ฎีกาที่ 6337/2550
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
สิทธิตามสัญญาซึ่งกฎหมายบัญญัติต่างลักษณะกัน เมื่อเข้าลักษณะใดต้องใช้ลักษณะนั้นบังคับ จะยกเอาบทบัญญัติในเรื่องกรรมสิทธิ์โอนไปยังผู้ซื้อแล้วหรือไม่ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ลักษณะซื้อขายมาเป็นข้อวินิจฉัยสิทธิของผู้ขายอันเกิดแต่สัญญา ประกันภัย ไม่ได้ ในเรื่องสิทธิของผู้เอา ประกันภัย อันเกิดแต่สัญญา ประกันภัย จะมีเพียงใดก็ต้องเป็นไปตามสัญญา ประกันภัย เมื่อโจทก์ที่ 1 (ผู้ขาย) และจำเลย (ผู้รับ ประกันภัย ) ได้ตกลง ประกันภัย ทุกชนิดที่อาจเกิดขึ้นตลอดระยะเวลาที่ผู้ขนส่งทำการขนส่งสินค้าจากต้นทางกรุงเทพมหานครถึงปลายทางที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ความคุ้มครองตามเงื่อนไขกรมธรรม์ ประกันภัย จึงไม่สิ้นสุดลงเมื่อโจทก์ที่ 1 มอบสินค้าให้แก่ผู้ขนส่งตามเงื่อนไขการซื้อขายแบบเอฟ. โอ. บี. แต่การคุ้มครองจะมีตลอดเวลาที่ผู้ขนส่งทำการขนส่งจากต้นทางกรุงเทพมหานครถึงปลายทางที่ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อสินค้าสูญหายในระหว่างการขนส่ง จำเลยผู้รับ ประกันภัย ต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามสัญญา
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 1,770,794 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 1,673,156 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ทั้งสอง จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 1,254,867 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่จำเลยปฏิเสธการจ่ายเงิน (วันที่ 21 สิงหาคม 2546) จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ที่ 1 กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ที่ 1 โดยกำหนดค่าทนายความให้ 50,000 บาท ยกฟ้องโจทก์ที่ 2 ค่าฤชาธรรมเนียมสำหรับโจทก์ที่ 2 ให้เป็นพับ จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยว่า จำเลยต้องรับผิดต่อโจทก์ที่ 1 หรือไม่ ...ที่จำเลยอุทธรณ์ว่าโจทก์ทั้งสองตกลงซื้อขายสินค้ากันในราคา เอฟ โอ บี โจทก์ที่ 1 ผู้ขายมีหน้าที่เพียงส่งมอบสินค้าให้แก่โจทก์ที่ 2 ในต่างประเทศคือเพียงได้ส่งมอบสินค้าแก่ผู้ขนส่งและผู้ขนส่งได้ออกใบรับขนทางอากาศให้แก่ผู้ส่งของแล้ว กรรมสิทธิ์ในสินค้าโอนไปยังผู้ซื้อคือโจทก์ที่ 2 แล้ว เมื่อโจทก์ที่ 1 เอา ประกันภัย ในความเสียหายของสินค้าในระหว่างการขนส่งและโจทก์ที่ 1 ได้ส่งมอบสินค้าให้แก่ผู้ขนส่งแล้ว ความคุ้มครองตามเงื่อนไขของกรมธรรม์ ประกันภัย ย่อมสิ้นสุดลง ความเสียหายอยู่นอกเหนือความรับผิดตามกรมธรรม์ ประกันภัย ที่จำเลยรับ ประกันภัย ความเสียหายในระหว่างการขนส่งจากโจทก์ที่ 1 จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดนั้น ที่จำเลยอ้างว่าเมื่อโจทก์ที่ 1 ได้ส่งมอบสินค้านั้นให้แก่ผู้ขนส่งแล้ว กรรมสิทธิ์ในสินค้าย่อมโอนไปยังผู้ซื้อนั้น เห็นว่า การส่งมอบทรัพย์สินซื้อขายดังกล่าวนั้นมิใช่เป็นข้อวินิจฉัยว่ากรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินที่ขายโอนไปยังผู้ซื้อแล้วหรือไม่ เพราะการส่งมอบเป็นเพียงหน้าที่ประการหนึ่งของผู้ขายเท่านั้น กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินที่ขายย่อมโอนไปยังผู้ซื้อตั้งแต่ขณะเมื่อได้ทำสัญญาซื้อขายกันตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 458 และถ้าสัญญาซื้อขายมีเงื่อนไขหรือเงื่อนเวลาบังคับไว้ หรือในการซื้อขายทรัพย์สินซึ่งมิได้กำหนดลงไว้แน่นอน หรือในการซื้อขายทรัพย์เฉพาะสิ่ง กรรมสิทธิ์ในทรัพย์ที่ขายโอนไปยังผู้ซื้อเมื่อใดก็ต้องเป็นไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 459, 460 และจะยกเอาบทบัญญัติเรื่องกรรมสิทธิ์โอนไปยังผู้ซื้อแล้วหรือไม่ในลักษณะซื้อขายมาเป็นข้อวินิจฉัยสิทธิของผู้ขายอันเกิดแต่สัญญา ประกันภัย ไม่ได้ เพราะเป็นสิทธิตามสัญญาซึ่งกฎหมายบัญญัติต่างลักษณะกัน เมื่อเข้าลักษณะใดต้องใช้ลักษณะนั้นบังคับ ในเรื่องสิทธิของผู้เอา ประกันภัย อันเกิดแต่สัญญา ประกันภัย จะมีเพียงใดก็ต้องเป็นไปตามสัญญา ประกันภัย ในข้อนี้นางเสาวภาและนางสาวปริยาภรณ์ พยานโจทก์ที่ 1 ได้ให้ถ้อยคำตรงกันได้ความว่าโจทก์ที่ 1 และจำเลยได้ตกลง ประกันภัย ทุกชนิดที่อาจเกิดขึ้นตลอดระยะเวลาที่ผู้ขนส่งทำการขนส่งสินค้าจากต้นทางกรุงเทพมหานครถึงปลายทางที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ทั้งตามกรมธรรม์ ประกันภัย ดังกล่าวก็ระบุไว้ชัดว่า การ ประกันภัย นี้เริ่มคุ้มครองตั้งแต่เวลาที่สำนักไปรษณีย์ได้รับวัตถุที่เอา ประกันภัย และมีการออกใบรับโดยถูกต้อง และผลความคุ้มครองจะดำเนินต่อเนื่อง โดยเส้นทางการขนส่งตามปกติจนกว่าได้ส่งมอบให้ผู้รับสินค้า ณ ปลายทาง ดังนี้ ความคุ้มครองตามเงื่อนไขของกรมธรรม์ ประกันภัย ดังกล่าวจึงไม่สิ้นสุดลงเมื่อโจทก์ที่ 1 มอบสินค้าให้แก่ผู้ขนส่ง แต่กรมธรรม์ ประกันภัย ดังกล่าวคุ้มครองตลอดเวลาที่ผู้ขนส่งทำการขนส่งจากต้นทางกรุงเทพมหานครจนถึงปลายทางที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ตามที่โจทก์ที่ 1 นำสืบ เมื่อสินค้าสูญหายในระหว่างการขนส่ง จำเลยผู้รับ ประกันภัย ย่อมต้องรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามสัญญา ประกันภัย ... พิพากษายืน ให้จำเลยใช้ค่าทนายความชั้นนี้ 30,000 บาท แทนโจทก์ที่ 1. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6337/2550 บริษัทสว่างเอ็กซ์ปอร์ต จำกัด (มหาชน) กับพวก โจทก์ บริษัทธนวัฒน์ ประกันภัย จำกัด จำเลย ป.พ.พ. ม. 861