ฎีกาที่ 8247/2549
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 31
พ.ศ. 2522 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 31 ให้นำบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาใช้บังคับแก่การดำเนินกระบวนพิจารณาในศาลแรงงานเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับบทแห่งพระราชบัญญัตินี้โดยอนุโลม
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 40
พ.ศ. 2522 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 40 เมื่อโจทก์ได้ทราบคำสั่งให้มาศาลตามมาตรา 37 แล้ว ไม่มาตามกำหนดโดยไม่แจ้งให้ศาลแรงงานทราบเหตุที่ไม่มา ให้ถือว่าโจทก์ไม่ประสงค์จะดำเนินคดีต่อไป ให้ศาลแรงงานมีคำสั่งจำหน่ายคดี...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 41
พ.ศ. 2522 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 41 ในกรณีที่ศาลแรงงานมีคำสั่งจำหน่ายคดีออกเสียจากสารบบความตามมาตรา 40 วรรคหนึ่ง หรือมีคำสั่งว่าจำเลยขาดนัดตามมาตรา 40 วรรคสอง หากโจทก์หรือจำเลยมาแถลงให้ศาลแรงงานทราบถึงความจำ...
ย่อสั้น
ทนายจำเลยได้ยื่นคำร้องขอเลื่อนคดีไว้ก่อนถึงวันนัดพิจารณาและสืบพยานโจทก์ เป็นการแจ้งให้ศาล แรงงาน กลางทราบถึงเหตุที่ทนายจำเลยไม่อาจมาศาลตามกำหนดนัด ตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาล แรงงาน และวิธีพิจารณาคดี แรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 40 วรรคสามแล้ว ไม่ว่าเหตุตามคำร้องนั้นจะมีเหตุสมควรหรือไม่ก็ตาม ศาล แรงงาน กลางชอบที่จะสั่งคำร้องขอเลื่อนคดีเสียก่อน แต่ศาล แรงงาน กลางมิได้สั่ง กลับสั่งว่าทนายจำเลยและจำเลยไม่มาศาลโดยไม่แจ้งเหตุขัดข้อง จึงไม่ชอบด้วยกฎหมายดังกล่าว หลังจากวันนัดพิจารณา จำเลยยื่นคำร้องแถลงให้ศาล แรงงาน กลางทราบถึงความจำเป็นที่จำเลยไม่อาจมาศาลตามกำหนดได้ จึงเป็นการยื่นคำแถลงตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาล แรงงาน และวิธีพิจารณาคดี แรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 41 ศาล แรงงาน กลางชอบที่จะพิจารณาถึงเหตุแห่งความจำเป็นที่จำเลยแจ้ง แต่หาได้กระทำไม่ กลับมีคำสั่งว่าจำเลยทราบนัดโดยชอบแล้วไม่มาศาล จำเลยขาดนัดโดยจงใจให้ยกคำร้อง จึงเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย จึงถือได้ว่าเป็นการที่ศาล แรงงาน กลางมิได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งว่าด้วยการพิจารณาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 243 (2) ประกอบด้วย พ.ร.บ.จัดตั้งศาล แรงงาน และวิธีพิจารณาคดี แรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 31
ย่อยาว
คดีสืบเนื่องจากโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าชดเชย สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า และค่าเสียหายจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ศาล แรงงาน กลางส่งสำเนาคำฟ้อง หมายเรียกจำเลย คำสั่งเรียกตัวความพร้อมนัดพิจารณาและสืบพยานโจทก์ในวันที่ 11 เมษายน 2548 เวลา 9.30 นาฬิกา ก่อนถึงวันนัด จำเลยยื่นคำให้การพร้อมยื่นคำร้องลงวันที่ 7 เมษายน 2548 ขอเลื่อนคดี อ้างเหตุว่าในวันที่ 11 เมษายน 2548 ทนายจำเลยมีความจำเป็นต้องเดินทางไปร่วมทำบุญตามประเพณีกับมารดาที่จังหวัดนครศรีธรรมราชซึ่งนัดล่วงหน้าไว้ก่อนแล้ว ศาล แรงงาน กลางสั่งคำร้องขอเลื่อนคดีของทนายจำเลยว่า