ฎีกาที่ 5886/2551
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติการพิมพ์ พุทธศักราช 2484 (ยกเลิก) มาตรา 48
พ.ศ. 2484 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 48 เมื่อมีความผิดนอกจากที่ระบุไว้ในพระราชบัญญัตินี้เกิดขึ้นด้วยการโฆษณาสิ่งพิมพ์นอกจากหนังสือพิมพ์ ผู้ประพันธ์ซึ่งตั้งใจให้โฆษณาบทประพันธ์นั้นต้องรับผิดเป็นตัวการ ถ้าผู้ประพั...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติจดแจ้งการพิมพ์ พ.ศ. 2550 มาตรา 3
พ.ศ. 2550 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 3 ให้ยกเลิก (1) พระราชบัญญัติการพิมพ์ พุทธศักราช 2484 (2) พระราชบัญญัติการพิมพ์ (ฉบับที่ 2) พุทธศักราช 2485 (3) พระราชบัญญัติการพิมพ์ (ฉบับที่ 3) พุทธศักราช 2488 (4) คำสั่งขอ...
ย่อสั้น
จำเลยเป็นเพียงผู้พิมพ์ ผู้โฆษณาและบรรณาธิการ โดยจำเลยไม่ได้ร่วมกับผู้เขียน ผู้ประพันธ์ เขียนข้อความ หมิ่นประมาท ดังที่โจทก์กล่าวในฟ้องด้วย เมื่อปรากฏว่าในระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา ได้มี พ.ร.บ.จดแจ้งการพิมพ์ พ.ศ.2550 ซึ่งมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 19 ธันวาคม 2550 เป็นต้นไปบัญญัติไว้มาตรา 3 ให้ยกเลิก พ.ร.บ.การพิมพ์ พุทธศักราช 2484 พ.ร.บ.การพิมพ์ (ฉบับที่ 2) พุทธศักราช 2485 พ.ร.บ.การพิมพ์ (ฉบับที่ 3) พุทธศักราช 2488 คำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 5 ลงวันที่ 6 ตุลาคม พุทธศักราช 2519 คำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 36 ลงวันที่ 21 ตุลาคม พุทธศักราช 2519 แต่ความที่บัญญัติไว้ใน พ.ร.บ.จดแจ้งการพิมพ์ พ.ศ.2550 มิได้บัญญัติถึงลักษณะความผิดของผู้พิมพ์ ผู้โฆษณษา บรรณาธิการ และเจ้าของหนังสือพิมพ์ทำนองเดียวกับที่บัญญัติไว้ใน พ.ร.บ.การพิมพ์ พุทธศักราช 2484 มาตรา 48 แต่ประการใด จึงเป็นกรณีกฎหมายที่บัญญัติในภายหลังมิได้กำหนดให้การกระทำเช่นนั้นเป็นความผิดต่อไป การกระทำของจำเลยแม้จะเป็นความผิดดังกล่าว จำเลยก็พ้นจากการเป็นผู้กระทำความผิดตาม ป.อ. มาตรา 2 วรรคสอง แม้จำเลยจะมิได้ฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายนี้ขึ้นมา ศาลฎีกาก็มีอำนาจพิพากษายกฟ้องได้ ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 185 ประกอบมาตรา 215 และ 225
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญ มาตรา 326, 328, 332, 83 พระราชบัญญัติการพิมพ์ พ.ศ.2484 มาตรา 48 ให้ยึดและทำลายหนังสือพิมพ์อาทิตย์วิเคราะห์รายวัน ฉบับวันที่ 5 พฤศจิกายน 2545 ที่มีข้อความ หมิ่นประมาท และให้จำเลยโฆษณาคำพิพากษาทั้งหมดในหนังสือพิมพ์อาทิตย์วิเคราะห์รายวัน หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ หนังสือพิมพ์มติชน หนังสือพิมพ์ข่าวสด และหนังสือพิมพ์สยามรัฐ เป็นเวลา 15 วัน ติดต่อกัน โดยจำเลยเป็นผู้ชำระค่าโฆษณา จำเลยให้การปฏิเสธ ระหว่างการพิจารณา พลตำรวจเอก สันต์ ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 328 ประกอบด้วยมาตรา 83 และพระราชบัญญัติการพิมพ์ พ.ศ.2484 มาตรา 48 วรรคสอง จำคุก 1 ปี และปรับ 40,000 บาท ทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้างนับว่าเป็นเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 หนึ่งในสี่ คงจำคุก 9 เดือน และปรับ 30,000 บาท ไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยรับโทษจำคุกมาก่อน เห็นสมควรให้โอกาสจำเลยกลับตนเป็นพลเมืองดี โทษจำคุกจึงให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 หากจำเลยไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ให้ยึดและทำลายหนังสือพิมพ์อาทิตย์วิเคราะห์รายวัน ฉบับวันที่ 5 พฤศจิกายน 2545 ที่มีข้อความ หมิ่นประมาท ตามฟ้อง และให้จำเลยโฆษณาคำพิพากษานี้โดยย่อพอให้ได้ใจความลงในหนังสือพิมพ์อาทิตย์วิเคราะห์รายวันฉบับหนึ่ง กับหนังสือพิมพ์มติชนหรือข่าวสดอีกหนึ่งฉบับมีกำหนดฉบับละสามครั้ง โดยให้จำเลยเป็นผู้ชำระค่าโฆษณาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 332 (1) (2) โจทก์ร่วมและจำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยไม่ต้องโฆษณาคำพิพากษาโดยย่อในหนังสือพิมพ์อาทิตย์วิเคราะห์รายวัน นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326, 328, 332, 83 พระราชบัญญัติการพิมพ์ พ.