ฎีกาที่ 6517/2548
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
คำสั่งศาล ล้มละลาย กลางที่ไม่รับคำฟ้องโจทก์เนื่องจากเห็นว่าเป็นฟ้องที่ไม่ชอบด้วย พ.ร.บ. ล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 10 (2) ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตาม พ.ร.บ. จัดตั้งศาล ล้มละลาย และวิธีพิจารณาคดี ล้มละลาย พ.ศ. 2542 มาตรา 24 วรรคสอง เมื่อโจทก์ยื่นคำร้องเพื่อขออนุญาตอุทธรณ์ต่อศาลฎีกามาพร้อมกับอุทธรณ์ ศาล ล้มละลาย กลางจะต้องปฏิบัติตามมาตรา 26 วรรคหนึ่ง โดยต้องส่งอุทธรณ์และคำร้องดังกล่าวไปยังศาลฎีกาเพื่อพิจารณา การที่ศาล ล้มละลาย กลางมีคำสั่งอนุญาตให้โจทก์ยื่นอุทธรณ์และรับอุทธรณ์ของโจทก์ จึงเป็นกรณีที่มิได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว อย่างไรก็ตามศาลฎีกาพิจารณาอุทธรณ์ของโจทก์ที่ต้องห้ามอุทธรณ์ดังกล่าวแล้ว ไม่มีเหตุสมควรเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมจำเป็นต้องแก้ไขข้อผิดพลาดที่จะรับอุทธรณ์ของโจทก์ไว้พิจารณาตามมาตรา 26 วรรคสี่ แต่อย่างใด
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องขอให้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาดและพิพากษาให้ ล้มละลาย ศาล ล้มละลาย กลางพิจารณาแล้ว เห็นว่า โจทก์เป็นเจ้าหนี้มีประกัน แต่มิได้ปฏิบัติตาม พ.ร.บ. ล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 10 (2) โดยมิได้กล่าวในฟ้องว่าถ้าจำเลย ล้มละลาย แล้วจะยอมสละหลักประกันเพื่อประโยชน์แก่เจ้าหนี้ทั้งหลายหรือตีราคาหลักประกันมาในฟ้องซึ่งเมื่อหักกับจำนวนหนี้ของตนแล้ว หนี้ยังขาดอยู่ไม่น้อยกว่า 1,000,000 บาท เป็นฟ้องที่ไม่ชอบที่จะรับไว้พิจารณาและมีคำสั่งไม่รับคำฟ้อง คืนค่าขึ้นศาลและเงินประกันค่าใช้จ่ายทั้งหมดให้โจทก์ โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดี ล้มละลาย วินิจฉัยว่า คดีนี้ศาล ล้มละลาย กลางมีคำสั่งไม่รับคำฟ้องโจทก์เนื่องจากเห็นว่าเป็นฟ้องที่ไม่ชอบด้วย พ.ร.บ. ล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 10 (2) คำสั่งศาล ล้มละลาย กลางดังกล่าวต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตาม พ.ร.บ. จัดตั้งศาล ล้มละลาย และวิธีพิจารณาคดี ล้มละลาย พ.ศ. 2542 มาตรา 24 วรรคสอง เมื่อโจทก์ยื่นคำร้องเพื่อขออนุญาตอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาพร้อมอุทธรณ์ ศาล ล้มละลาย กลางจะต้องปฏิบัติตามมาตรา 26 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว โดยต้องส่งอุทธรณ์และคำร้องดังกล่าวไปยังศาลฎีกาเพื่อพิจารณา ดังนี้ การที่ศาล ล้มละลาย กลางมีคำสั่งอนุญาตให้โจทก์ยื่นอุทธรณ์และรับอุทธรณ์ของโจทก์ จึงเป็นกรณีที่มิได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว อย่างไรก็ตามศาลฎีกาพิจารณาอุทธรณ์ของโจทก์ที่ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ดังกล่าวแล้ว ไม่มีเหตุสมควรเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมจำเป็นต้องแก้ไขข้อผิดพลาดที่จะรับอุทธรณ์ของโจทก์ไว้พิจารณาตามมาตรา 26 วรรคสี่ แต่อย่างใด พิพากษายกอุทธรณ์ของโจทก์ คืนค่าขึ้นศาลในชั้นนี้ทั้งหมดให้แก่โจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมนอกจากที่ส่งคืนให้เป็นพับ. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6517/2548 ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) โจทก์ นายสำราญหรือโชติพงษ์หรือธนประเสริฐ กรุงไกรจักร์ จำเลย พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 ม. 10 (2)