ฎีกาที่ 8306/2548
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
จำเลยซึ่งมีศักดิ์เป็นญาติห่าง ๆ ของโจทก์ทั้งห้า ได้รับการยกให้ ที่ดิน ตามฟ้องจากโจทก์ทั้งห้าโดยเสน่หา ต่อมาโจทก์ทั้งห้าได้ไปต่อว่าจำเลยในเรื่องที่โจทก์ที่ 2 ถูกจำเลยกล่าวหาว่าย้ายหลักหมุด ที่ดิน รุกล้ำเข้าไปใน ที่ดิน ของจำเลย ทำให้จำเลยมีโทสะ ด่าโจทก์ที่ 1 และที่ 2 ว่า "อีพวกดอกทอง ไม่ต้องมายุ่งเรื่องของกู มึงออกไป ออกไปจากบ้านกู" นั้น เป็นถ้อยคำซึ่งโดยวิสัยชาวบ้านที่ใช้ด่ากัน ดังนี้ แม้ถ้อยคำเช่นนั้นจะไม่สุภาพและไม่สมควรที่จะกล่าวต่อโจทก์ที่ 1 และที่ 2 แต่ก็ไม่อาจรับฟังได้ถึงขั้นว่าจำเลยมีเจตนาหมิ่นประมาทโจทก์ทั้งห้าอย่างร้ายแรง อันจะเป็นเหตุประพฤติเนรคุณต่อโจทก์ทั้งห้า โจทก์ทั้งห้าจึงยังไม่มีเหตุเพียงพอที่จะเรียกถอนคืนการให้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 531 (2)
ย่อยาว
โจทก์ทั้งห้าฟ้องขอเรียกถอนคืนการให้ ที่ดิน แก่จำเลย ขอให้บังคับจำเลยส่งมอบ ที่ดิน โฉนดเลขที่ 60772 ตำบลธารปราสาท อำเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา คืนแก่โจทก์ทั้งห้า โดยให้จำเลยจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ใน ที่ดิน ดังกล่าวเป็นชื่อโจทก์ทั้งห้า หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลเป็นการแสดงเจตนาแทนจำเลย จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยส่งมอบ ที่ดิน โฉนดเลขที่ 60772 ตำบลธารปราสาท อำเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา คืนให้แก่โจทก์ทั้งห้า โดยให้จำเลยจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ ที่ดิน ดังกล่าวให้โจทก์ทั้งห้า หากไม่ปฏิบัติให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาของจำเลย กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความให้ 3,000 บาท จำเลยอุทธรณ์ โดยผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีเหตุอันควรอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงได้ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ทั้งห้า ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ โจทก์ทั้งห้าฎีกา โดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะฎีกาในข้อเท็จจริงได้ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังได้เป็นยุติว่า โจทก์ทั้งห้าได้ยก ที่ดิน โฉนดเลขที่ 60772 ตำบลธารปราสาท อำเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเดิมเป็นส่วนหนึ่งของ ที่ดิน หนังสือรับรองการทำประโยชน์ เลขที่ 174 ตำบลธารปราสาท อำเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา ของโจทก์ทั้งห้าให้แก่จำเลยโดยเสน่หา ซึ่งต่อมาจำเลยได้ดำเนินการให้ทางราชการออกโฉนด ที่ดิน ให้แก่ตน คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ทั้งห้าว่า จำเลยได้ประพฤติเนรคุณโดยหมิ่นประมาทโจทก์ทั้งห้าอย่างร้ายแรง โจทก์ทั้งห้าจึงมีสิทธิเรียกถอนคืนการให้ ที่ดิน ดังกล่าวหรือไม่ โดยโจทก์ทั้งห้าบรรยายฟ้องและโจทก์ที่ 1 และที่ 2 อ้างตนเองเป็นพยานเบิกความว่า โจทก์ที่ 1 และที่ 2 ไปต่อว่าจำเลยเรื่องที่จำเลยถูกกล่าวหาว่ากระทำชำเรา บ. ซึ่งเป็นหลานของโจทก์ที่ 1 แต่จำเลยไม่พอใจและด่าโจทก์ที่ 1 และที่ 2 ว่า "อีพวกดอกทอง ไม่ต้องมายุ่งเรื่องของกู มึงออกไป ออกไปจากบ้านของกู" ข้อความดังกล่าวนี้ คำว่า "ดอกทอง" มีความหมายตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตสถาน พ.ศ. 2542 ว่า "หญิงใจง่ายในทางประเวณี (ใช้เป็นคำด่า)" การที่จำเลยซึ่งมีศักดิ์เป็นญาติห่าง ๆ ของโจทก์ทั้งห้าได้รับการยกให้ ที่ดิน ตามฟ้องจากโจทก์ทั้งห้าโดยเสน่หา เนื่องจากจำเลยไม่มีที่อยู่อาศัย และจำเลยยังถูกกล่าวหาและถูกพนักงานอัยการจังหวัดนครราชสีมาฟ้องต่อศาลชั้นต้นเดียวกันเป็นคดีอาญาในข้อหากระทำชำเรา บ. หลานของโจทก์ที่ 1 และจำเลยรับสารภาพในชั้นสอบสวน เป็นคดีหมายเลขดำที่ 1362/2543 กับจำเลยเบิกความตอบคำถามค้านทนายโจทก์ทั้งห้าในคดีนี้ยอมรับว่าได้กระทำชำเรา บ. ย่อมส่อพฤติการณ์ของจำเลยในความประพฤติที่ไม่เหมาะสมและไม่เคารพต่อโจทก์ทั้งห้า แต่จากข้อเท็จจริงที่ปรากฏเห็นได้ว่า เรื่องที่จำเลยกระทำชำเรา บ. เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 8 มกราคม 2543 ก่อนเกิดเหตุตามฟ้องคดีนี้เกือบสองปี แต่โจทก์ทั้งห้ากับจำเลยเพิ่งมามีเรื่องบาดหมางใจกันในการที่โจทก์ที่ 2 ถูกจำเลยกล่าวหาว่าย้ายหลักหมุด ที่ดิน รุกล้ำเข้าไปใน ที่ดิน ส่วนของจำเลย ซึ่งพันตำรวจตรีชมพู เจ้าพนักงานประจำสถานีตำรวจภูธรโนนสูง นายทองอยู่ผู้ใหญ่บ้าน พยานโจทก์ทั้งห้า และนายดำผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน พยานจำเลยก็เบิกความยืนยันข้อเท็จจริงนี้ พฤติการณ์แห่งคดีจึงน่าเชื่อว่าเหตุคดีนี้เกิดขึ้นจากความขัดแย้งเรื่อง ที่ดิน เป็นสาระสำคัญ และทำให้จำเลยมีโทสะด่าว่าโจทก์ที่ 1 และที่ 2 ด้วยถ้อยคำหยาบคายดังกล่าว ซึ่งโดยวิสัยของบุคคลระดับชาวบ้านเช่นนี้ใช้ด่าว่ากัน ดังนี้ แม้ถ้อยคำเช่นนี้จะไม่สุภาพและไม่สมควรที่จำเลยจะกล่าวต่อโจทก์ที่ 1 และที่ 2 แต่ก็ยังไม่อาจรับฟังได้ถึงขั้นว่าจำเลยมีเจตนาหมิ่นประมาทโจทก์ทั้งห้าอย่างร้ายแรง อันจะเป็นเหตุประพฤติเนรคุณต่อโจทก์ทั้งห้า โจทก์ทั้งห้าจึงยังไม่มีเหตุเพียงพอที่จะเรียกถอนคืนการให้ ที่ดิน ตามฟ้องได้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายกฟ้องมานั้น ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของโจทก์ทั้งห้าฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8306/2548 นางละมัย เหล่ากลาง กับพวก โจทก์ นายรวย ดีดพิมาย จำเลย ป.พ.พ. ม. 531 (2)