ฎีกาที่ 5131/2551
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
การที่ผู้คัดค้านที่ 2 ทำสัญญาค้ำประกันหนี้ที่ลูกหนี้ที่ 1 มีต่อการรถไฟแห่งประเทศไทย ตามสัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์และที่ดินเพื่อปลูกสร้างอาคารที่สถานีรถไฟเชียงใหม่และลูกหนี้ที่ 1 ผิดสัญญาเช่ากับการรถไฟแห่งประเทศไทยก่อนที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้ที่ 1 เด็ดขาดเช่นนี้ มูลแห่งหนี้ที่ผู้คัดค้านที่ 2 ต้องรับผิดจึงเกิดก่อนศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้ที่ 1 เด็ดขาด และเมื่อการรถไฟแห่งประเทศไทยซึ่งเป็นเจ้าหนี้ชั้นต้นมิได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ ผู้คัดค้านที่ 2 จึงเป็นเจ้าหนี้ที่มีสิทธิยื่นคำขอรับชำระหนี้สำหรับจำนวนที่ตนอาจใช้สิทธิไล่เบี้ยในเวลาภายหน้าได้ตาม พ.ร.บ. ล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 101 และเป็นเจ้าหนี้ที่มีสิทธิขอรับชำระหนี้ในเวลาที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ เมื่อปรากฏว่าก่อนขอหักกลบลบหนี้ ผู้คัดค้านที่ 2 ได้ใช้หนี้ให้แก่การรถไฟแห่งประเทศไทยแล้ว ผู้คัดค้านที่ 2 จึงสามารถนำสิทธิเรียกร้องดังกล่าวมาหักกับหนี้เงินฝากตามสัญญาฝากทรัพย์ระหว่างลูกหนี้ที่ 1 กับผู้คัดค้านที่ 2 ได้
ย่อยาว
คดีสืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2539 โจทก์ฟ้องลูกหนี้ (จำเลย) ทั้งสอง ขอให้ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้ทั้งสองเด็ดขาดและพิพากษาให้ลูกหนี้ทั้งสองเป็นบุคคล ล้มละลาย ศาลแพ่งมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้ทั้งสองเด็ดขาดเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2542 ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องลูกหนี้ที่ 2 ศาลฎีกาพิพากษาแก้เป็นว่า ให้พิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้ที่ 2 เด็ดขาด ต่อมาวันที่ 2 พฤศจิกายน 2543 และวันที่ 17 พฤษภาคม 2548 ศาลแพ่งมีคำพิพากษาให้ลูกหนี้ที่ 1 และที่ 2 เป็นบุคคล ล้มละลาย ตามลำดับ ในการจัดการกิจการและทรัพย์สินของลูกหนี้ทั้งสองมีเจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ทั้งสิ้น 4 ราย คือ ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) เป็นเจ้าหนี้รายที่ 1 ผู้คัดค้านที่ 2 เป็นเจ้าหนี้รายที่ 2 และโจทก์เป็นเจ้าหนี้รายที่ 3 และที่ 4 ต่อมาผู้คัดค้านที่ 2 ได้ใช้สิทธิหักกลบลบหนี้จากบัญชีเงินฝากของลูกหนี้ที่ 1 ซึ่งโจทก์เห็นว่าการกระทำดังกล่าวขัดต่อพระราชบัญญัติ ล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 102 จึงยื่นคำร้องต่อผู้คัดค้านที่ 1 ให้ทำการสอบสวนและมีคำขอต่อศาลเพื่อบังคับให้ผู้คัดค้านที่ 2 นำส่งเงินในบัญชีเงินฝากของลูกหนี้ที่ 1 พร้อมดอกเบี้ยไปยังผู้คัดค้านที่ 1 ภายในเวลาที่เห็นสมควร ผู้คัดค้านที่ 1 สอบสวนแล้วมีคำสั่งยกคำร้อง โจทก์ยื่นคำร้องขอให้มีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งของผู้คัดค้านที่ 1 และมีคำสั่งให้ผู้คัดค้านที่ 2 นำส่งเงินฝากในบัญชีเงินฝากของลูกหนี้ที่ 1 ที่มีอยู่กับผู้คัดค้านที่ 2 พร้อมดอกเบี้ยเงินฝากประจำตามที่ผู้คัดค้านที่ 2 ได้ตกลงกับลูกหนี้ที่ 1 คิดคำนวณจนถึงวันที่นำส่งเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยจนครบถ้วนให้แก่ผู้คัดค้านที่ 1 ผู้คัดค้านที่ 1 ยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้อง ผู้คัดค้านที่ 2 ยื่นคำคัดค้านขอให้มีคำสั่งให้ผู้คัดค้านที่ 2 ใช้สิทธิหักกลบลบหนี้ได้ตามมาตรา 102 แห่งพระราชบัญญัติ ล้มละลาย พ.