ฎีกาที่ 6353/2549
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 (ยกเลิก) มาตรา 10
พ.ศ. 2534 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 10 กรรมการหรืออนุกรรมการตามพระราชบัญญัตินี้หรือตามกฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติด เจ้าพนักงาน สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งรัฐ สมาชิกสภาจังหวัด สมาชิกสภาเทศบาลหรือสภาท้องถิ่นอื่น ข้าราชกา...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15
พ.ศ. 2522 · approved_timeline_selection
มาตรา 15 ห้ามมิให้ผู้ใดผลิต จำหน่าย นำเข้า ส่งออก หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 เว้นแต่การมีไว้ในครอบครองในกรณีจำเป็นเพื่อประโยชน์ของทางราชการตามที่รัฐมนตรีจะอนุญ...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 66
พ.ศ. 2522 · approved_timeline_selection
มาตรา 66 ผู้ใดจำหน่าย หรือมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 มีปริมาณคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ไม่เกินหนึ่งร้อยกรัม ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงจำคุกตลอดชีวิต แ...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 (ยกเลิก) มาตรา 102
พ.ศ. 2522 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 102 บรรดายาเสพติดให้โทษในประเภท 1 ประเภท 2 ประเภท 4 หรือประเภท 5 เครื่องมือ เครื่องใช้ ยานพาหนะหรือวัตถุอื่นซึ่งบุคคลได้ใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษอันเป็นความ...
ย่อสั้น
เลขหมายประจำปืนไม่ใช่ทะเบียนอาวุธปืนซึ่งเป็นเอกสารที่เจ้าพนักงานจัดทำและมิได้เป็นเอกสารที่เป็นหลักฐานแห่งการก่อ เปลี่ยนแปลง โอน สงวนหรือระงับซึ่งสิทธิ จึงไม่ใช่เอกสารราชการและเอกสารสิทธิ การกระทำของจำเลยที่ 1 จึงไม่เป็นความผิดฐาน ปลอมเอกสาร สิทธิหรือเอกสารราชการตาม ป.อ. มาตรา 265 จำเลยที่ 1 คงมีความผิดฐาน ปลอมเอกสาร ตาม ป.อ. มาตรา 264 วรรคแรก และใช้เอกสารปลอมตาม ป.อ. มาตรา 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 264 วรรคแรก
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91, 264, 265, 268, 371 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15, 66, 102 พระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 10 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 8 ทวิ, 72, 72 ทวิ ริบเมทแอมเฟตามีน อาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืนของกลาง จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพฐาน ปลอมเอกสาร สิทธิและใช้เอกสารสิทธิปลอม มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน และพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย แต่ปฏิเสธความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ จำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพ จำเลยที่ 3 ให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง, 66 วรรคสอง, 102 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 การกระทำของจำเลยทั้งสามเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานมียาเสพติดให้โทษในประเภท 1 ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำคุกจำเลยทั้งสามตลอดชีวิต จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพในชั้นจับกุม ชั้นสอบสวน เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบมาตรา 53 คงจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 33 ปี 4 เดือน จำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพชั้นจับกุม ชั้นสอบสวน และชั้นพิจารณาของศาลเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบมาตรา 53 คงจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 25 ปี จำเลยที่ 3 ให้การรับสารภาพชั้นจับกุมเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบมาตรา 53 คงจำคุกจำเลยที่ 3 มีกำหนด 33 ปี 4 เดือน ฐานจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 โดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุกจำเลยทั้งสามตลอดชีวิต จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมชั้นสอบสวน เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบมาตรา 53 จำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 