ฎีกาที่ 11973/2553
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
จำเลยปลอมเอกสารแผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์ แผ่นป้ายแสดงการเสีย ภาษี รถยนต์และคู่มือจดทะเบียนรถยนต์แล้วนำไปใช้แสดงต่อเจ้าหน้าที่ เพื่อให้เจ้าพนักงานหรือผู้หนึ่งผู้ใดหลงเชื่อว่าเป็นเอกสารที่แท้จริง แม้จะเป็นการทำปลอมเอกสารราชการต่างประเภทกันและมีลักษณะการทำปลอมที่แตกต่างกัน แต่การที่จำเลยได้ติดแผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์และแผ่นป้ายแสดงการเสีย ภาษี รถยนต์ปลอมไว้ที่รถยนต์คันเดียวกันแล้วนำคู่มือจดทะเบียนรถยนต์ที่ทำปลอมขึ้นไปใช้แสดงต่อเจ้าพนักงานในเวลาเดียวกันนั้นแสดงให้เห็นว่า จำเลยมีเจตนาอย่างเดียวกันเพื่อให้เจ้าพนักงานผู้ตรวจเอกสารเข้าใจว่าเป็นรถยนต์ที่ได้จดทะเบียนและเสีย ภาษี ถูกต้องตามกฎหมาย การกระทำของจำเลยจึงเป็นการกระทำความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทตาม ป.อ. มาตรา 90
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 91, 264, 265, 268 ริบเอกสารปลอมของกลาง จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265, 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 265 จำเลยเป็นผู้ปลอมและใช้เอกสารราชการปลอม จึงให้ลงโทษฐานใช้เอกสารราชการปลอมแต่กระทงเดียว ตามมาตรา 268 วรรคสอง เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 รวม 3 กระทง จำคุกกระทงละ 3 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกกระทงละ 1 ปี 6 เดือน รวมจำคุก 3 ปี 18 เดือน ริบเอกสารราชการปลอมของกลาง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เป็นว่า การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียว ลงโทษจำคุก 3 ปี ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 ปี 6 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์และจำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้จำเลยฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงตามที่โจทก์บรรยายในฟ้องและจำเลยให้การรับสารภาพฟังได้ว่า จำเลยนำแผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์ แผ่นป้ายแสดงการเสีย ภาษี รถยนต์ และคู่มือจดทะเบียนรถยนต์ที่จำเลยทำปลอมขึ้นไปใช้ โดยนำแผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์และแผ่นป้ายแสดงการเสีย ภาษี รถยนต์ไปติดไว้ที่รถยนต์ของกลาง และนำคู่มือจดทะเบียนรถยนต์ที่จำเลยทำปลอมขึ้นไปใช้แสดงต่อเจ้าหน้าที่ เพื่อให้เจ้าพนักงานหรือผู้หนึ่งผู้ใดหลงเชื่อว่า แผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์ปลอม แผ่นป้ายแสดงการเสีย ภาษี รถยนต์ปลอม และคู่มือจดทะเบียนรถยนต์ปลอม เป็นเอกสารที่แท้จริง มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน รวม 3 กระทงหรือไม่... เห็นว่า แม้แผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์ แผ่นป้ายแสดงการเสีย ภาษี รถยนต์ และคู่มือจดทะเบียนรถยนต์ที่จำเลยทำปลอมขึ้นจะเป็นเอกสารราชการต่างประเภทกัน ลักษณะการทำปลอมแตกต่างกันก็ตาม แต่การที่จำเลยได้ติดแผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์และแผ่นป้ายแสดงการเสีย ภาษี รถยนต์ปลอมไว้ที่รถยนต์คันเดียวกัน พร้อมกับนำคู่มือจดทะเบียนรถยนต์ ที่จำเลยทำปลอมขึ้นไปใช้แสดงต่อเจ้าพนักงานในคราวเดียวกันในเวลาเดียวกัน ตามพฤติการณ์ดังกล่าวเห็นได้ว่าจำเลยมีเจตนาอย่างเดียวกันเพื่อให้เจ้าพนักงานผู้ตรวจเอกสารเห็นว่ารถยนต์ที่จำเลยขับเป็นรถยนต์ที่ได้จดทะเบียนและเสีย ภาษี ถูกต้องตามกฎหมายเพื่อจำเลยจะได้ใช้รถยนต์ของกลางได้โดยชอบ การกระทำของจำเลยจึงเป็นการกระทำความผิดกรรมเดียว หาใช่สามกรรมต่างกันดังที่โจทก์ฎีกาไม่ ส่วนที่จำเลยฎีกาขอให้รอการลงโทษนั้น เห็นว่า การที่จำเลยปลอมแผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์ แผ่นป้ายแสดงการเสีย ภาษี รถยนต์ และคู่มือจดทะเบียนรถยนต์ อันเป็นเอกสารราชการแล้วนำไปติดไว้ที่รถยนต์ของกลาง เป็นเหตุให้รัฐไม่อาจควบคุมความปลอดภัยของสภาพรถรวมถึงปริมาณของรถที่แท้จริง อันอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อสังคมโดยส่วนรวม และยังเป็นการหลีกเลี่ยงการเสีย ภาษี รถยนต์ให้แก่รัฐตามกฎหมาย ทั้งกระทบต่อความน่าเชื่อถือในการที่จะใช้เอกสารดังกล่าวเป็นพยานหลักฐาน พฤติการณ์แห่งคดีเป็นเรื่องร้ายแรง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 ไม่รอการลงโทษให้จำเลย จึงชอบแล้ว ไม่มีเหตุที่ศาลฎีกาจะเปลี่ยนแปลงแก้ไข ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11973/2553 พนักงานอัยการจังหวัดนครราชสีมา โจทก์ นายปรียะ จุลละนันท์ จำเลย ป.อ. ม. 90 , ม. 265 , ม. 268