ฎีกาที่ 10298/2550
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
ศาล ล้มละลาย กลางได้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยทั้งสองเด็ดขาดและพิพากษาให้จำเลยทั้งสอง ล้มละลาย คดีถึงที่สุดแล้ว โดยจำเลยที่ 1 มิได้อุทธรณ์ฎีกาโต้แย้งว่ามีการพิจารณาที่ผิดระเบียบแต่อย่างใด และในชั้นนี้มีประเด็นในศาล ล้มละลาย กลางเพียงว่าศาล ล้มละลาย กลางสมควรที่จะมีคำสั่งให้หยุดนับระยะเวลาในการที่จำเลยที่ 1 จะได้รับการปลดจาก ล้มละลาย หรือไม่ การที่ศาล ล้มละลาย กลางมีคำสั่งให้เพิกถอนคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยที่ 1 เด็ดขาดตาม ป.วิ.พ. มาตรา 27 จึงไม่ชอบ
ย่อยาว
คดีสืบเนื่องมาจากศาล ล้มละลาย ลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยทั้งสองเด็ดขาดเมื่อวันที่ 18 เมษายน 2544 และพิพากษาให้จำเลยทั้งสอง ล้มละลาย เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2545 วันที่ 6 มกราคม 2548 เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ยื่นคำขอให้ศาล ล้มละลาย กลางมีคำสั่งหยุดนับระยะเวลาในการที่จำเลยที่ 1 จะได้รับการปลดจาก ล้มละลาย ตามมาตรา 81/2 ประกอบมาตรา 81/3 แห่ง พระราชบัญญัติ ล้มละลาย พ.ศ.2483 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติ ล้มละลาย (ฉบับที่ 7) พ.ศ.2547 ไว้ก่อนเป็นเวลา 2 ปี นับแต่วันที่ศาลมีคำสั่งให้หยุดนับระยะเวลาดังกล่าว ในวันนัดไต่สวน ศาล ล้มละลาย กลางสอบถามเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แล้ว เห็นว่า ตามพระราชบัญญัติ ล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 7 กำหนดให้ลูกหนี้ที่มีหนี้สินล้นพ้นตัวอาจถูกศาลพิพากษาให้ ล้มละลาย ได้ ถ้าลูกหนี้มีภูมิลำเนาในราชอาณาจักรในขณะที่มีการขอให้ลูกหนี้ ล้มละลาย หรือภายใน 1 ปี ก่อนนั้น ซึ่งคดีนี้โจทก์มายื่นฟ้องลูกหนี้ (จำเลย) ที่ 1 เป็นเวลาถึง 15 ปี หลังจากจำเลยที่ 1 ย้ายภูมิลำเนาไปประเทศสหรัฐอเมริกา จึงเป็นกรณีที่โจทก์ไม่อาจฟ้องจำเลยที่ 1 ให้ ล้มละลาย ได้อาศัยอำนาจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาล ล้มละลาย และวิธีพิจารณาคดี ล้มละลาย พ.ศ.2542 มาตรา 14 จึงเห็นควรให้เพิกถอนกระบวนการพิจารณาสำหรับจำเลยที่ 1 ตั้งแต่คำสั่งรับฟ้องเป็นต้นไปจนถึงชั้นพิพากษาแล้วมีคำสั่งใหม่เป็นไม่รับฟ้องจำเลยที่ 1 อนึ่ง เมื่อศาลมีคำสั่งไม่รับฟ้องจำเลยที่ 1 แล้ว คดีจึงไม่มีความจำเป็นต้องไต่สวนคำขอให้ศาลหยุดนับระยะเวลาในการที่จำเลยที่ 1 จะได้รับการปลดจากบุคคล ล้มละลาย อีกต่อไปให้ยกคำขอดังกล่าว ค่าคำขอให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาโดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดี ล้มละลาย วินิจฉัยว่า มีปัญหาตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า คำสั่งของศาล ล้มละลาย กลางที่ให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาสำหรับจำเลยที่ 1 ตั้งแต่คำสั่งรับฟ้องเป็นต้นไปจนถึงชั้นพิพากษาแล้วมีคำสั่งใหม่เป็นไม่รับฟ้องจำเลยที่ 1 ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า คดีนี้ศาล ล้มละลาย กลางได้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยทั้งสองเด็ดขาดและพิพากษาให้จำเลยทั้งสอง ล้มละลาย คดีถึงที่สุดแล้ว โดยจำเลยที่ 1 มิได้อุทธรณ์ฎีกาโต้แย้งว่ามีการพิจารณาที่ผิดระเบียบแต่อย่างใด และในชั้นนี้มีประเด็นในศาล ล้มละลาย กลางเพียงว่าศาล ล้มละลาย กลางสมควรที่จะมีคำสั่งให้หยุดนับระยะเวลาในการที่จำเลยที่ 1 จะได้รับการปลดจาก ล้มละลาย หรือไม่ การที่ศาล ล้มละลาย กลางให้เพิกถอนคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยที่ 1 เด็ดขาดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 จึงไม่ชอบ ที่ศาล ล้มละลาย กลางมีคำสั่งมานั้นศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของโจทก์ฟังขึ้น พิพากษายกคำสั่งของศาล ล้มละลาย กลาง ลงวันที่ 18 มีนาคม 2548 ให้ศาล ล้มละลาย กลางดำเนินการไต่สวนคำขอของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แล้วมีคำสั่งต่อไปตามรูปคดี ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้เป็นพับ. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10298/2550 บริษัททิพยสิน จำกัด โจทก์ นายวัลลภ ธารวณิชกุล กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. ม. 27 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ.2542 ม. 14 พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 ม. 81/2 , ม. 81/3