33 ปี 4 เดือน จำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพในชั้นจับกุม ชั้นสอบสวน และชั้นพิจารณาของศาล เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบมาตรา 53 คงจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 25 ปี จำเลยที่ 3 ให้การรับสารภาพในชั้นจับกุม เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบมาตรา 53 คงจำคุกจำเลยที่ 3 มีกำหนด 33 ปี 4 เดือน นอกจากนี้ จำเลยที่ 1 ยังมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 72 วรรคหนึ่ง, 8 ทวิ วรรคหนึ่ง, 72 ทวิ วรรคสอง ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371 เรียงกระทงลงโทษฐานมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 2 ปี และปรับ 1,000 บาท จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพในชั้นจับกุม ชั้นสอบสวน และชั้นพิจารณาของศาล เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา เป็นเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 1 ปี และปรับ 500 บาท ฐานมีเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต วางโทษปรับ 1,000 บาท จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพชั้นจับกุม ชั้นสอบสวน ชั้นพิจารณา เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงปรับ 500 บาท ฐานพาอาวุธปืนติดตัวไปโดยฝ่าฝืนกฎหมายให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ ซึ่งเป็นบทหนักจำคุก 1 ปี จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพชั้นจับกุม ชั้นสอบสวน และชั้นพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 6 เดือน ฐานใช้เอกสารสิทธิปลอมตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 ประกอบมาตรา 265 จำคุก 1 ปี จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพในชั้นพิจารณา เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 6 เดือน รวมจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 67 ปี 20 เดือน และปรับ 1,000 บาท แต่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 (3) เมื่อวางโทษจำคุกทุกกระทงแล้วโทษจำคุกทั้งสิ้นต้องไม่เกิน 50 ปี คงลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 50 ปี และปรับ 1,000 บาท สำหรับจำเลยที่ 2 เป็นสมาชิกสภาท้องถิ่นต้องระวางโทษเป็นสามเท่าของโทษที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้นตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 10 เมื่อรวมโทษจำคุกทุกกระทงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 (3) แล้วคงจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 50 ปี จำคุกจำเลยที่ 3 มีกำหนด 66 ปี 8 เดือน แต่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 (3) เมื่อรวมโทษทุกกระทงแล้ว โทษจำคุกทั้งสิ้นต้องไม่เกิน 50 ปี คงจำคุกจำเลยที่ 3 มีกำหนด 50 ปี ริบเมทแอมเฟตามีนและอาวุธปืนกับเครื่องกระสุนปืนของกลาง จำเลยทั้งสามอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง (ที่ถูกวรรคสองด้วย), 66 วรรคสอง ฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนจำนวนดังกล่าว เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท แต่ละบทมีโทษเท่ากัน จึงให้ลงโทษฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน ให้จำคุกคนละตลอดชีวิต เมื่อลงโทษตลอดชีวิตแล้วไม่สามารถเพิ่มโทษจำเลยที่ 2 ตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 10 ได้ ลดโทษให้จำเลยทั้งสามแล้ว คงจำคุกจำเลยที่ 1 และที่ 3 คนละ 33 ปี 4 เดือน จำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 25 ปี เมื่อบวกโทษจำเลยที่ 1 ในความผิดฐานอื่นแล้ว รวมจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 35 ปี 4 เดือน และปรับ 500 บาท ไม่ชำระค่าปรับให้กักขังแทน (ที่ถูกต้องระบุด้วยว่าไม่ลงโทษฐานมีเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาตอีกกระทงหนึ่งด้วย) นอกจากที่ให้แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 3 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังยุติว่า ในวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามโจทก์ฟ้อง จำเลยที่ 1 และที่ 2 ร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่าย เจ้าพนักงานตำรวจจับกุมจำเลยทั้งสามพร้อมเมทแอมเฟตามีนจำนวน 