ฎีกาที่ 3448/2551
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
หนังสือมอบอำนาจเป็นเพียงเอกสารซึ่งบุคคลหนึ่งเป็นผู้มอบอำนาจมอบหมายให้บุคคลอีกคนหนึ่งเป็นผู้รับมอบอำนาจ ให้มีอำนาจจัดการทำนิติกรรมแทน มิได้เป็นเอกสารที่เป็นหลักฐานแห่งการก่อ เปลี่ยนแปลง โอน สงวนหรือระงับซึ่งสิทธิ หนังสือมอบอำนาจจึงไม่เป็นเอกสารสิทธิตาม ป.อ. มาตรา 1 (9) การที่จำเลยที่ 1 กรอกข้อความลงในหนังสือมอบอำนาจที่โจทก์ร่วมลงลายมือชื่อไว้นั้น จึงไม่เป็นความผิดฐานปลอมแปลงเอกสารสิทธิตาม ป.อ. มาตรา 265
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่า เมื่อระหว่างต้นเดือนมกราคม 2533 วันเวลาใดไม่ปรากฏชัดเวลากลางวัน ถึงวันที่ 20 มกราคม 2533 เวลากลางวัน เวลาใดไม่ปรากฏชัด จำเลยที่ 1 ปลอมเอกสาร สิทธิโดยกรอกข้อความลงในหนังสือมอบอำนาจซึ่งนางทัศนีย์ผู้เสียหาย ลงลายมือชื่อไว้ในฐานะผู้มอบอำนาจแต่ยังมิได้กรอกข้อความทั้งนี้ โดยไม่ได้รับความยินยอมและฝ่าฝืนต่อคำสั่งของผู้เสียหาย ซึ่งอาจเกิดความเสียหายแก่ผู้เสียหาย กรมที่ดิน และประชาชน ต่อมาวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2533 เวลากลางวัน จำเลยที่ 2 ใช้หนังสือมอบอำนาจที่จำเลยที่ 1 ปลอมขึ้นดังกล่าวไปแสดงต่อเจ้าพนักงานที่ดินอำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อจดทะเบียนโอนขายที่ดินตามหลักฐาน น.ส.3 เลขที่ 167 หมู่ที่ 5 ตำบลกำเนิดนพคุณ อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ของผู้เสียหายให้แก่จำเลยที่ 2 ทั้งนี้โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้เสียหาย กรมที่ดิน และประชาชน ขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264, 265, 268 จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ระหว่างพิจารณา นางทัศนีย์หรือเทภาสิต ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265 ประกอบมาตรา 264 วรรคสอง จำคุก 2 ปี ทางนำสืบของจำเลยที่ 1 เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสี่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 1 ปี 6 เดือน ยกฟ้องโจทก์ในส่วนของจำเลยที่ 2 โจทก์และจำเลยที่ 1 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264 วรรคสอง จำคุก 1 ปี และปรับ 6,000 บาท อีกสถานหนึ่ง เมื่อลดโทษให้หนึ่งในสี่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 แล้ว คงจำคุก 9 เดือน และปรับ 4,500 บาท โทษจำคุกให้รอไว้มีกำหนด 2 ปี และให้จำเลยที่ 1 ไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติรวม 4 ครั้ง ภายในระยะเวลา 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ร่วมฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ร่วมว่า หนังสือมอบอำนาจเป็นเอกสารสิทธิหรือไม่ เห็นว่า หนังสือมอบอำนาจเป็นเพียงเอกสารซึ่งบุคคลหนึ่งเป็นผู้มอบอำนาจ มอบหมายให้บุคคลอีกคนหนึ่งเป็นผู้รับมอบอำนาจ ให้มีอำนาจจัดการทำนิติกรรมแทน มิได้เป็นเอกสารที่เป็นหลักฐานแห่งการก่อ เปลี่ยนแปลงโอน สงวนหรือระงับซึ่งสิทธิ หนังสือมอบอำนาจจึงไม่เป็นเอกสารสิทธิตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 1 (9) การที่จำเลยที่ 1 กรอกข้อความลงในหนังสือมอบอำนาจที่โจทก์ร่วมลงลายมือชื่อไว้นั้น จึงไม่เป็นความผิดฐาน ปลอมเอกสาร สิทธิตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265 ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ร่วมฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3448/2551 พนักงานอัยการ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โจทก์ นางทัศนีย์ ศรีสวัสดิ์ หรือเทภาสิต โจทก์ร่วม นายณรงค์หรืออานนท์ พึ่งประเสริฐ กับพวก จำเลย ป.อ. ม. 1 (9) , ม. 265