ฎีกาที่ 5782/2548
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
ผู้มีส่วนได้เสียที่จะร้องขอเป็นผู้จัดการ มรดก ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1713 นั้น ไม่จำต้องเป็นผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์ มรดก ของผู้ตายโดยเป็นทายาทโดยตรง หากมีส่วนได้เสียในกอง มรดก ของผู้ตายก็มีสิทธิร้องขอเป็นผู้จัดการ มรดก ได้ ผู้ร้องเป็นบุตรของ ช. ส่วน ช. เป็นบุตรของผู้ตาย ช. จึงเป็นทายาทมีสิทธิได้รับ มรดก ของผู้ตาย เมื่อผู้ตายถึงแก่ความตายทรัพย์ มรดก ของผู้ตายย่อมตกทอดได้แก่ทายาทของผู้ตายรวมทั้ง ช. เมื่อ ช. ก็ถึงแก่ความตาย สิทธิในทรัพย์ มรดก ของผู้ตายในส่วนที่ตกได้แก่ ช. จึงเป็น มรดก ของ ช. ที่ตกได้แก่ผู้ร้องซึ่งเป็นทายาทของ ช. ผู้ร้องจึงมีส่วนร่วมเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในทรัพย์ที่เป็น มรดก ของผู้ตายด้วยถือได้ว่าผู้ร้องมีส่วนได้เสียที่จะร้องขอให้ตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการ มรดก ของผู้ตายได้
ย่อยาว
ผู้ร้องยื่นคำร้องขอ ขอให้ตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการ มรดก ของนายชุม ผู้ตาย ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องขอ ผู้ร้องอุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้นตาม ป.วิ.พ. มาตรา 223 ทวิ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องว่า ผู้ร้องมีสิทธิร้องขอให้ตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการของนายชุม ผู้ตาย หรือไม่ เห็นว่า ผู้มีส่วนได้เสียที่จะร้องขอเป็นผู้จัดการ มรดก ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 1713 นั้น ไม่จำต้องเป็นผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์ มรดก ของผู้ตายโดยเป็นทายาทโดยตรง หากมีส่วนได้เสียในกอง มรดก ของผู้ตายก็มีสิทธิร้องขอเป็นผู้จัดการ มรดก ได้ ข้อเท็จจริงในทางไต่สวนได้ความว่า ผู้ร้องเป็นบุตรของนายชีพ ส่วนนายชีพเป็นบุตรของผู้ตาย นายชีพจึงเป็นทายาทมีสิทธิได้รับ มรดก ของนายชุม เมื่อนายชุมถึงแก่ความตายทรัพย์ มรดก ของนายชุมคือที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์เลขที่ 274 ย่อมตกทอดได้แก่ทายาทของนายชุมรวมทั้งนายชีพ แต่ทรัพย์ มรดก ดังกล่าวยังไม่ได้แบ่งปัน นายชีพก็ถึงแก่ความตายเสียก่อน สิทธิในทรัพย์ มรดก ของนายชุมในส่วนที่ตกได้แก่นายชีพจึงเป็น มรดก ของนายชีพที่ตกได้แก่ผู้ร้องซึ่งเป็นทายาทของนายชีพ ผู้ร้องจึงมีส่วนร่วมเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในทรัพย์ที่เป็น มรดก ของนายชุมด้วยตามส่วน ถือได้ว่าผู้ร้องมีส่วนได้เสียที่จะร้องขอให้ตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการ มรดก ของนายชุมได้ ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องขอของผู้ร้องนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของผู้ร้องฟังขึ้น และเมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าการจัดการ มรดก มีเหตุขัดข้อง ผู้ร้องมิได้เป็นบุคคลต้องห้ามมิให้เป็นผู้จัดการ มรดก จึงเห็นสมควรตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการ มรดก รายนี้ พิพากษากลับ ให้ตั้งสิบตำรวจเอกพิเชษฐ์ ผู้ร้อง เป็นผู้จัดการ มรดก ของนายชุม ผู้ตาย โดยให้มีสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมาย ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5782/2548 สิบตำรวจเอกพิเชษฐ์ นิลรัตน์ ผู้ร้อง ป.พ.พ. ม. 1713