ฎีกาที่ 7024/2548
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
จำเลยที่ 1 ทำสัญญา เช่าซื้อ รถยนต์ไปจากโจทก์โดยจำเลยที่ 2 เป็นผู้ค้ำประกัน จำเลยที่ 1 ผ่อนชำระค่า เช่าซื้อ ให้แก่โจทก์ 5 งวด แต่ก่อนครบกำหนดชำระประจำงวดที่ 6 จำเลยที่ 1 ติดต่อกับ พ. พนักงานของโจทก์ ณ ที่ทำการของโจทก์ว่าจะเปลี่ยนสัญญา เช่าซื้อ ใหม่โดยให้ ย. เป็นผู้ เช่าซื้อ และให้ ก. เป็นผู้ค้ำประกันแทนจำเลยทั้งสอง พ. จึงให้จำเลยที่ 1 และ ย. ลงลายมือชื่อในแบบพิมพ์หนังสือโอนสิทธิตามสัญญา เช่าซื้อ ของโจทก์ ให้ ย. ลงลายมือชื่อเป็นผู้ เช่าซื้อ ในสัญญา เช่าซื้อ ฉบับใหม่โดยไม่มีการกรอกข้อความและลงลายมือชื่อรับมอบรถยนต์ในหนังสือหลักฐานการรับมอบรถยนต์ที่ทำขึ้นโดยบริษัทโจทก์ โดย พ. พนักงานของโจทก์ลงลายมือชื่อในฐานะเป็นฝ่ายโอนสิทธิและผู้ส่งมอบ ซึ่งมีการตรวจสอบความถูกต้องในการจัดทำเอกสารจากพนักงานฝ่ายอื่นของโจทก์ ทั้งในวันดังกล่าวจำเลยที่ 1 ได้ชำระค่าธรรมเนียมในการโอนสิทธิให้แก่โจทก์รับไปถูกต้องตามประเพณีปฏิบัติในการโอนสิทธิตามสัญญา เช่าซื้อ ของโจทก์แล้ว อันถือได้ว่าจำเลยที่ 1 ปฏิบัติถูกต้องตามสัญญา เช่าซื้อ พฤติการณ์เช่นนี้ถือได้ว่า จำเลยที่ 1 ได้ส่งมอบรถยนต์คันที่ เช่าซื้อ คืนแก่โจทก์แล้วในวันดังกล่าว มิฉะนั้นโจทก์คงจะไม่ยินยอมให้มีการตกลงโอนสิทธิตามสัญญา เช่าซื้อ และทำหลักฐานรับมอบรถยนต์ให้แก่ ย. ไป การที่จำเลยที่ 1 ผู้ เช่าซื้อ ได้ส่งมอบรถยนต์คันที่ เช่าซื้อ คืนแก่โจทก์ผู้ให้ เช่าซื้อ ถือได้ว่าจำเลยที่ 1 ได้บอกเลิกสัญญา เช่าซื้อ แก่โจทก์ โดยไม่ต้องคำนึงว่าหนังสือโอนสิทธิและสัญญา เช่าซื้อ ระหว่างโจทก์กับ ย. จะได้ทำถูกต้องตามแบบที่กฎหมายกำหนดหรือไม่ สัญญา เช่าซื้อ ระหว่างจำเลยที่ 1 กับโจทก์เป็นอันเลิกกันตาม ป.พ.พ. มาตรา 573 นับแต่วันที่จำเลยที่ 1 ส่งมอบรถยนต์คืนแก่โจทก์ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องให้จำเลยทั้งสองรับผิดตามสัญญา เช่าซื้อ และสัญญาค้ำประกันที่ทำไว้กับโจทก์ได้
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันส่งมอบรถยนต์คันที่ เช่าซื้อ คืนโจทก์ หากคืนไม่ได้ให้ใช้ราคาแทนเป็นเงิน 445,115 บาท และให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระค่าเสียหายเป็นค่าขาดประโยชน์ให้โจทก์เป็นเงิน 133,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จ กับค่าเสียหายต่อไปอีกเดือนละ 7,000 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองจะส่งมอบรถยนต์คืนหรือใช้ราคา จำเลยทั้งสองให้การว่า โจทก์กับจำเลยทั้งสองตกลงยกเลิกสัญญา เช่าซื้อ โดยเปลี่ยนตัวผู้ เช่าซื้อ จากจำเลยที่ 1 เป็นนางยุพา และผู้ค้ำประกันจากจำเลยที่ 2 เป็นนายกะแมน และจำเลยที่ 1 ได้ส่งมอบรถยนต์คันที่ เช่าซื้อ ให้แก่นางยุพาไปแล้ว