ฎีกาที่ 9075/2551
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
ผู้ร้องยื่นคำร้องขอรับชำระหนี้ จำนอง โดยขอให้นำเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดทรัพย์ จำนอง มาชำระหนี้ จำนอง แก่ผู้ร้องก่อนเจ้าหนี้รายอื่น ซึ่งเป็นการร้องขอตาม ป.วิ.พ. มาตรา 289 แม้จะถือเสมือนหนึ่งว่าเป็นคำฟ้องบังคับ จำนอง ซึ่งผู้ร้องจะต้องเสียค่าขึ้นศาลตามตาราง 1 (ค) (เดิม) ท้าย ป.วิ.พ. ก็ตาม แต่ก็มิใช่เป็นการฟ้องบังคับ จำนอง โดยวิธีทั่วไป เพราะทรัพย์ จำนอง ดังกล่าวได้ถูกโจทก์ดำเนินการบังคับคดียึดทรัพย์ไว้แล้ว และแม้โจทก์กับผู้ร้องจะเป็นบุคคลคนเดียวกัน แต่การที่ผู้ร้องร้องขอรับชำระหนี้ จำนอง เป็นการร้องขอเข้ามาตามสิทธิที่กฎหมายบัญญัติรับรองไว้ในฐานะที่แตกต่างกัน เมื่อผู้ร้องมิได้ขอให้ยึดทรัพย์ จำนอง ออกขายทอดตลาดตาม ป.พ.พ. มาตรา 728 ผู้ร้องจึงไม่จำต้องบอกกล่าวบังคับ จำนอง ก่อน
ย่อยาว
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 3,187,989.80 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 14 ต่อปี ของต้นเงิน 2,742,954.52 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 7,500 บาท จำเลยไม่ชำระหนี้ โจทก์จึงขอให้ศาลชั้นต้นออกหมายบังคับคดี และนำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 34353 และเลขที่ 34354 ตำบลบึงชำระอ้อ (คลองซอยที่ 8 ฝั่งตะวันออก) อำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี พร้อมสิ่งปลูกสร้างของจำเลยเพื่อนำออกขายทอดตลาดชำระหนี้ ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า จำเลยในคดีนี้กู้ยืมเงินผู้ร้องจำนวน 2,900,000 บาท และ จำนอง ที่ดินโฉนดเลขที่ 34353 และเลขที่ 34354 พร้อมสิ่งปลูกสร้างเป็นประกันการชำระหนี้ ต่อมาจำเลยผิดนัดชำระหนี้ ผู้ร้องจึงได้ยื่นฟ้องจำเลยอย่างเจ้าหนี้สามัญ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้แก่ผู้ร้อง แต่จำเลยก็ไม่ได้ชำระหนี้ให้แต่อย่างใด ขอให้มีคำสั่งให้ผู้ร้องได้รับชำระหนี้จากเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดทรัพย์ จำนอง ดังกล่าวก่อนเจ้าหนี้รายอื่น ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีนี้ผู้ร้องยื่นคำร้องขอรับชำระหนี้ จำนอง โดยขอให้นำเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดทรัพย์ จำนอง มาชำระหนี้ จำนอง แก่ผู้ร้องก่อนเจ้าหนี้รายอื่น ซึ่งเป็นการร้องขอตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 289 แม้จะถือเสมือนหนึ่งว่าเป็นคำฟ้องบังคับ จำนอง ซึ่งผู้ร้องจะต้องเสียค่าขึ้นศาลตามตาราง 1 (ค) (เดิม) ท้าย ป.วิ.พ. อย่างหนึ่ง ก็ตาม แต่ก็มิใช่เป็นการฟ้องบังคับ จำนอง โดยวิธีทั่วไป เพราะทรัพย์ จำนอง ดังกล่าวได้ถูกโจทก์ดำเนินการบังคับคดียึดทรัพย์ไว้แล้ว และแม้โจทก์กับผู้ร้องจะเป็นบุคคลคนเดียวกันก็ตาม แต่การที่ผู้ร้องร้องขอรับชำระหนี้ จำนอง ซึ่งถือเป็นการร้องขอเข้ามาตามสิทธิที่กฎหมายบัญญัติรับรองไว้ในฐานะที่แตกต่างกัน ทั้งผู้ร้องมิได้ขอให้ยึดทรัพย์ จำนอง ออกขายทอดตลาดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 728 เป็นแต่ขอให้นำเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดทรัพย์ จำนอง มาชำระหนี้ จำนอง แก่ผู้ร้องก่อนเจ้าหนี้รายอื่นเท่านั้น กรณีนี้จึงไม่จำต้องบอกกล่าวบังคับ จำนอง ก่อนแต่อย่างใด ที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ผู้ร้องไม่ได้บอกกล่าวบังคับ จำนอง ถึงจำเลยโดยชอบ หนี้ จำนอง ของผู้ร้องจึงยังมิใช่หนี้ จำนอง ที่อาจบังคับได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 289 วรรคหนึ่ง ผู้ร้องจึงไม่อาจขอให้นำเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดทรัพย์ จำนอง ของจำเลยมาชำระหนี้ จำนอง ของผู้ร้องก่อนเจ้าหนี้รายอื่นได้นั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา แต่เมื่อคดีนี้ศาลชั้นต้นได้มีการไต่สวนจนเสร็จสิ้นแล้ว จึงเห็นสมควรวินิจฉัยไปเสียทีเดียว โดยไม่จำต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นวินิจฉัยใหม่อีก เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่า จำเลย จำนอง ที่ดินโฉนดเลขที่ 34353 และเลขที่ 34354 พร้อมสิ่งปลูกสร้างไว้แก่โจทก์ เพื่อเป็นประกันหนี้เงินกู้ยืม ภายหลังทำสัญญา จำเลยผิดนัดชำระหนี้ โจทก์จึงฟ้องจำเลยอย่างเจ้าหนี้สามัญ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้แก่โจทก์ ต่อมาโจทก์ร้องขอให้ศาลตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีและได้นำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดทรัพย์ จำนอง ดังกล่าว ผู้ร้องจึงมาร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้นำเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดทรัพย์ จำนอง มาชำระหนี้ให้แก่ผู้ร้องก่อนเจ้าหนี้รายอื่น ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 289 วรรคหนึ่ง เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าหนี้ จำนอง ของผู้ร้องถึงกำหนดชำระแล้ว และผู้ร้องยื่นคำร้องขอรับชำระหนี้ จำนอง ก่อนเอาทรัพย์ จำนอง นั้นออกขายทอดตลาดกรณีจึงเข้าเกณฑ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 289 ที่ผู้ร้องสามารถขอรับชำระหนี้ จำนอง รายนี้ได้ อุทธรณ์ของผู้ร้องฟังขึ้น" พิพากษากลับเป็นว่า ให้ผู้ร้องได้รับชำระหนี้ จำนอง จากเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดทรัพย์ จำนอง ก่อนเจ้าหนี้รายอื่น ค่าฤชาธรรมเนียมในศาลชั้นต้นและชั้นฎีกาให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9075/2551 ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) โจทก์ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ผู้ร้อง นายชาตรี ตันตระกูล จำเลย ป.พ.พ. ม. 728 ป.วิ.พ. ม. 289 ตาราง 1 (ค) (เดิม)