ฎีกาที่ 10314/2550
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
ในคดีแพ่งโจทก์กับจำเลยที่ 1 และที่ 2 ยังโต้เถียงกันถึงความเป็นเจ้าของ ที่ดิน พิพาท ตราบใดที่ศาลยังมิได้มีคำพิพากษาว่าโจทก์เป็นเจ้าของ ที่ดิน พิพาท จึงยังไม่เป็นที่แน่นอนว่าโจทก์จะเป็นเจ้าหนี้ของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ในอันที่จะขอให้ศาลบังคับจำเลยที่ 1 และที่ 2 ส่งมอบ ที่ดิน พิพาทคืนให้แก่โจทก์หรือไม่ โจทก์จึงไม่อยู่ในฐานะเป็นเจ้าหนี้ตามความหมายของมาตรา 350 แห่ง ป.อ. ที่จะฟ้องจำเลยทั้งสาม
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 350, 83, 91 ระหว่างไต่สวนมูลฟ้องศาลชั้นต้นเห็นว่า คดีพอวินิจฉัยได้แล้วจึงมีคำสั่งงดไต่สวนมูลฟ้อง ศาลชั้นต้นเห็นว่า คดีไม่มีมูล พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายืน โจทก์ฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาข้อกฎหมายต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ยกฟ้องโจทก์ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ข้อเท็จจริงตามคำฟ้องของโจทก์ฟังได้ว่า โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 และที่ 2 เป็นคดีแพ่งหมายเลขดำที่ 277/2545 ของศาลจังหวัดขอนแก่นอ้างว่าโจทก์เป็นเจ้าของ ที่ดิน พิพาทเนื้อที่ 4 ไร่ 6 ตารางวา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ ที่ดิน ตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ของโจทก์ แต่ถูกจำเลยที่ 1 และที่ 2 ขอออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์และโฉนด ที่ดิน ทับเอา ที่ดิน พิพาทของโจทก์เป็นของจำเลยที่ 1 และที่ 2 จึงขอให้เพิกถอนการออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์และโฉนด ที่ดิน ของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ให้ ที่ดิน พิพาทเป็นของโจทก์ ให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 พร้อมบริวารรื้อถอนขนย้ายทรัพย์ออกไปจาก ที่ดิน พิพาท และชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์จนกว่าจะส่งมอบ ที่ดิน พิพาทคืนแก่โจทก์ในสภาพเดิม ซึ่งจำเลยที่ 1 และที่ 2 ยื่นคำให้การต่อสู้ว่า จำเลยที่ 1 และที่ 2 ขอออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์และโฉนด ที่ดิน ใน ที่ดิน ของตน โดยมิได้ออกทับ ที่ดิน ของโจทก์ ขอให้ยกฟ้อง ซี่งขณะที่คดีอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลจังหวัดขอนแก่น จำเลยที่ 1 และที่ 2 ได้จดทะเบียนโอน ที่ดิน พิพาทให้แก่จำเลยที่ 3 ไป ดังนี้ เห็นว่า ในคดีแพ่งดังกล่าวโจทก์กับจำเลยที่ 1 และที่ 2 ยังโต้เถียงกันถึงความเป็นเจ้าของ ที่ดิน พิพาท โดยตราบใดที่ศาลยังมิได้มีคำพิพากษาว่าโจทก์เป็นเจ้าของ ที่ดิน พิพาท จึงยังไม่เป็นที่แน่นอนว่าโจทก์จะเป็นเจ้าหนี้ของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ในอันที่จะขอให้ศาลบังคับจำเลยที่ 1 และที่ 2 ส่งมอบ ที่ดิน พิพาทคืนให้แก่โจทก์หรือไม่ โจทก์จึงไม่อยู่ในฐานะเป็นเจ้าหนี้ตามความหมายของมาตรา 350 แห่งประมวลกฎหมายอาญาที่จะฟ้องจำเลยทั้งสามเป็นคดีนี้ ฟ้องโจทก์จึงไม่มีมูลความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 350 ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ยกฟ้องโจทก์จึงชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10314/2550 บริษัทไทยรูฟฟิ่งโปรดักส์ จำกัด โจทก์ นายคูณ พันธวาศิษฏ์ กับพวก จำเลย ป.อ. ม. 350