ฎีกาที่ 8055/2548
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
ผู้ให้ เช่าซื้อ ยอมรับค่า เช่าซื้อ ที่โจทก์ชำระไม่ตรงตามกำหนดตลอดมาแสดงว่าผู้ให้ เช่าซื้อ ไม่ถือเอากำหนดระยะเวลาการชำระค่า เช่าซื้อ เป็นสาระสำคัญ เมื่อจำเลยรับโอนสิทธิตามสัญญา เช่าซื้อ จากผู้ให้ เช่าซื้อ โดยไม่โต้แย้ง จึงต้องผูกพันตามความประสงค์ของคู่สัญญาที่ไม่ถือเอากำหนดระยะเวลาการชำระค่า เช่าซื้อ เป็นสาระสำคัญเช่นกัน เมื่อจะบอกเลิกสัญญาจำเลยต้องบอกกล่าวให้โจทก์ชำระค่า เช่าซื้อ ภายในเวลาที่สมควรก่อน เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าโจทก์ค้างชำระค่า เช่าซื้อ เพียง 3 งวด การที่โจทก์ขอชำระค่า เช่าซื้อ แต่จำเลยไม่ยอมรับอ้างว่าค้างชำระถึง 9 งวด จึงเป็นการไม่รับชำระหนี้โดยไม่มีเหตุตามกฎหมายที่จะอ้างได้ ถือว่าจำเลยเป็นฝ่ายผิดสัญญา การที่โจทก์ไม่ชำระค่า เช่าซื้อ ภายในกำหนดเวลาตามหนังสือบอกเลิกสัญญายังถือไม่ได้ว่าโจทก์ผิดนัด
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์รถยนต์ตามฟ้องและส่งมอบสมุดคู่มือจดทะเบียนรถยนต์พร้อมเอกสารการโอนสิทธิรถยนต์ทั้งหมดให้โจทก์ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ศาลพิพากษา หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย และหากมีค่าปรับในการต่อทะเบียนรถยนต์เพื่อเสียภาษีประจำปีให้จำเลยเป็นผู้เสียค่าปรับทั้งหมด ห้ามจำเลยและบริวารเกี่ยวข้องรบกวนการครอบครองรถยนต์ของโจทก์ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง และฟ้องแย้งขอให้บังคับโจทก์ส่งมอบรถยนต์ที่ เช่าซื้อ คืนจำเลย หากไม่สามารถคืนได้ให้ใช้ราคาแทนเป็นเงิน 280,353.22 บาท ให้โจทก์ชดใช้ค่าขาดประโยชน์ซึ่งจำเลยอาจนำรถยนต์ให้บุคคลภายนอกเช่าจะได้ค่าเช่าไม่น้อยกว่าเดือนละ 5,000 บาท เป็นเวลา 39 เดือน เป็นเงิน 195,000 บาท และอัตราเดือนละ 5,000 บาท เป็นต้นไปจนกว่าจะส่งมอบรถยนต์คืนหรือใช้ราคาจนเสร็จ กับให้ชำระค่าปรับอัตราร้อยละ 21 ต่อปี นับแต่วันผิดนัดเป็นต้นมาเป็นเงิน 204,330 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 679,683.22 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องแย้งเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นจำเลยยื่นคำร้องขอให้เรียกนางศรีพรรณ ผู้ค้ำประกันโจทก์ตามสัญญา เช่าซื้อ เข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาต โจทก์และโจทก์ร่วมให้การแก้ฟ้องแย้ง ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์และโจทก์ร่วม ร่วมกันส่งมอบรถยนต์ที่ เช่าซื้อ คืนจำเลยในสภาพเรียบร้อยใช้การได้ดี หากคืนไม่ได้ให้ใช้ราคา 100,000 บาท กับให้ชำระค่าเสียหายเป็นค่าขาดประโยชน์เป็นเงิน 107,500 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องแย้ง (ฟ้องแย้งวันที่ 6 กรกฎาคม 2543) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ และค่าเสียหายอีกเดือนละ 2,000 บาท นับแต่วันฟ้องแย้งเป็นต้นไปจนกว่าจะส่งมอบรถยนต์ที่ เช่าซื้อ คืนจำเลยหรือใช้ราคาแทนจนเสร็จแต่ไม่เกิน 4 เดือน กับให้โจทก์และโจทก์ร่วมร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนจำเลย โดยกำหนดค่าทนายความ 3,000 บาท เฉพาะค่าขึ้นศาลให้ใช้ตามทุนทรัพย์ที่จำเลยชนะคดี ให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์และโจทก์ร่วมอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์รถยนต์ยี่ห้อวอลโว่ตามฟ้อง และส่งมอบคู่มือจดทะเบียนรถยนต์พร้อมเอกสารการโอนสิทธิรถยนต์ดังกล่าวแก่โจทก์ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ศาลพิพากษา หากจำเลยไม่ดำเนินการจดทะเบียนให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนาของจำเลย หากมีค่าปรับในการต่อทะเบียนรถยนต์เพื่อเสียภาษีประจำปีอันเกิดจากการไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษาข้างต้น ให้จำเลยเป็นผู้ชำระค่าปรับทั้งหมดแทนโจทก์ ห้ามจำเลยและบริวารเกี่ยวข้องรบกวนการครอบครองรถยนต์ตามฟ้อง และให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 6,000 บาท ยกฟ้องแย้งของจำเลย จำเลยฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจวินิจฉัยว่า ตามฎีกาของจำเลยประการแรกมีว่า สัญญา เช่าซื้อ เลิกกันตามหนังสือบอกเลิกสัญญาหรือไม่ ในข้อนี้ข้อเท็จจริงรับกันได้ความว่าโจทก์ชำระค่า เช่าซื้อ ไม่ตรงกำหนดเวลาซึ่งบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์แปซิฟิคไฟแนนซ์ จำกัด ผู้ให้ เช่าซื้อ ได้ยอมรับเงินค่า เช่าซื้อ จากโจทก์ตลอดมาด้วยการออกใบเสร็จรับเงินให้โดยไม่โต้แย้ง แสดงว่าคู่สัญญามิได้ถือเอากำหนดระยะเวลาตามสัญญาเป็นสาระสำคัญ แม้โจทก์ผู้ เช่าซื้อ จะผิดนัด 2 งวดติดต่อกันหรือผิดนัด 3 งวดไม่ติดต่อกัน แต่ต่อมาเมื่อโจทก์ชำระค่า เช่าซื้อ บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์แปซิฟิคไฟแนนซ์ จำกัด ผู้ให้ เช่าซื้อ ก็ยอมรับเงินค่า เช่าซื้อ โดยไม่ถือว่าสัญญา เช่าซื้อ เลิกกัน ดังปรากฏตามที่โจทก์ชำระค่า เช่าซื้อ งวดที่ 28 กับงวดที่ 29 งวดที่ 30 และงวดที่ 31 เป็นระยะเวลาห่างกันเกินกว่า 2 เดือน บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์แปซิฟิคไฟแนนซ์ จำกัด ก็ยอมรับค่า เช่าซื้อ และโจทก์ได้ชำระค่า เช่าซื้อ ครั้งสุดท้ายประจำงวดที่ 39 เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2541 ก่อนจำเลยรับโอนสิทธิตามสัญญา เช่าซื้อ บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์แปซิฟิคไฟแนนซ์ จำกัด ได้รับค่า เช่าซื้อ โดยไม่โต้แย้ง ส่วนการออกใบเสร็จรับเงินย้อนหลังลงวันที่ 10 กันยายน 2541 หลังจากจำเลยรับโอนสิทธิตามสัญญา เช่าซื้อ แล้วก็ไม่ทำให้การชำระค่า เช่าซื้อ ของโจทก์ไม่ชอบ กลับแสดงให้เห็นว่าขณะชำระค่า เช่าซื้อ ครั้งสุดท้ายในงวดที่ 39 นั้น โจทก์และบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์แปซิฟิคไฟแนนซ์ จำกัด ยังมีความประสงค์ที่จะผูกพันกันตามสัญญา เช่าซื้อ อยู่ต่อไป แม้จะล่วงเลยกำหนดเวลาชำระค่า เช่าซื้อ งวดสุดท้ายตามสัญญา สัญญา เช่าซื้อ ยังไม่เลิกกัน เมื่อจำเลยรับโอนสิทธิตามสัญญา เช่าซื้อ จากผู้ให้ เช่าซื้อ โดยไม่ได้โต้แย้งจึงต้องผูกพันตามความประสงค์ของคู่สัญญาที่ไม่ถือเอากำหนดเวลาการชำระค่า เช่าซื้อ ตามสัญญาเป็นสาระสำคัญเช่นกัน เมื่อจะบอกเลิกสัญญาจำเลยต้องบอกกล่าวให้โจทก์ชำระค่า เช่าซื้อ ภายในเวลาที่สมควรก่อน เมื่อข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่า โจทก์ค้างชำระค่า เช่าซื้อ 3 งวด การที่โจทก์ขอชำระค่า เช่าซื้อ แต่จำเลยไม่ยอมรับชำระอ้างว่าค้างชำระถึง 9 งวด ดังนี้การที่โจทก์ไม่ได้ชำระค่า เช่าซื้อ ภายในเวลาตามหนังสือบอกเลิกสัญญายังถือไม่ได้ว่าโจทก์ผิดนัดไม่ชำระค่า เช่าซื้อ จำเลยไม่มีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้ สัญญา เช่าซื้อ ยังไม่เลิกกัน เมื่อจำเลยไม่รับชำระหนี้โดยไม่มีเหตุตามกฎหมายที่จะอ้างได้ ถือว่าจำเลยเป็นฝ่ายผิดสัญญา โจทก์ชอบที่จะนำค่า เช่าซื้อ ที่ค้างชำระจำนวน 3 งวด ไปวางที่สำนักงานวางทรัพย์และฟ้องบังคับขอให้จำเลยโอนทะเบียนรถยนต์ที่ เช่าซื้อ ให้โจทก์ได้ ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยมาศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาข้อนี้ของจำเลยฟังไม่ขึ้น ส่วนที่จำเลยอ้างว่าการเสียภาษีรถยนต์ไม่จำต้องแนบคู่มือจดทะเบียนรถยนต์มาด้วยนั้น จำเลยมิได้โต้แย้งคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ที่กำหนดให้จำเลยเสียภาษีรถยนต์แทนโจทก์ จึงเป็นฎีกาไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย อนึ่ง ได้ความตามฎีกาจำเลยเอกสารแนบท้ายฎีกาและคำแก้ฎีกาของโจทก์ว่าในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์โจทก์ได้ขอถอนเงินค่า เช่าซื้อ ที่ค้างชำระทั้งหมดจากสำนักงานวางทรัพย์แล้ว ถือว่าไม่มีการวางทรัพย์มาแต่ต้น แต่สัญญา เช่าซื้อ เป็นสัญญาต่างตอบแทน การที่โจทก์ฟ้องบังคับให้จำเลยจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์รถยนต์ที่ เช่าซื้อ และส่งมอบสมุดคู่มือจดทะเบียนพร้อมเอกสารการโอนรถยนต์ให้โจทก์นั้น โจทก์จะต้องชำระค่า เช่าซื้อ ที่ค้างชำระทั้งหมดแก่จำเลยเป็นการตอบแทนด้วย พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์รถยนต์ยี่ห้อวอลโล่ รุ่น 940 จีแอลอีเอ หมายเลขเครื่อง 1236007 001647 แชสซีเลขที่ วายวี 1944855 พี 4 129260 ให้โจทก์และส่งมอบคู่มือจดทะเบียนรถยนต์พร้อมเอกสารการโอนสิทธิรถยนต์ดังกล่าวให้แก่โจทก์ โดยให้โจทก์ชำระค่า เช่าซื้อ ที่ค้างชำระ 3 งวด พร้อมภาษีมูลค่าเพิ่มจำนวนเงิน 107,043.87 บาทแก่จำเลย ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ฟังคำพิพากษา นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาเห็นควรเป็นพับ. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8055/2548 บริษัทเชียงใหม่ทวีผล คอนสตรัคชั่น จำกัด โจทก์ นางศรีพรรณ ศรีบุญปวน โจทก์ร่วม บริษัทวี. คอนกลอมเมอเรท จำกัด จำเลย ป.พ.พ. ม. 207 , ม. 221 , ม. 387 , ม. 572