ศ.2484 มาตรา 48 โดยบรรยายฟ้องว่า จำเลยเป็นผู้พิมพ์ ผู้โฆษณา บรรณาธิการ และเจ้าของหนังสือพิมพ์อาทิตย์วิเคราะห์รายวันกับพวก ผู้เขียน ผู้ประพันธ์ ในหนังสือพิมพ์ดังกล่าว ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเป็นผู้ใด ได้ร่วมกัน หมิ่นประมาท โจทก์ร่วม โดยร่วมกันเขียนและพิมพ์พาดหัวข่าว ข่าว และข้อความลงในหนังสือพิมพ์ดังกล่าว ฉบับวันที่ 5 พฤศจิกายน 2545 อันเป็นการโฆษณาด้วยเอกสาร ซึ่งพระราชบัญญัติการพิมพ์ พุทธศักราช 2484 มาตรา 48 วรรคแรก บัญญัติว่า เมื่อมีความผิดนอกจากที่ระบุไว้ในพระราชบัญญัตินี้เกิดขึ้นด้วยการโฆษณาสิ่งพิมพ์นอกจากหนังสือพิมพ์ ผู้ประพันธ์ซึ่งตั้งใจให้โฆษณาบทประพันธ์นั้นต้องรับผิดเป็นตัวการ ถ้าผู้ประพันธ์ไม่ต้องรับผิดหรือไม่ได้ตัวผู้ประพันธ์ก็ให้เอาโทษแก่ผู้พิมพ์เป็นตัวการ และวรรคสอง บัญญัติว่า ในกรณีแห่งหนังสือพิมพ์ ผู้ประพันธ์และบรรณาธิการต้องรับผิดเป็นตัวการ และถ้าไม่ได้ตัวผู้ประพันธ์ก็ให้เอาโทษแก่ผู้พิมพ์เป็นตัวการด้วย และศาลชั้นต้นก็พิพากษาลงโทษจำเลยตามบทมาตราดังกล่าวโดยวินิจฉัยว่า จำเลยเป็นผู้พิมพ์ ผู้โฆษณา และบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ดังกล่าว จำเลยต้องรับผิดเป็นตัวการในการกระทำความผิดร่วมกับผู้เขียน ผู้ประพันธ์ เมื่อไม่ได้ตัวผู้ประพันธ์มาดำเนินคดีนี้ก็ต้องเอาโทษแก่จำเลยด้วย โจทก์ไม่อุทธรณ์ โจทก์ร่วมคงอุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยสถานหนัก และไม่รอการลงอาญา ส่วนจำเลยอุทธรณ์ขอให้ยกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยไม่ต้องโฆษณาคำพิพากษาโดยย่อในหนังสือพิมพ์อาทิตย์วิเคราะห์รายวันเนื่องจากเลิกกิจการหลังจากศาลชั้นต้นพิพากษาคดี นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์และโจทก์ร่วมไม่ฎีกา ส่วนจำเลยฎีกาขอให้ยกฟ้อง ดังนี้ ข้อเท็จจริงจึงยุติตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นว่าจำเลยเป็นเพียงผู้พิมพ์ ผู้โฆษณาและบรรณาธิการ โดยจำเลยไม่ได้ร่วมกับผู้เขียน ผู้ประพันธ์ เขียนข้อความ หมิ่นประมาท ดังที่โจทก์กล่าวในฟ้องด้วย เมื่อปรากฏว่าในระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา ได้มีพระราชบัญญัติจดแจ้งการพิมพ์ พ.ศ.2550 ซึ่งมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 19 ธันวาคม 2550 เป็นต้นไปบัญญัติไว้ในมาตรา 3 ให้ยกเลิก พระราชบัญญัติการพิมพ์ พุทธศักราช 2484 พระราชบัญญัติการพิมพ์ (ฉบับที่ 2) พุทธศักราช 2485 พระราชบัญญัติการพิมพ์ (ฉบับที่ 3) พุทธศักราช 2488 คำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 5 ลงวันที่ 6 ตุลาคม พุทธศักราช 2519 คำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 36 ลงวันที่ 21 ตุลาคม พุทธศักราช 2519 แต่ความที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติจดแจ้งการพิมพ์ พ.ศ.2550 มิได้บัญญัติถึงลักษณะความผิดของผู้พิมพ์ ผู้โฆษณา บรรณาธิการ และเจ้าของหนังสือพิมพ์ทำนองเดียวกับที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติการพิมพ์ พุทธศักราช 2484 มาตรา 48 แต่ประการใด จึงเป็นกรณีกฎหมายที่บัญญัติในภายหลังมิได้กำหนดให้การกระทำเช่นนั้นเป็นความผิดต่อไป การกระทำของจำเลยแม้จะเป็นความผิดดังกล่าว จำเลยก็พ้นจากการเป็นผู้กระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 2 วรรคสอง แม้จำเลยจะมิได้ฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายนี้ขึ้นมา ศาลฎีกาก็มีอำนาจพิพากษายกฟ้องได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 185 ประกอบมาตรา 215 และ 225 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5886/2551 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ พลตำรวจเอก สันต์ ศรุตานนท์ โจทก์ร่วม นายชัชรินทร์ สุรพัฒน์ จำเลย ป.วิ.อ. ม. 185 , ม. 215 , ม. 225 พ.ร.บ.การพิมพ์ พ.ศ.2484 ม. 48 พ.ร.บ.จดแจ้งการพิมพ์ พ.ศ.2550 ม. 3