6,000 เม็ด คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้ 144.963 กรัม ของกลาง มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 3 ว่า จำเลยที่ 3 ร่วมกับจำเลยที่ 1 และที่ 2 มีเมทแอมเฟตามีนของกลางไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายหรือไม่ โจทก์มีพันตำรวจโทสุรกิตต์ คล้ายอุดม จ่าสิบตำรวจอำนวย สุวรรณนุรักษ์ เบิกความเป็นพยานว่า จ่าสิบตำรวจอำนวยได้รับมอบหมายให้ติดต่อซื้อเมทแอมเฟตามีนจากจำเลยที่ 1 ในที่สุดจำเลยที่ 1 ตกลงจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนแก่จ่าสิบตำรวจอำนวย กำหนดส่งมอบวันที่ 30 มกราคม 2544 เวลาประมาณ 12 นาฬิกา ที่วัดศรีสุวรรณ ตำบลสมอทอง อำเภอท่าชนะ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ครั้งถึงเวลานัด จำเลยที่ 1 ขับรถจักรยานยนต์พาจ่าสิบตำรวจอำนวยไปรับเมทแอมเฟตามีน เมื่อไปถึงพบจำเลยที่ 2 ยืนอยู่กับจำเลยที่ 3 ข้าง ๆ มีรถจักรยานยนต์จอดอยู่ 1 คัน จำเลยที่ 2 นำเมทแอมเฟตามีนของกลางมามอบแก่จ่าสิบตำรวจอำนวย ส่วนจำเลยที่ 3 ยังคงยืนอยู่ที่เดิม เห็นว่า การมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายมีโทษสถานหนัก ผู้กระทำต้องกระทำโดยปกปิดไม่ให้ผู้ไม่มีส่วนร่วมได้รับรู้ วันเกิดเหตุเป็นวันกำหนดนัดส่งมอบเมทแอมเฟตามีน จำเลยที่ 1 พาจ่าสิบตำรวจอำนวยไปรับมอบเมทแอมเฟตามีน เมื่อไปถึงพบจำเลยที่ 2 รออยู่แล้ว แสดงว่าจำเลยที่ 1 กับที่ 2 ได้นัดหมายกันไว้ก่อน จำเลยที่ 2 เป็นผู้นำเมทแอมเฟตามีนของกลางมาเพื่อจำหน่าย มีรถจักรยานยนต์ 1 คัน จอดอยู่ใกล้ ๆ จำเลยที่ 2 และที่ 3 แสดงว่าจำเลยที่ 2 และที่ 3 มาด้วยกัน พันตำรวจโทสุรกิตต์ และจ่าสิบตำรวจอำนวยปฏิบัติการตามหน้าที่ ไม่รู้จักจำเลยทั้งสามมาก่อน ไม่มีเหตุเบิกความปรักปรำจำเลยที่ 3 พยานหลักฐานของโจทก์ดังกล่าวฟังได้โดยปราศจากข้อสงสัยว่าจำเลยที่ 3 ร่วมกับจำเลยที่ 1 และที่ 2 มีเมทแอมเฟตามีนของกลางไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่าย ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยที่ 3 ฟังไม่ขึ้น อนึ่ง สำหรับความผิดเกี่ยวกับเอกสาร โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ปลอมเอกสาร โดยขูดลบเลขหมายประจำปืนออกแล้วตอกเลขหมายทับใหม่เป็น D 808807 ซึ่งเป็นเลขหมายอันเป็นเอกสารสิทธิที่แท้จริงของอาวุธปืนของนางลัดดา บัวบางงอน และจำเลยที่ 1 ได้ใช้ทะเบียนอาวุธปืนที่ปลอมขึ้นดังกล่าว ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264, 265, 268 จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยที่ 1 ฐานใช้เอกสารสิทธิปลอมตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 ประกอบมาตรา 265 ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ทะเบียนอาวุธปืนเป็นเอกสารราชการมิใช่เอกสารสิทธิ และลงโทษจำเลยที่ 1 ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น เห็นว่า เลขหมายประจำปืนไม่ใช่ทะเบียนอาวุธปืนซึ่งเป็นเอกสารที่เจ้าพนักงานจัดทำและมิได้เป็นเอกสารที่เป็นหลักฐานแห่งการก่อ เปลี่ยนแปลง โอน สงวน หรือระงับซึ่งสิทธิ จึงมิใช่เอกสารราชการและเอกสารสิทธิ การกระทำของจำเลยที่ 1 จึงไม่เป็นความผิดฐาน ปลอมเอกสาร สิทธิหรือเอกสารราชการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265 จำเลยที่ 1 คงมีความผิดฐาน ปลอมเอกสาร ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264 วรรคแรก และใช้เอกสารปลอมตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 264 วรรคแรก ศาลล่างทั้งสองปรับบทกฎหมายไม่ถูกต้องจึงเป็นการไม่ชอบ ปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้จำเลยที่ 1 ไม่ฎีกา ศาลฎีกาก็มีอำนาจแก้ไขปรับบทลงโทษให้ถูกต้องได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบด้วยมาตรา 225" พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264 วรรคแรก กระทงหนึ่ง มาตรา 268 วรรคแรก ประกอบ 264 วรรคแรก กระทงหนึ่ง ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 264 วรรคแรก เพียงกระทงเดียวตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรคสอง ส่วนโทษและนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6353/2549 พนักงานอัยการสำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ นายเลิศ ด่านอนุรักษ์ กับพวก จำเลย ป.อ. ม. 264 วรรคแรก , ม. 265 , ม. 268 วรรคแรก