ศ.2483 ศาลแพ่งมีคำสั่งยกคำร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดี ล้มละลาย วินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่า ผู้คัดค้านที่ 2 ทำสัญญาค้ำประกันลูกหนี้ที่ 1 ต่อการรถไฟแห่งประเทศไทยตามสัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์และที่ดินเพื่อปลูกสร้างอาคารที่สถานีรถไฟเชียงใหม่ และลูกหนี้ที่ 1 ผิดสัญญาเช่ากับการรถไฟแห่งประเทศไทยต้องรับผิดชำระเงินแก่การรถไฟแห่งประเทศไทยก่อนที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้ทั้งสองเด็ดขาดเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2542 ต่อมาหลังจากศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้ที่ 1 เด็ดขาดแล้ว ผู้คัดค้านที่ 2 ได้ชำระหนี้ตามสัญญาค้ำประกันแทนลูกหนี้ที่ 1 ให้แก่การรถไฟแห่งประเทศไทย และขอรับชำระหนี้จากกองทรัพย์สินของลูกหนี้ที่ 1 โดยวิธีหักกลบลบหนี้กับบัญชีเงินฝากของลูกหนี้ที่ 1 ที่มีอยู่กับผู้คัดค้านที่ 2 ในขณะที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้ที่ 1 เด็ดขาด มีปัญหาวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า ผู้คัดค้านที่ 2 มีสิทธิหักกลบลบหนี้จากบัญชีเงินฝากของลูกหนี้ที่ 1 หรือไม่ เห็นว่า การที่ผู้คัดค้านที่ 2 ทำสัญญาค้ำประกันหนี้ที่ลูกหนี้ที่ 1 มีต่อการรถไฟแห่งประเทศไทย ตามสัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์และที่ดินเพื่อปลูกสร้างอาคารที่สถานีรถไฟเชียงใหม่ และลูกหนี้ที่ 1 ผิดสัญญาเช่ากับการรถไฟแห่งประเทศไทยก่อนศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เช่นนี้ มูลแห่งหนี้ที่ผู้คัดค้านที่ 2 ต้องรับผิดจึงเกิดก่อนศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้ที่ 1 เด็ดขาด และเมื่อการรถไฟแห่งประเทศไทยซึ่งเป็นเจ้าหนี้ชั้นต้นมิได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ ผู้คัดค้านที่ 2 จึงเป็นเจ้าหนี้ที่มีสิทธิยื่นคำขอรับชำระหนี้สำหรับจำนวนที่ตนอาจใช้สิทธิไล่เบี้ยในเวลาภายหน้าได้ตามพระราชบัญญัติ ล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 101 และเป็นเจ้าหนี้ที่มีสิทธิขอรับชำระหนี้ในเวลาที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ เมื่อปรากฏว่าก่อนขอหักกลบลบหนี้ ผู้คัดค้านที่ 2 ได้ใช้หนี้ให้แก่การรถไฟแห่งประเทศไทยแล้ว ผู้คัดค้านที่ 2 จึงสามารถนำสิทธิเรียกร้องดังกล่าวมาหักกับหนี้เงินฝากตามสัญญาฝากทรัพย์ระหว่างลูกหนี้ที่ 1 กับผู้คัดค้านที่ 2 ได้ ที่ศาลแพ่งมีคำสั่งมานั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นนี้ให้เป็นพับ. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5131/2551 บริษัทเจที จำกัด โจทก์ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ผู้คัดค้านที่ 1 ธนาคารศรีนคร จำกัด (มหาชน) ผู้คัดค้านที่ 2 บริษัทวีระนอร์ธเทอน เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด กับพวก จำเลย พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 ม. 101