ฎีกาที่ 6013/2549
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
ในวันนัดไต่สวนคำร้องนัดแรกวันที่ 29 เมษายน 2545 ศาลชั้นต้นจดรายงานกระบวนพิจารณาว่าได้ตรวจคำร้องขอให้เพิกถอนการโอนที่ดิน ข้อคัดค้านของผู้คัดค้านทั้งสองแล้ว เห็นว่าพอวินิจฉัยได้ให้งดไต่สวนพยานทั้งสองฝ่าย นัดฟังคำสั่งชี้ขาดตัดสินคดีในวันที่ 24 พฤษภาคม 2545 เช่นนี้เป็นกรณีที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยข้อเท็จจริงที่ปรากฏตามคำร้องขอให้เพิกถอนการโอนที่ดินของผู้ร้องและคำคัดค้านของผู้คัดค้านทั้งสอง มิได้มีการวินิจฉัยชี้ขาดในประเด็นปัญหาข้อกฎหมายแต่อย่างใด กรณีจึงไม่ต้องด้วย ป.วิ.พ. มาตรา 24 และคำสั่งของศาลชั้นต้นดังกล่าวเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา เมื่อผู้คัดค้านทั้งสองมิได้โต้แย้งคำสั่งของศาลชั้นต้นจึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 226 (2) ประกอบ พ.ร.บ. ล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 153 (เดิม) การกระทำในระหว่างระยะเวลา 3 ปี ก่อนมีการขอให้ ล้มละลาย ตามบทบัญญัติมาตรา 114 (เดิม) แห่ง พ.ร.บ. ล้มละลาย พ.ศ.2483 คือ ก่อนมีการฟ้องขอให้ ล้มละลาย เมื่อการโอนที่ดินพิพาทในคดีนี้กระทำเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2535 แต่โจทก์ฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2538 จึงเป็นการโอนภายในระยะเวลา 3 ปี ก่อนมีการขอให้ ล้มละลาย
ย่อยาว
คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้จำเลย ล้มละลาย ตามพระราชบัญญัติ ล้มละลาย พ.ศ.2483 เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2538 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาดเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2538 และพิพากษาให้จำเลยเป็นบุคคล ล้มละลาย เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2538 และพิพากษาให้จำเลยเป็นบุคคล ล้มละลาย เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2539 ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้มีคำสั่งให้ผู้คัดค้านทั้งสองร่วมกันชดใช้ราคาเป็นเงิน 3,318,562.50 บาท ผู้คัดค้านทั้งสองยื่นคำคัดค้านทำนองเดียวกัน ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้งดไต่สวนพยานทั้งสองฝ่ายและมีคำสั่งให้เพิกถอนการโอนที่ดิน น.ส.3 ก. เลขที่ 610, 612, 617 เลขที่ดิน 96, 98, 107 ตำบลบ่อวิน อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี โดยให้กลับคืนสู่ฐานะเดิม หากผู้คัดค้านทั้งสองไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำสั่งแทนการแสดงเจตนา หากไม่สามารถกลับคืนสู่ฐานะเดิมได้ไม่ว่าด้วยเหตุใด ๆ ให้ผู้คัดค้านทั้งสองชดใช้ราคาเป็นเงิน 3,318,562.50 บาท ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ ผู้คัดค้านทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์แผนกคดี ล้มละลาย พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ ผู้คัดค้านทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดี ล้มละลาย วินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงได้ความว่าในวันนัดไต่สวนคำร้องนัดแรกวันที่ 29 เมษายน 2545 ศาลชั้นต้นจดรายงานกระบวนพิจารณาว่าได้ตรวจคำร้องขอให้เพิกถอนการโอนที่ดิน ข้อคัดค้านของผู้คัดค้านทั้งสองแล้ว เห็นว่าพอวินิจฉัยได้ให้งดไต่สวนพยานทั้งสองฝ่าย นัดฟังคำสั่งชี้ขาดตัดสินคดีในวันที่ 24 พฤษภาคม 2545 เช่นนี้เป็นกรณีที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยข้อเท็จจริงที่ปรากฏตามคำร้องขอให้เพิกถอนการโอนที่ดินของผู้ร้องและคำคัดค้านของผู้คัดค้านทั้งสอง มิได้มีการวินิจฉัยชี้ขาดในประเด็นปัญหาข้อกฎหมายแต่อย่างใด กรณีจึงไม่ต้องด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 24 และคำสั่งของศาลชั้นต้นดังกล่าวเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา เมื่อผู้คัดค้านทั้งสองมิได้โต้แย้งคำสั่งของศาลชั้นต้นจึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 226 (2) ประกอบพระราชบัญญัติ ล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 153 (เดิม) ที่ศาลอุทธรณ์ไม่รับวินิจฉัยอุทธรณ์ของผู้คัดค้านทั้งสองในปัญหาข้อนี้ ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้คัดค้านทั้งสองว่า คำสั่งให้เพิกถอนการโอนที่ดินพิพาทของศาลชั้นต้นและคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า การกระทำในระหว่างระยะเวลา 3 ปี ก่อนมีการขอให้ ล้มละลาย ตามบทบัญญัติมาตรา 114 แห่งพระราชบัญญัติ ล้มละลาย พ.ศ.2483 คือ ก่อนมีการฟ้องขอให้ ล้มละลาย เมื่อการโอนที่ดินพิพาทในคดีนี้กระทำเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2535 แต่โจทก์ฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2538 จึงเป็นการโอนภายในระยะเวลา 3 ปี ก่อนมีการขอให้ ล้มละลาย ซึ่งผู้ร้องมีอำนาจยื่นคำร้องขอให้ศาลสั่งเพิกถอนได้ พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6013/2549 นายกังวาน อัศวอารักษ์วงศ์ โจทก์ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ผู้ร้อง นางภาณี การุณกรสกุล กับพวก ผู้คัดค้าน นางสาววัชรี หรือยู้ สกุลธีรพงศ์ จำเลย ป.วิ.พ. ม. 24 , ม. 226 พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 ม. 114 (เดิม) , ม. 153 (เดิม)