ลูกหนี้ในฐานะโจทก์ในคดีแพ่งได้ดำเนินการบังคับคดีและมีการยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 110941 ตำบลคลองกุ่ม อำเภอบางกะปิ กรุงเทพมหานคร พร้อมสิ่งปลูกสร้างออกขายทอดตลาด ศาล ล้มละลาย กลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้เด็ดขาดอันมีผลให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีอำนาจในการจัดการทรัพย์สินของลูกหนี้แต่เพียงผู้เดียวตามมาตรา 22 แห่งพระราชบัญญัติ ล้มละลาย พ.ศ. 2483 กล่าวคือในคดีแพ่งของศาลแพ่งกรุงเทพใต้ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ย่อมมีอำนาจขอเข้าเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาในการที่จะบังคับตามสิทธิในคดีแพ่งต่อไป การที่ผู้ร้องซึ่งเป็นจำเลยที่ 2 ในคดีแพ่งโต้แย้งว่าลูกหนี้ซึ่งเป็นโจทก์ในคดีไม่มีสิทธิในการบังคับคดีต่อไป เนื่องจากมีการโอนสิทธิเรียกร้องตามคำพิพากษาให้แก่บริษัทโพเทนท์ โพรดักส์ จำกัด ไปก่อนแล้ว และขอให้คืนทรัพย์ที่ยึดแก่ผู้ร้องเป็นข้อพิพาทโต้แย้งสิทธิในการบังคับคดีในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 19601/2538 ผู้ร้องจะต้องยื่นคำร้องในคดีแพ่ง และอำนาจในการพิจารณาลูกหนี้ซึ่งเป็นโจทก์ในคดีแพ่งจะมีสิทธิบังคับคดีหรือไม่ย่อมเป็นอำนาจของศาลในคดีแพ่ง ผู้ร้องจะยื่นคำร้องต่อศาล ล้มละลาย กลางโดยอ้างว่าเป็นการคัดค้านการกระทำของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์หาได้ไม่ ศาล ล้มละลาย กลางมีคำสั่งไม่รับคำร้องของผู้ร้อง ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นนี้ให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7309/2553 นางกฤษณา อุไรเวโรจนากร ผู้ชำระบัญชีร้องขอให้บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ มหานครทรัสต์ จำกัด (มหาชน) ล้มละลาย นายวรวุฒิ ดาราชาติ ผู้ร้อง พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 ม. 22