ฎีกาที่ 2608/2548
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
แม้ขณะที่ ก. กับ จ. เอารถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายไปจะไม่เป็นความผิดฐาน ลักทรัพย์ เนื่องจากได้รับความยินยอมจากผู้เสียหาย แต่ ก. กับ จ. มีหน้าที่ต้องนำรถจักรยานยนต์มาคืนผู้เสียหาย การที่ ก. กับ จ. ไม่นำมาคืน ผู้เสียหาย กลับนำไปขายให้แก่จำเลยทั้งที่ไม่ใช่ของตน ถือได้ว่า ก. กับ จ. มีเจตนาเบียดบังเอารถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายโดยทุจริตอันเป็นความผิดฐานยักยอก เมื่อจำเลยรับซื้อไว้ในราคาเพียง 800 บาท ต่ำกว่าราคาแท้จริง 7,000 บาท มาก โดยไม่ประสงค์ตรวจสอบเสียก่อนว่าคู่มือจดทะเบียนรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวมีชื่อ ก. กับ จ. เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์หรือไม่ ย่อมเป็นการผิดวิสัยของบุคคลโดยทั่วไป เชื่อว่าจำเลยรับซื้อไว้โดยรู้อยู่แล้วว่ารถจักรยานยนต์ที่ ก. กับ จ. นำมาขายได้มาจากการกระทำความผิดอาญาฐานยักยอก ดังนั้น ไม่ว่าการที่ ก. กับ จ. ได้รถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายมาจะเป็นความผิดฐาน ลักทรัพย์ หรือยักยอก การกระทำของจำเลยถือว่าครบองค์ประกอบความผิดฐานรับของโจร ตาม ป.อ. มาตรา 357 วรรคแรก แล้ว แม้ฟ้องโจทก์จะบรรยายเพียงว่า จำเลยรู้อยู่แล้วว่าเป็นทรัพย์ที่ได้มาจากการกระทำความผิดฐาน ลักทรัพย์ โดยมิได้บรรยายถึงความผิดฐานยักยอกด้วย แต่ข้อเท็จจริงได้ความจากทางพิจารณาว่าจำเลยรู้อยู่แล้วว่าเป็นทรัพย์ที่ได้มาจากการกระทำความผิดฐานยักยอกแตกต่างกับข้อเท็จจริงที่โจทก์กล่าวในฟ้อง ก็มิใช่ข้อสาระสำคัญ ทั้งจำเลยมิได้หลงข้อต่อสู้ และไม่ถือว่าข้อที่พิจารณาได้ความนั้นเป็นเรื่องเกินคำขอหรือเรื่องที่โจทก์ไม่ประสงค์ให้ลงโทษ ศาลจึงลงโทษจำเลยในความผิดฐานรับของโจรตามข้อเท็จจริงที่ได้ความจากการพิจารณาตาม ป.วิ.อ. มาตรา 192 วรรคสอง และวรรคสามได้
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม ป.อ. มาตรา 357 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 357 วรรคแรก จำคุก 3 ปี จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวน เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตาม ป.อ. มาตรา 78 คงลงโทษจำคุก 2 ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่าจำเลยมีความผิดฐานรับของโจรหรือไม่ ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยซื้อรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายจากนายจรูญหรือดุ่ยและนายกิตติศักดิ์หรือต้นในราคา 800 บาท แล้วขับไปเกิดอุบัติเหตุล้มที่หมู่บ้านห้วยผาก ตำบลหนองปรือ อำเภอหนองปรือ จังหวัดกาญจนบุรี แม้ขณะที่นายกิตติศักดิ์หรือต้นกับนายจรูญหรือดุ่ยเอารถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายไปจะไม่เป็นความผิดฐาน ลักทรัพย์ เนื่องจากได้รับความยินยอมจากผู้เสียหาย แต่นายกิตติศักดิ์หรือต้นกับนายจรูญหรือดุ่ยมีหน้าที่ต้องนำรถจักรยานยนต์มาคืนผู้เสียหาย การที่นายกิตติศักดิ์หรือต้นกับนายจรูญหรือดุ่ยไม่นำไปคืนผู้เสียหาย กลับนำไปขายทั้งที่ไม่ใช่รถจักรยานยนต์ของตน พฤติการณ์ถือได้ว่านายกิตติศักดิ์หรือต้นกับนายจรูญหรือดุ่ยมีเจตนาเบียดบังเอารถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายโดยทุจริตอันเป็นความผิดฐานยักยอก เมื่อจำเลยรับซื้อรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวไว้ในราคาต่ำเพียง 800 บาท จากราคาจริง 7,000 บาท โดยไม่ประสงค์ตรวจสอบเสียก่อนว่าคู่มือจดทะเบียนรถจักรยานยนต์มีชื่อนายกิตติศักดิ์หรือต้นและนายจรูญหรือดุ่ยเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์หรือไม่ อันเป็นการผิดวิสัยของบุคคลโดยทั่วไป มีเหตุอันควรเชื่อว่าจำเลยรู้อยู่แล้วว่ารถจักรยานยนต์ที่นายกิตติศักดิ์หรือต้นกับนายจรูญหรือดุ่ยนำมาขายได้มาจากการกระทำความผิดอาญาฐานยักยอก ดังนั้น ไม่ว่าการที่นายกิตติศักดิ์หรือต้นกับนายจรูญหรือดุ่ยได้รถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายมาจะเป็นความผิดฐาน ลักทรัพย์ หรือยักยอก การกระทำของจำเลยก็ถือว่าครบองค์ประกอบความผิดฐานรับของโจรตาม ป.อ. มาตรา 357 วรรคแรก แล้ว แม้ฟ้องโจทก์จะบรรยายเพียงว่าจำเลยรู้อยู่แล้วว่าเป็นทรัพย์ที่ได้มาจากการกระทำความผิดฐาน ลักทรัพย์ โดยมิได้บรรยายถึงความผิดฐานยักยอกด้วย และข้อเท็จจริงที่ได้ความจากทางพิจารณาแตกต่างกับข้อเท็จจริงที่โจทก์กล่าวในฟ้อง ก็มิใช่ข้อสาระสำคัญทั้งจำเลยมิได้หลงข้อต่อสู้ และไม่ถือว่าข้อที่พิจารณาได้ความนั้นเป็นเรื่องเกินคำขอหรือเรื่องที่โจทก์ไม่ประสงค์ให้ลงโทษ ศาลจึงลงโทษจำเลยในความผิดฐานรับของโจรตาม ป.อ. มาตรา 357 วรรคแรก ตามข้อเท็จจริงที่ได้ความจากการพิจารณาได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 192 วรรคสองและวรรคสาม พิพากษากลับ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2608/2548 พนักงานอัยการจังหวัดกาญจนบุรี โจทก์ นายกิตติศักดิ์ มาตเอี่ยม จำเลย ป.อ. ม. 334 , ม. 357 ป.วิ.อ. ม. 192