ฎีกาที่ 8853/2550
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
การขอรับชำระหนี้ตาม พ.ร.บ. ล้มละลาย พ.ศ.2483 หมวด 3/1 ส่วนที่ 11 นั้น หากเป็นหนี้ซึ่งผู้บริหารแผนก่อขึ้นเพื่อประโยชน์ในการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ เจ้าหนี้ขอรับชำระหนี้ได้โดยไม่อยู่ภายใต้บังคับมาตรา 94 (2) แต่หนี้ดังกล่าวจะจัดอยู่ในลำดับเดียวกับค่าใช้จ่ายของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ในการจัดการทรัพย์สินของลูกหนี้ตามมาตรา 130 (2) ได้ก็ต่อเมื่อเป็นหนี้ซึ่งผู้บริหารแผนก่อขึ้นตามแผนก่อขึ้นตามแผนเพื่อประโยชน์ในการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ตามมาตรา 90/77 วรรคสาม หนี้ค่าบริการและค่าธรรมเนียมวิชาชีพตามคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้ที่ผู้บริหารแผนได้ตกลงว่าจ้างเจ้าหนี้ให้สอบทานความถูกต้องของระบบการรับ - จ่าย เงินสด งบกระแสเงินสด และบัญชีการเงินกับต้นทุน ของลูกหนี้ในระหว่างการฟื้นฟูกิจการ เป็นหนี้ที่ก่อขึ้นเพื่อประโยชน์ในการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้เท่านั้น ไม่ปรากฏมีความสำคัญเกี่ยวข้องกับแผนฟื้นฟูกิจการอย่างไรบ้าง จึงยังถือไม่ได้ว่าเป็นหนี้ซึ่งผู้บริหารแผนก่อขึ้นตามแผนเพื่อประโยชน์ในการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ที่เจ้าหนี้จะมีสิทธิได้รับชำระหนี้ก่อนในลำดับเดียวกับค่าใช้จ่ายของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ในการจัดการทรัพย์สินของลูกหนี้ตาม พ.ร.บ. ล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 130 (2) ประกอบมาตรา 90/77 วรรคสาม
ย่อยาว
คดีสืบเนื่องมาจากศาล ล้มละลาย กลางมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2542 และมีคำสั่งเห็นชอบด้วยแผนเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2543 ต่อมาศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้เด็ดขาดเมื่อวันที่ 10 มกราคม 2548 เจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ฐานเป็นเจ้าหนี้ไม่มีประกันในมูลหนี้ค่าบริการและค่าธรรมเนียมวิชาชีพจำนวน 350,153.22 บาท จากกองทรัพย์สินของลูกหนี้ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์นัดตรวจคำขอรับชำระหนี้ตามพระราชบัญญัติ ล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 104 แล้ว ไม่มีผู้ใดโต้แย้งคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สอบสวนแล้ว เห็นควรให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้เป็นเงิน 350,153.22 บาท ตามคำขอรับชำระหนี้จากกองทรัพย์สินของลูกหนี้ตามพระราชบัญญัติ ล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 130 (7) ศาล ล้มละลาย กลางมีคำสั่งอนุญาตให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้ตามความเห็นของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ เจ้าหนี้อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดี ล้มละลาย วินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงที่คู่ความมิได้โต้เถียงกันฟังได้ว่า ภายหลังจากศาล ล้มละลาย กลางมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2542 และมีคำสั่งเห็นชอบด้วยแผนเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2543 ต่อมาศาลมีคำสั่งตั้งบริษัท ซี เจ มอร์แกน จำกัด เป็นผู้บริหารแผนคนใหม่เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2546 ลูกหนี้โดยผู้บริหารแผนคนใหม่ได้ตกลงว่าจ้างเจ้าหนี้ซึ่งเป็นบริษัทประกอบกิจการบริการทางด้านบัญชีให้สอบทานความถูกต้องของระบบการรับ - จ่ายเงินสด งบกระแสเงินสด และบัญชีการเงินกับต้นทุนของลูกหนี้ โดยตกลงชำระค่าบริการและค่าธรรมเนียมวิชาชีพให้แก่เจ้าหนี้เป็นรายเดือนตามสัญญาฉบับลงวันที่ 17 ธันวาคม 2546 วันที่ 10 มิถุนายน 2547 และวันที่ 2 พฤศจิกายน 2547 ภายหลังทำสัญญาดังกล่าวเจ้าหนี้ได้ให้บริการสอบทานความถูกต้องและจัดทำรายงานกระแสเงินสดรับ - จ่าย รายงานสอบทานงบประมาณรายได้และค่าใช้จ่าย และงบการเงินของลูกหนี้จัดส่งให้แก่ลูกหนี้แล้ว ตามสำเนาหนังสือและสำเนาใบรับ - นำส่งเอกสาร เอกสารแนบท้ายคำแถลงของเจ้าหนี้ฉบับลงวันที่ 5 กรกฎาคม 2548 ในสำนวนคำขอรับชำระหนี้ แต่ลูกหนี้มิได้ชำระหนี้ตามสัญญา คงมีหนี้ค่าบริการและค่าธรรมเนียมวิชาชีพค้างชำระแก่เจ้าหนี้จำนวน 350,153.22 บาท ต่อมาวันที่ 2 พฤษภาคม 2549 ศาล ล้มละลาย กลางพิจารณาแล้วมีคำสั่งอนุญาตให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้จำนวน 350,153.22 บาท ตามความเห็นของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เต็มตามคำขอรับชำระหนี้ตามพระราชบัญญัติ ล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 130 (7) ปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของเจ้าหนี้มีว่า เจ้าหนี้มีสิทธิได้รับชำระหนี้ในลำดับเดียวกับค่าใช้จ่ายของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ในการจัดการทรัพย์สินของลูกหนี้ตามพระราชบัญญัติ ล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 130 (2) ประกอบมาตรา 90/77 วรรคสาม หรือไม่ เห็นว่า การขอรับชำระหนี้เมื่อศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้เด็ดขาด ตามพระราชบัญญัติ ล้มละลาย พ.ศ.2483 หมวด 3/1 ส่วนที่ 11 นั้น หากเป็นหนี้ซึ่งผู้บริหารแผนก่อขึ้นเพื่อประโยชน์ในการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ ให้เจ้าหนี้ขอรับชำระหนี้ได้โดยมิได้อยู่ภายใต้บังคับแห่งมาตรา 94 (2) แต่หนี้ดังกล่าวจะจัดอยู่ในลำดับเดียวกับค่าใช้จ่ายของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ในการจัดการทรัพย์สินของลูกหนี้ตามพระราชบัญญัติ ล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 130 (2) ได้ก็ต่อเมื่อได้ความแล้วว่าเป็นหนี้ซึ่งผู้บริหารแผนก่อขึ้นตามแผนเพื่อประโยชน์ในการฟื้นฟูกิจการลูกหนี้ตามมาตรา 90/77 วรรคสาม แต่คดีนี้เมื่อพิจารณาคำขอรับชำระหนี้พร้อมบัญชีแนบท้ายของเจ้าหนี้ และคำแถลงชี้แจงมูลหนี้ในชั้นสอบสวนคำขอรับชำระหนี้ของนางสาวนิศานาถ เปรมมณี ผู้รับมอบอำนาจเจ้าหนี้แล้วก็ได้ความเพียงว่า หนี้ค่าบริการและค่าธรรมเนียมวิชาชีพตามคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้ที่ผู้บริหารแผนคนใหม่ได้ตกลงว่าจ้างเจ้าหนี้ให้สอบทานความถูกต้องของระบบการรับ - จ่ายเงินสด งบกระแสเงินสด และบัญชีการเงินกับต้นทุนของลูกหนี้ในระหว่างการฟื้นฟูกิจการ เป็นหนี้ที่ก่อขึ้นเพื่อประโยชน์ในการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้เท่านั้น ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงใดว่ามูลหนี้ดังกล่าวมีความสำคัญเกี่ยวข้องกับแผนฟื้นฟูกิจการอย่างไรบ้าง จึงยังถือไม่ได้ว่าหนี้ตามคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้ดังกล่าวเป็นหนี้ซึ่งผู้บริหารแผนคนใหม่ก่อขึ้นตามแผนเพื่อประโยชน์ในการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ที่เจ้าหนี้จะมีสิทธิได้รับชำระหนี้ก่อนในลำดับเดียวกับค่าใช้จ่ายของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ในการจัดการทรัพย์สินของลูกหนี้ตามพระราชบัญญัติ ล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 130 (2) ประกอบมาตรา 90/77 วรรคสาม ที่ศาล ล้มละลาย กลางมีคำสั่งอนุญาตให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้เต็มตามคำขอรับชำระหนี้จากกองทรัพย์สินของลูกหนี้ตามพระราชบัญญัติ ล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 130 (7) นั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย" พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นนี้ให้เป็นพับ. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8853/2550 บริษัทสยามคอนเทนเนอร์ไพพ์ ลูกหนี้ผู้ร้องขอ บริษัท ซี เอ เอส จำกัด เจ้าหนี้ พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 ม. 90/77 , ม. 94 , ม. 130