ฎีกาที่ 4268/2550
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
ศาลพิพากษาให้จำเลยที่ 2 เปิดถนน ภาระจำยอม และทำให้อยู่ในสภาพใช้ได้สะดวก เมื่อจำเลยที่ 2 มิได้มีเจตนาสร้างเสาไฟฟ้าพิพาทขึ้นเพื่อประโยชน์ในการใช้ถนน ภาระจำยอม มาตั้งแต่แรก แต่มีสภาพเป็นเสารองรับน้ำหนักโครงหลังคาซึ่งเป็นสิ่งปลูกสร้างที่ปลูกอยู่บนถนน ภาระจำยอม และจำเลยที่ 2 ต้องรื้อถอนออกไปทั้งหมดตามคำพิพากษา การที่จำเลยที่ 2 รื้อถอนเฉพาะโครงหลังคา ส่วนเสารองรับน้ำหนักมิได้รื้อถอนออกไปด้วยจึงเป็นการไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษาและคำบังคับของศาลให้ถูกต้องครบถ้วน แม้จำเลยที่ 2 จะดัดแปลงเสาดังกล่าวให้มีสภาพเป็นเสาไฟฟ้าเพื่อประโยชน์ในการใช้ถนน ภาระจำยอม และที่ตั้งของเสามิได้กีดขวางการใช้ถนน ภาระจำยอม หรือไม่ทำให้เสื่อมความสะดวกในการใช้ถนน ภาระจำยอม ก็หาทำให้เสาดังกล่าวพ้นจากการถูกบังคับคดีไม่ โจทก์จึงขอให้บังคดีโดยให้รื้อถอนเสาไฟฟ้าพิพาทออกไปจากถนน ภาระจำยอม ตามคำพิพากษาได้
ย่อยาว
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสามเปิดถนน ภาระจำยอม โดยรื้อถอนโรงเรือน สิ่งปลูกสร้าง แผงร้านค้าคอนกรีต และสิ่งกีดขวางต่างๆ ออกไปจากถนน ภาระจำยอม ในที่ดินโฉนดเลขที่ 31569 ตำบลท่าทราย อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี และทำให้ถนน ภาระจำยอม อยู่ในสภาพใช้ได้สะดวกกับห้ามมิให้จำเลยทั้งสามกระทำการใดๆ บนถนนจนเกิดความไม่สะดวกในการใช้ ศาลชั้นต้นได้ออกหมายบังคับคดีให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการบังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น วันที่ 16 มกราคม 2546 จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องว่า จำเลยที่ 2 ได้ปฏิบัติตามคำพิพากษาและคำบังคับของศาลแล้ว แต่โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดีทำการรื้อถอนเสาไฟฟ้าที่ปักให้แสงสว่างอยู่สองข้างถนน ซึ่งฟ้องโจทก์ไม่ได้กล่าวอ้างถึงเสาไฟฟ้าดังกล่าวและเสาไฟฟ้าดังกล่าวมิใช่สิ่งปลูกสร้างตามคำพิพากษาและไม่ได้กีดขวางการใช้ถนนของโจทก์ แต่เป็นเสาไฟฟ้าที่มีประโยชน์เพื่อความสะดวกแก่การใช้ถนนของบุคคลทั่วไปรวมทั้งโจทก์ ทั้งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1387 ก็กำหนดให้เจ้าของทรัพย์จำต้องรับกรรมบางอย่างหรือต้องงดเว้นการใช้สิทธิบางอย่างอันเกี่ยวกับ ภาระจำยอม เท่านั้น เจ้าของภารยทรัพย์คงมีสิทธิใช้สอยทาง ภาระจำยอม พิพาท จำเลยที่ 2 จึงไม่ต้องรื้อถอนเสาไฟฟ้าดังกล่าว โจทก์ที่ 1 และที่ 4 ยื่นคำคัดค้านว่า เสาไฟฟ้าพิพาทเป็นส่วนหนึ่งของเสาบ้านและเสาอาคารที่จำเลยที่ 2 ยังรื้อถอนไม่เสร็จ จำเลยที่ 2 เอาดวงไฟและสายไฟไปติดตั้งเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกบังคับคดี ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งยกคำร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 2 ว่า โจทก์ขอให้บังคับคดีโดยการรื้อถอนเสาไฟฟ้าพิพาทได้หรือไม่ โดยจำเลยที่ 2 ฎีกาว่า จำเลยที่ 2 เป็นเจ้าของที่ดินที่ถนน ภาระจำยอม ตั้งอยู่ จำเลยที่ 2 ย่อมมีสิทธิทำการทุกอย่างอันจำเป็นเพื่อรักษาและใช้ถนน ภาระจำยอม แต่ต้องไม่เป็นการขัดขวางหรือทำให้ประโยชน์ในการใช้ถนน ภาระจำยอม ของโจทก์ที่ 1 และที่ 4 ลดไปหรือเสื่อมความสะดวกในการใช้ การที่จำเลยที่ 2 เปลี่ยนสภาพเสาทั้ง 12 ต้น ให้เป็นเสาไฟฟ้า เพื่อประโยชน์ในการใช้ถนน ภาระจำยอม จึงเป็นสิทธิโดยชอบด้วยกฎหมายที่จำเลยที่ 2 สามารถทำได้ และเสาไฟฟ้าพิพาทก็ตั้งอยู่สองข้างถนน ภาระจำยอม ซึ่งกว้างประมาณ 20 เมตร เสาไฟฟ้าพิพาทจึงมิใช่สิ่งปลูกสร้างที่กีดขวางขัดขวาง หรือทำให้ประโยชน์การใช้ถนน ภาระจำยอม ของโจทก์ที่ 1 และที่ 4 รวมทั้งบุคคลอื่นลดไปหรือเสื่อมความสะดวกในการใช้ แต่เสาไฟฟ้าดังกล่าวก่อให้เกิดแสงสว่างอันเป็นประโยชน์แก่บุคคลที่ใช้ถนน ภาระจำยอม หากต้องรื้อถอนเสาไฟฟ้าพิพาทออกไปจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคลที่ใช้ถนน ภาระจำยอม และเป็นการบังคับคดีที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน เสาไฟฟ้าพิพาทจึงไม่อยู่ภายใต้การบังคับคดีนั้น เห็นว่า คดีนี้ศาลมีคำพิพากษาให้จำเลยที่ 2 เปิดถนน ภาระจำยอม โดยให้รื้อถอนโรงเรียนสิ่งปลูกสร้าง แผงร้านค้าคอนกรีต และสิ่งกีดขวางต่างๆ ออกไปจากถนน ภาระจำยอม และทำให้ถนน ภาระจำยอม อยู่ในสภาพใช้ได้สะดวก ห้ามมิให้จำเลยที่ 2 กระทำการใดๆ บนถนนจนเกิดความไม่สะดวกในการใช้ ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่า เสาไฟฟ้าพิพาทมิใช่เสาไฟฟ้าที่จำเลยที่ 2 เจตนาสร้างขึ้นเพื่อประโยชน์ในการใช้ถนน ภาระจำยอม มาตั้งแต่แรก แต่เสาไฟฟ้าดังกล่าวเดิมมีสภาพเป็นเสารองรับน้ำหนักโครงหลังคาซึ่งเป็นสิ่งปลูกสร้างที่ปลูกอยู่บนถนน ภาระจำยอม และจำเลยที่ 2 ต้องรื้อถอนออกไปทั้งหมดตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น การที่จำเลยที่ 2 รื้อถอนเฉพาะแต่โครงหลังคาออกไป ส่วนเสารองรับน้ำหนักมิได้รื้อถอนออกไปด้วยจึงเป็นการไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษาและคำบังคับของศาลชั้นต้นให้ถูกต้องครบถ้วน แม้จำเลยที่ 2 จะดัดแปลงเสาดังกล่าวให้มีสภาพเป็นเสาไฟฟ้าเพื่อประโยชน์ในการใช้ถนน ภาระจำยอม และที่ตั้งของเสามิได้กีดขวางการใช้ถนน ภาระจำยอม หรือไม่ทำให้เสื่อมความสะดวกในการใช้ถนน ภาระจำยอม ก็หาทำให้เสาดังกล่าวพ้นจากการถูกบังคับคดีไม่ โจทก์จึงชอบที่จะขอให้บังคับคดีโดยให้รื้อถอนเสาไฟฟ้าพิพาทออกไปจากถนน ภาระจำยอม ตามคำพิพากษาได้ กรณีมิใช่การบังคับคดีที่ฝ่าฝืนกฎหมายหรือขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชนแต่อย่างใด ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษามานั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย" พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4268/2550 นายเจษดา พงษ์นุ่มกุล กับพวก โจทก์ บริษัท กรนพเก้าการเคหะ จำกัด กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. ม. 271