ฎีกาที่ 6899/2550
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยในความผิดฐานยักยอก จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยตามฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกาว่าไม่ได้กระทำความผิดตามฟ้อง แม้จำเลยจะยกข้อเท็จจริงดังกล่าวขึ้นอุทธรณ์และศาลอุทธรณ์ไม่รับวินิจฉัย ฎีกาของจำเลยดังกล่าวก็ถือเป็นข้อที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ไม่ชอบด้วย ป.วิ.พ. มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ประกอบ ป.วิ.อ. มาตรา 15 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2548 เวลากลางวัน จำเลยซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่การเงินของบริษัทธัชรวีร์ จำกัด ผู้เสียหาย ได้ครอบครองเงินสดค่าเช่าที่พักอาศัยของผู้เสียหายจำนวน 200,000 บาท แล้วเบียดบังเงินจำนวนดังกล่าวของผู้เสียหายเป็นของจำเลยโดยทุจริต เหตุเกิดที่แขวงคันนายาว เขตคันนายาว กรุงเทพมหานคร ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 และให้จำเลยคืนเงินจำนวน 200,000 บาท แก่ผู้เสียหาย ระหว่างพิจารณา บริษัทธัชรวีร์ จำกัด ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 วรรคแรก ลงโทษจำคุก 2 ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 1 ปี ให้จำเลยคืนเงินจำนวน 200,000 บาท แก่โจทก์ร่วม จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งลงชื่อในคำพิพากษาศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยฎีกาในทำนองว่ามิได้กระทำความผิดตามฟ้องนั้น เห็นว่า แม้จำเลยจะยกข้อเท็จจริงดังกล่าวขึ้นอุทธรณ์และศาลอุทธรณ์ไม่รับวินิจฉัย ฎีกาของจำเลยดังกล่าวก็ถือเป็นข้อที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย ส่วนที่จำเลยฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยในสถานเบาและรอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลยนั้น เห็นว่า จำเลยเป็นเจ้าหน้าที่การเงินของโจทก์ร่วมแต่กลับยักยอกเงินของโจทก์ร่วมจำนวนมากถึง 200,000 บาท โดยไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย สร้างความเสียหายให้แก่โจทก์ร่วมแล้วยังเป็นการสร้างความเดือดร้อนแก่ผู้เช่าอีก กระทบต่อความสงบเรียบร้อยของสังคม พฤติการณ์เป็นเรื่องร้ายแรง แม้จำเลยไม่เคยกระทำความผิดมาก่อนและมีภาระต้องเลี้ยงดู ครอบครัว ทั้งพยายามหาเงินมาใช้คืนโจทก์ร่วมก็ไม่มีเหตุผลเพียงพอที่จะลงโทษจำเลยให้เบาลงอีกและรอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลยที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้นเหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งคดีแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6899/2550 พนักงานอัยการจังหวัดมีนบุรี โจทก์ บริษัทธัชรวีร์ จำกัด โจทก์ร่วม นางสาวขนิษฐา พลพฤกษ์ จำเลย ป.วิ.อ. ม. 15 ป.วิ.พ. ม. 249 วรรคหนึ่ง