จำเลยทั้งสองจึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนจำเลยทั้งสองโดยกำหนดค่าทนายความให้ 5,000 บาท โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่าจำเลยทั้งสองต้องรับผิดต่อโจทก์ตามสัญญา เช่าซื้อ และสัญญาค้ำประกันหรือไม่ เห็นว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าหลังจากจำเลยที่ 1 ทำสัญญา เช่าซื้อ กับโจทก์ จำเลยที่ 1 ได้ผ่อนชำระค่า เช่าซื้อ ให้แก่โจทก์เรื่อยมาโดยไม่มีการผิดนัดจนถึงงวดที่ 5 ประจำวันที่ 16 พฤษภาคม 2540 แล้วต่อมาวันที่ 19 พฤษภาคม 2540 ซึ่งเป็นวันที่ยังไม่ครบกำหนดชำระค่า เช่าซื้อ ในงวดถัดไป จำเลยที่ 1 ได้ติดต่อกับนางสาวพรพิมลพนักงานของโจทก์ ณ ที่ทำการของโจทก์ว่าจะเปลี่ยนสัญญา เช่าซื้อ ใหม่โดยให้นางยุพา เป็นผู้ เช่าซื้อ และให้นายกะแมน เป็นผู้ค้ำประกันแทนจำเลยทั้งสอง นางสาวพรพิมลจึงให้จำเลยที่ 1 และนางยุพาซึ่งเป็นผู้ เช่าซื้อ เดิมและผู้ เช่าซื้อ ใหม่ลงลายมือชื่อในแบบพิมพ์หนังสือโอนสิทธิตามสัญญา เช่าซื้อ ของโจทก์ ให้นางยุพาลงลายมือชื่อเป็นผู้ เช่าซื้อ ในสัญญา เช่าซื้อ โดยไม่มีการกรอกข้อความและลงลายมือชื่อรับมอบรถยนต์ในหนังสือหลักฐานการรับมอบรถยนต์ที่ทำขึ้นโดยบริษัทโจทก์ โดยนางสาวพรพิมลพนักงานของโจทก์ข้างต้นลงลายมือชื่อในฐานะเป็นฝ่ายโอนสิทธิและผู้ส่งมอบ ซึ่งปรากฏรายละเอียดตามหลักฐานการรับมอบรถยนต์ว่ามีการตรวจสอบความถูกต้องในการจัดทำเอกสารจากพนักงานฝ่ายอื่นของโจทก์อีกด้วย ทั้งในวันดังกล่าวจำเลยที่ 1 ได้ชำระค่าธรรมเนียมในการโอนสิทธิให้แก่โจทก์รับไปถูกต้องตามประเพณีปฏิบัติในการโอนสิทธิตามสัญญา เช่าซื้อ ของโจทก์แล้ว อันถือได้ว่าจำเลยที่ 1 ปฏิบัติถูกต้องตามสัญญา เช่าซื้อ พฤติการณ์เช่นนี้ถือได้ว่าจำเลยที่ 1 ได้ส่งมอบรถยนต์คันที่ เช่าซื้อ คืนแก่โจทก์แล้วในวันดังกล่าว มิฉะนั้นโจทก์คงจะไม่ยินยอมให้มีการตกลงโอนสิทธิตามสัญญา เช่าซื้อ กันดังกล่าว และทำหลักฐานรับมอบรถยนต์ให้แก่นางยุพาไป ฉะนั้นการที่จำเลยที่ 1 ผู้ เช่าซื้อ ได้ส่งมอบรถยนต์คันที่ เช่าซื้อ คืนแก่โจทก์ผู้ให้ เช่าซื้อ ถือได้ว่าจำเลยที่ 1 ได้บอกเลิกสัญญา เช่าซื้อ แก่โจทก์แล้ว โดยไม่ต้องคำนึงว่าหนังสือโอนสิทธิตามสัญญา เช่าซื้อ และสัญญา เช่าซื้อ ระหว่างนางยุพากับโจทก์จะได้ทำถูกต้องตามแบบที่กฎหมายกำหนดหรือไม่ สัญญา เช่าซื้อ ระหว่างจำเลยที่ 1 กับโจทก์ก็เป็นอันเลิกกันตาม ป.พ.พ. มาตรา 573 นับแต่วันที่จำเลยที่ 1 ส่งมอบรถยนต์คันที่ เช่าซื้อ คืนแก่โจทก์ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องให้จำเลยทั้งสองรับผิดตามสัญญา เช่าซื้อ และสัญญาค้ำประกัน พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7024/2548 บริษัทอีซูซุหาดใหญ่ จำกัด โจทก์ นายสิทธิชัยหรือวรเดช เจษฎาพุฒิชัย กับพวก จำเลย ป.พ.พ. ม. 572 , ม. 573