ฎีกาที่ 13740/2553
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
เอกสารที่จำเลยที่ 2 ทำปลอมขึ้นและนำไปใช้เป็นหนังสือรับรองผลงานขององค์การบริหารส่วนตำบล ห. ซึ่งตาม พ.ร.บ.สภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ.2537 มาตรา 60 วรรคหนึ่ง กำหนดให้นายกองค์การบริหารส่วนตำบลควมคุมและรับผิดชอบในการบริหารราชการขององค์การบริหารส่วนตำบลตามกฎหมาย ดังนี้ ผู้ที่จะลงลายมือชื่อรับรองผลงานตามหนังสือดังกล่าวจึงเป็นนายกองค์การบริหารส่วนตำบล ห. และมาตรา 65 วรรคหนึ่ง ของพระราชบัญญัติดังกล่าวกำหนดว่าในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ให้นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา หนังสือรับรองผลงานจึงเป็นเอกสารที่ออกโดยเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่ จึงเป็นเอกสารราชการตาม ป.อ. มาตรา 1 (8) แม้ผู้ที่ลงลายมือชื่อในหนังสือรับรองผลงานดังกล่าวมิใช่นายกองค์การบริหารส่วนตำบล ห. ก็ไม่ทำให้เป็นเพียงเอกสารดังที่จำเลยที่ 2 ฎีกา การกระทำของจำเลยที่ 2 จึงเป็นความผิดฐานปลอมหนังสือรับรองผลงานอันเป็นเอกสารราชการและใช้หนังสือรับรองผลงานอันเป็นเอกสารราชการปลอมตาม ป.อ. มาตรา 265, 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 265
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91, 264, 265, 268 จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265, 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 264 วรรคแรก (ที่ถูกมาตรา 265), 83 จำเลยทั้งสอง ปลอมเอกสาร ราชการเพื่อนำไปใช้เป็นเจตนาเดียว เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 เมื่อจำเลยทั้งสองเป็นผู้ปลอมและใช้เอกสารราชการปลอม ให้ลงโทษฐานใช้เอกสารราชการปลอมเพียงกระทงเดียว ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรคสอง ลงโทษปรับจำเลยที่ 1 จำนวน 10,000 บาท จำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 2 ปี จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงปรับจำเลยที่ 1 จำนวน 5,000 บาท จำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 1 ปี ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายืน หากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 แต่ประการเดียว จำเลยที่ 2 ฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยที่ 2 ฎีกาว่า หนังสือรับรองผลงานไม่ใช่เอกสารราชการ โดยนายสมโชค ไม่ได้มีตำแหน่งเป็นนายกองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยไร่และไม่มีฐานะเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมาย จึงไม่มีหน้าที่ทำขึ้นหรือรับรองในหน้าที่ซึ่งหนังสือรับรองผลงาน จำเลยที่ 2 จึงไม่มีความผิดฐาน ปลอมเอกสาร ราชการและใช้เอกสารราชการปลอม แต่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264 นั้น ปัญหาข้อนี้แม้จำเลยที่ 2 มิได้ยกขึ้นอ้างในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ แต่เป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยจำเลยที่ 2 มีสิทธิยกขึ้นอ้างในชั้นฎีกาได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225 เห็นว่า เอกสารที่จำเลยที่ 2 ทำปลอมขึ้นเป็นหนังสือรับรองผลงานขององค์การบริหารส่วนตำบลห้วยไร่ อำเภอคอนสวรรค์ จังหวัดชัยภูมิ ซึ่งตามพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ.2537 มาตรา 60 วรรคหนึ่ง กำหนดให้นายกองค์การบริหารส่วนตำบลควบคุมและรับผิดชอบในการบริหารราชการขององค์การบริหารส่วนตำบลตามกฎหมาย ดังนี้ ผู้ที่จะลงลายมือชื่อรับรองผลงานตามหนังสือดังกล่าวจึงเป็นนายกองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยไร่ และมาตรา 65 วรรคหนึ่ง ของพระราชบัญญัติดังกล่าวกำหนดว่า ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ ให้นายกองค์การบริหารส่วนตำบล เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา หนังสือรับรองผลงานจึงเป็นเอกสารที่ออกโดยเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่ ซึ่งประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 1 (8) ระบุว่า "เอกสารราชการ" หมายความว่า เอกสารซึ่งเจ้าพนักงานได้ทำขึ้นหรือรับรองในหน้าที่ และให้หมายความรวมถึงสำเนาเอกสารนั้น ๆ ที่เจ้าพนักงานได้รับรองในหน้าที่ด้วย ดังนั้น หนังสือรับรองผลงานจึงเป็นเอกสารราชการ แม้ผู้ที่ลงลายมือชื่อในหนังสือรับรองผลงานปลอมมิใช่นายกองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยไร่ ก็ไม่ทำให้หนังสือรับรองผลงานซึ่งเป็นเอกสารราชการแล้วเป็นเพียงเอกสารดังที่จำเลยที่ 2 ฎีกา การที่จำเลยทั้งสองร่วมกัน ปลอมเอกสาร ราชการดังกล่าวขึ้นทั้งฉบับและถ่ายสำเนาหนังสือรับรองผลงานซึ่งเป็นเอกสารราชการที่จำเลยทั้งสองร่วมกันปลอมแล้วนำไปใช้อ้างแสดงต่อสำนักงานเทศบาลตำบลเชียงกลาง เพื่อให้ผู้หนึ่งผู้ใดหลงเชื่อว่าเป็นเอกสารราชการที่แท้จริงและน่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน การกระทำของจำเลยที่ 2 จึงเป็นความผิดฐานปลอมหนังสือรับรองผลงานอันเป็นเอกสารราชการและฐานใช้หนังสือรับรองผลงานอันเป็นเอกสารราชการปลอมตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265, 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 265 แล้ว ฎีกาข้อนี้ของจำเลยที่ 2 ฟังไม่ขึ้น มีปัญหาต้องวินิจฉัยต่อไปว่า สมควรลงโทษจำเลยที่ 2 ในสถานเบาและรอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลยที่ 2 หรือไม่ เห็นว่า การที่จำเลยที่ 2 ปลอมหนังสือรับรองผลงานแล้วนำไปใช้อ้างแสดงต่อสำนักงานเทศบาลตำบลเชียงกลาง เพื่อยื่นซองประกวดราคาโครงการปรับปรุงถนนลูกรัง ตามฟ้องโจทก์นับเป็นการกระทำที่กระทบต่อความน่าเชื่อถือในการที่จะใช้เอกสารดังกล่าวเป็นพยานหลักฐาน และเป็นการกระทำที่ไม่เคารพยำเกรงต่อกฎหมาย ส่อแสดงถึงพฤติการณ์ที่ไม่สุจริตของจำเลยที่ 2 ที่มุ่งเอาแต่ประโยชน์ส่วนตนโดยไม่คำนึงถึงความเสียหายของราชการหรือผู้อื่นที่เกี่ยวข้องพฤติการณ์แห่งคดีเป็นเรื่องร้ายแรง แม้ไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 2 เคยได้รับโทษจำคุกมาก่อนแต่เพื่อให้จำเลยที่ 2 เข็ดหลาบและเพื่อมิให้เป็นเยี่ยงอย่างแก่บุคคลอื่นที่คิดจะกระทำการเช่นจำเลยที่ 2 สมควรลงโทษจำคุกจำเลยที่ 2 โดยไม่รอการลงโทษ อีกทั้งการกระทำความผิดของจำเลยที่ 2 ในคดีนี้มีระวางโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265 ให้จำคุกตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 5 ปี ศาลอุทธรณ์ภาค 5 ใช้ดุลพินิจวางโทษจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 2 ปี ก่อนลดโทษให้นั้น นับว่าเป็นคุณแก่จำเลยที่ 2 มากอยู่แล้ว ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 5 ใช้ดุลพินิจกำหนดโทษจำคุกและไม่รอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลยที่ 2 นั้น เหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งรูปคดีแล้ว ไม่มีเหตุที่ศาลฎีกาจะเปลี่ยนแปลงแก้ไข ฎีกาข้อนี้ของจำเลยที่ 2 ฟังไม่ขึ้นเช่นกัน พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13740/2553 พนักงานอัยการจังหวัดน่าน โจทก์ ห้างหุ้นส่วนจำกัด เพชรชัยภูมิ กับพวก จำเลย ป.อ. ม. 1 (8) , ม. 264 , ม. 265 , ม. 268 พ.ร.บ.สภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ.2537 ม. 60 , ม. 65