รอสอบสั่งในวันนัด ในวันนัดพิจารณาและสืบพยานโจทก์จำเลยทราบนัดโดยชอบแล้วไม่มาศาล โดยไม่แจ้งเหตุขัดข้องเสียก่อนลงมือสืบพยาน จึงมีคำสั่งว่าจำเลยขาดนัดให้พิจารณาชี้ขาดตัดสินคดีโจทก์ไปฝ่ายเดียว แล้วศาล แรงงาน กลางพิจารณาพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยจำนวน 15,000 บาท ค่าเสียหายจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมจำนวน 15,000 บาท และสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าจำนวน 15,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีจากเงินสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าจำนวน 15,000 บาท นับแต่วันฟ้อง (วันที่ 1 เมษายน 2548) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยยื่นคำร้องลงวันที่ 18 เมษายน 2548 อ้างถึงเหตุจำเป็นที่ไม่อาจมาศาลตามวันนัดได้ และได้ยื่นคำร้องขอเลื่อนคดีอ้างถึงเหตุที่ไม่อาจมาศาลไว้ก่อนวันนัดแล้วโดยจำเลยไม่มีเจตนาขาดนัด ขอให้ศาล แรงงาน กลางมีคำสั่งให้พิจารณาคดีใหม่ ศาล แรงงาน กลางมีคำสั่งยกคำร้อง จำเลยอุทธรณ์คำสั่งต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดี แรงงาน วินิจฉัยว่า ตามคำร้องของทนายจำเลยฉบับลงวันที่ 7 เมษายน 2548 ซึ่งทนายจำเลยได้ยื่นขอเลื่อนคดีไว้ก่อนถึงวันนัดพิจารณาและสืบพยานโจทก์ เป็นการแจ้งให้ศาล แรงงาน ทราบถึงเหตุที่ทนายจำเลยไม่อาจมาศาลตามกำหนดนัด ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาล แรงงาน และวิธีพิจารณาคดี แรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 40 วรรคสาม แล้ว ไม่ว่าเหตุตามคำร้องนั้นจะมีเหตุสมควรหรือไม่ก็ตาม ศาล แรงงาน กลางชอบที่จะสั่งคำร้องขอเลื่อนคดีของทนายจำเลยเสียก่อน แต่ศาล แรงงาน กลางมิได้สั่ง กลับสั่งว่าทนายจำเลยและจำเลยไม่มาศาลโดยไม่แจ้งเหตุขัดข้องจึงมิชอบด้วยกฎหมายดังกล่าว และเมื่อจำเลยยื่นคำร้องฉบับลงวันที่ 18 เมษายน 2548 แถลงให้ศาล แรงงาน กลางทราบถึงความจำเป็นที่จำเลยไม่อาจมาศาลตามกำหนดได้ จึงเป็นการยื่นคำแถลงตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาล แรงงาน และวิธีพิจารณาคดี แรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 41 ศาล แรงงาน กลางชอบที่จะพิจารณาถึงเหตุแห่งความจำเป็นที่จำเลยอ้าง แต่หาได้กระทำไม่ กลับมีคำสั่งว่าเนื่องจากทนายจำเลยยื่นคำร้องขอเลื่อนคดีโดยที่ศาลสั่งให้รอสั่งในวันนัดถึงกำหนดนัดฝ่ายจำเลยไม่ได้มอบฉันทะให้ผู้ใดมาศาล ซึ่งจำเลยได้ทราบนัดโดยชอบแล้วจำเลยจึงขาดนัดโดยจงใจ ให้ยกคำร้อง อันเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายเช่นกันจึงถือได้ว่าเป็นการที่ศาล แรงงาน กลางมิได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งว่าด้วยการพิจารณา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 243 (2) ประกอบด้วยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาล แรงงาน และวิธีพิจารณาคดี แรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 31 อุทธรณ์ของจำเลยฟังขึ้น พิพากษายกคำสั่งศาล แรงงาน กลาง ให้ศาล แรงงาน กลางดำเนินกระบวนพิจารณาแล้วมีคำสั่งใหม่ตามรูปคดี ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8247/2549 นายวิทยา แก้วคำศรี โจทก์ บริษัทสยามฟิตติ้งส์ จำกัด จำเลย ป.วิ.พ. ม. 243 (2) พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม. 31 , ม. 40 , ม. 41