ฎีกาที่ 10653/2553
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
เช็คระบุชื่อโจทก์เป็นผู้รับเงิน แม้ไม่ได้ขีด ฆ่า คำว่า "หรือผู้ถือ" แต่ได้มีการขีดคร่อมพร้อมกับมีข้อความว่า "A/C PAYEE only" ในช่องขีดคร่อม อันมีความหมายว่าเช็คนี้ห้ามเปลี่ยนมือและต้องจ่ายเงินแก่ธนาคาร กล่าวคือต้องนำเช็คเข้าบัญชีเงินฝากของโจทก์ที่มีแก่ธนาคารเท่านั้น เมื่อโจทก์มิได้มอบอำนาจให้จำเลยที่ 1 นำเช็คไปเข้าบัญชี จำเลยที่ 2 จึงไม่มีอำนาจรับเช็คดังกล่าวฝากเข้าบัญชีเงินฝากของจำเลยที่ 1 ซึ่งเปิดไว้กับจำเลยที่ 2 การกระทำของจำเลยที่ 2 โดยพนักงานของจำเลยที่ 2 นำเช็คฝากเข้าบัญชีเงินฝากของจำเลยที่ 1 ซึ่งเปิดไว้กับจำเลยที่ 2 ดังกล่าวจึงเป็นการละเมิดต่อโจทก์
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้อง ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันชำระเงินจำนวน 225,928.76 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 13 ต่อปี ของต้นเงิน 200,000 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยที่ 1 ให้การขอให้ยกฟ้องและฟ้องแย้งบังคับให้โจทก์ชำระค่าเสียหายจากการกระทำละเมิดเป็นเงินจำนวน 202,301.37 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 200,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องแย้งไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่จำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 ให้การขอให้ยกฟ้อง โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งขอให้ยกฟ้องแย้ง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินจำนวน 200,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 10 กันยายน 2540 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยที่ 1 ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความให้เป็นเงินจำนวน 7,000 บาท ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 ค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 2 ให้เป็นพับ และยกฟ้องแย้งของจำเลยที่ 1 โจทก์และจำเลยที่ 1 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 2 ร่วมกับจำเลยที่ 1 รับผิดชำระเงินพร้อมดอกเบี้ยและค่าฤชาธรรมเนียมเท่ากับจำนวนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นแก่โจทก์ และให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมในศาลอุทธรณ์แทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ 2,000 บาท ค่าฤชาธรรมเนียมในส่วนฟ้องแย้งให้เป็นพับ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่า นายชูศักดิ์และนางอารีย์ร่วมกันออกเช็คธนาคารมหานคร จำกัด (มหาชน) สาขาวัดตึก เลขที่ 1022037 ลงวันที่ 9 กันยายน 2540 จำนวนเงิน 200,000 บาท ระบุชื่อโจทก์และขีดคร่อมระบุในช่องที่ขีดคร่อมว่า "A/C PAYEE only" ในวันที่ 10 กันยายน 2540 จำเลยที่ 1 ลงลายมือชื่อของโจทก์สลักหลังเช็คดังกล่าว แล้วนำฝากเข้าบัญชีเงินฝากเลขที่ 088-2-02477-1 ของจำเลยที่ 1 ซึ่งเปิดไว้กับจำเลยที่ 2 สาขาย่อยซอยทองหล่อ จำเลยที่ 2 รับเช็คดังกล่าวเข้าบัญชีเงินฝากของจำเลยที่ 1 แล้วส่งเช็คไปเรียกเก็บเงินจากธนาคารมหานคร จำกัด (มหาชน) สาขาวัดตึก และโอนเงินจำนวนเงินตามเช็คนั้นเข้าบัญชีเงินฝากของจำเลยที่ 1 แล้ว ...ปัญหาวินิจฉัยต่อไปตามฎีกาของจำเลยที่ 2 ว่า จำเลยที่ 2 ทำละเมิดต่อโจทก์หรือไม่ เห็นว่า เช็คเอกสารหมาย จ.2 ระบุชื่อโจทก์เป็นผู้รับเงิน แม้จะไม่ได้ขีด ฆ่า คำว่า "หรือผู้ถือ" แต่ได้มีการขีดคร่อมพร้อมกับมีข้อความว่า "A/C PAYEE only" ในช่องขีดคร่อม อันมีความหมายว่าเช็คนี้ห้ามเปลี่ยนมือและต้องจ่ายเงินแก่ธนาคาร กล่าวคือต้องนำเช็คเข้าบัญชีเงินฝากของโจทก์ที่มีแก่ธนาคารเท่านั้น เมื่อโจทก์มิได้มอบอำนาจให้จำเลยที่ 1 นำเช็คไปเข้าบัญชี จำเลยที่ 2 จึงไม่มีอำนาจรับเช็คเอกสารหมาย จ.2 ฝากเข้าบัญชีเงินฝากของจำเลยที่ 1 ซึ่งเปิดไว้กับจำเลยที่ 2 การกระทำของจำเลยที่ 2 โดยพนักงานของจำเลยที่ 2 ดังกล่าวจึงเป็นการละเมิดต่อโจทก์... พิพากษายืน ให้จำเลยทั้งสองใช้ค่าทนายความในชั้นฎีกาแทนโจทก์ 6,000 บาท ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10653/2553 นางสาวนวรัตน์ อัสสรัตนานนท์ โจทก์ นายกิตติพงษ์ อัสสรัตนานนท์ กับพวก จำเลย ป.พ.พ. ม. 917 วรรคสอง