ฎีกาที่ 8391/2549
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
โจทก์ยอมรับว่ามีข้อตกลงกับจำเลยว่าต่างฝ่ายต่างยอมให้อาศัยใช้ทางพิพาทออกสู่ถนนคลองชลประทานได้ เป็นการเอื้อประโยชน์ของทั้งสองฝ่าย ทางพิพาทจึงไม่เป็นทางภาระจำยอมระหว่างโจทก์จำเลยเพราะต่างคนต่างยอมให้ผ่านในลักษณะถ้อยทีถ้อยอาศัย เป็นการยอมให้ผ่านทางพิพาทโดยถือวิสาสะซึ่งกันและกันนั่นเอง ที่ดิน โฉนดเลขที่ 15673 ของโจทก์ไม่ได้ถูกปิดล้อมโดย ที่ดิน โฉนดเลขที่ 15671 ของจำเลย แต่ถูกปิดล้อมโดย ที่ดิน โฉนดเลขที่ 15672 ของ ว. เพราะ ที่ดิน ตามโฉนดเลขที่ 15673 ของโจทก์จะผ่านไปสู่ถนนคลองชลประทานระยะทางที่ใกล้ที่สุดก็คือผ่าน ที่ดิน โฉนดเลขที่ 15672 ของ ว. ดังนั้นทางพิพาทช่วงระยะ ที่ดิน ของจำเลยตามโฉนดเลขที่ 15671 จึงไม่เป็นทางจำเป็นสำหรับ ที่ดิน ของโจทก์ ตามโฉนดเลขที่ 15673
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องขอให้พิพากษาว่าทางพิพาทเป็นทางจำเป็นและทางภาระจำยอมให้จำเลยรื้อถอนสิ่งกีดขวางที่ปิดกั้นทางพิพาทออก หากไม่ปฏิบัติตามให้โจทก์รื้อถอนได้เองโดยจำเลยเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย ให้จำเลยไปจดทะเบียนทางพิพาท เป็นทางจำเป็น และหรือทางภาระจำยอมเพื่อประโยชน์แก่ ที่ดิน โฉนดเลขที่ 15673 ของโจทก์ หากจำเลยไม่ไปดำเนินการให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย และให้จำเลยชำระค่าเสียหายแก่โจทก์วันละ 500 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไป จนกว่าจำเลยจะรื้อถอนสิ่งกีดขวางและเปิดทางพิพาทให้โจทก์และบริวารให้รถยนต์ผ่านเข้าออกได้ จำเลยให้การ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นฟังได้ว่า โจทก์เป็นเจ้าของ ที่ดิน โฉนดเลขที่ 6722 และ ที่ดิน โฉนดเลขที่ 15673 ตำบลหนองหมู อำเภอวิหารแดง จังหวัดสระบุรี ส่วนจำเลยเป็นเจ้าของ ที่ดิน โฉนดเลขที่ 15671 ตำบลหนองหมู อำเภอวิหารแดง จังหวัดสระบุรี แทรกอยู่ตรงกลางระหว่าง ที่ดิน ของโจทก์ทั้ง 2 แปลง โดยมีถนนลูกรังพาดผ่านด้านบนสุดของ ที่ดิน ของโจทก์ทั้ง 2 แปลง, ที่ดิน ของจำเลยและ ที่ดิน ของนายวิชัย โสภณกนกรัฐกุล เพื่อจะไปเชื่อมต่อกับถนนคลองชลประทานด้านติดกับ ที่ดิน โฉนดเลขที่ 6722 ของโจทก์ และด้านติดกับ ที่ดิน โฉนดเลขที่ 15672 ของนายวิชัย มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า ถนนลูกรังพิพาทซึ่งพาดผ่านตอนบนสุดของ ที่ดิน ของโจทก์ 2 แปลง, ที่ดิน ของจำเลย และ ที่ดิน ของนายวิชัยเป็นทางภาระจำยอมหรือทางจำเป็นหรือไม่ เห็นว่า โจทก์ยอมรับว่ามีข้อตกลงกับจำเลยว่าต่างฝ่ายต่างยอมให้อาศัยใช้ทางพิพาทดังกล่าวเข้าออกสู่ถนนคลองชลประทานได้เป็นการเอื้อประโยชน์ของทั้งสองฝ่าย ภายหลังโจทก์ทำประตูกั้นเปิดปิดใน ที่ดิน แปลงโฉนดเลขที่ 7622 ทำให้จำเลยเข้าออกไม่สะดวก ซึ่งเกิดทะเลาะโต้เถียงกัน จำเลยจึงไปซื้อ ที่ดิน ของนายพงษ์ศักดิ์ ซึ่งติดอยู่กับ ที่ดิน ของจำเลยทางด้านทิศตะวันออกทำถนนไปสู่ถนนคลองชลประทาน ส่วน ที่ดิน ของโจทก์แปลงโฉนดเลขที่ 6722 สามารถออกไปสู่ถนนคลองชลประทานได้เพราะติดกับถนนคลองชลประทานอยู่แล้ว สำหรับ ที่ดิน ของโจทก์แปลงโฉนดเลขที่ 15673 ก็สามารถออกไปสู่ถนนคลองชลประทานอีกด้านหนึ่งโดยผ่าน ที่ดิน โฉนดเลขที่ 15672 ของนายวิชัย ซึ่งนายวิชัยก็มาเบิกความยินยอมให้โจทก์ผ่านทางออกไปสู่ถนนคลองชลประทานได้โดยไม่ขัดข้อง เช่นนี้ ทางพิพาทจึงไม่เป็นภาระจำยอมระหว่างโจทก์จำเลยเพราะต่างคนต่างยอมให้ผ่านในลักษณะถ้อยทีถ้อยอาศัย เป็นการยอมให้ผ่านทางพิพาทโดยถือวิสาสะซึ่งกันและกันนั่นเอง ส่วนจะเป็นทางจำเป็นหรือไม่นั้น เห็นว่า ที่ดิน โฉนดเลขที่ 15673 ของโจทก์ไม่ได้ถูกปิดล้อมโดย ที่ดิน โฉนดเลขที่ 15671 ของจำเลย แต่ถูกปิดล้อมโดย ที่ดิน โฉนดเลขที่ 15672 ของนายวิชัย เพราะ ที่ดิน ตามโฉนดเลขที่ 15673 ของโจทก์จะผ่านไปสู่ถนนคลองชลประทานระยะทางที่ใกล้ที่สุดก็คือผ่าน ที่ดิน โฉนดเลขที่ 15672 ของนายวิชัย ดังนั้นทางพิพาทช่วงระยะ ที่ดิน ของจำเลยตามโฉนดเลขที่ 15671 จึงไม่เป็นทางจำเป็นสำหรับ ที่ดิน ของโจทก์ ตามโฉนดเลขที่ 15673 ที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยว่าทางพิพาทในกรณีนี้ไม่เป็นทั้งทางภาระจำยอมและทางจำเป็นนั้นชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8391/2549 นายสายบัว กระจ่างศรี โจทก์ นายศิลปชัย อิศราวุธพงษา จำเลย ป.พ.พ. ม. 1349 , ม. 1387