ฎีกาที่ 8889/2547
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
พ.ร.บ.คุ้มครอง แรงงาน ฯ มาตรา 29 บัญญัติให้นายจ้างกำหนดให้ลูกจ้างมีวันหยุดตามประเพณีไม่น้อยกว่าปีละ 13 วัน โดยรวมวัน แรงงาน แห่งชาตินั้น ก็เพื่อให้ลูกจ้างประกอบกิจกรรมสำคัญทางศาสนาหรือตามประเพณีนิยม ซี่งวันหยุดดังกล่าวล้วนแต่ให้หยุดในระหว่างการทำงานทั้งสิ้น เมื่อ ฉ. ลาป่วยตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2545 ตลอดมาจนถึงแก่ความตายเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2545 โดยไม่มีการทำงานให้แก่นายจ้าง จึงไม่มีวันหยุดตามประเพณีดังกล่าว นายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าจ้างในวันหยุดตามประเพณีให้แก่ ฉ. และไม่ได้หักค่าจ้างของ ฉ. ส่งสำนักงานประกันสังคมตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2545 เมื่อ ฉ. ถึงแก่ความตายเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2545 โดยไม่ได้จ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งเดือนภายในระยะเวลาหกเดือนก่อนถึงแก่ความตาย พ.ร.บ.ประกันสังคมฯ มาตรา 73 โจทก์ซึ่งเป็นภรรยาของ ฉ. จึงไม่มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนกรณีตายจากจำเลย
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่า นายฉลวย ด้วงปลี เป็นลูกจ้างของบริษัทวัฒนาโชค กรุ๊ป จำกัด ตั้งแต่ปี 2538 และได้จ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคม มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนกรณีตาย เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2545 นายฉลวยประสบอุบัติเหตุ และได้รับการรักษาพยาบาลมาโดยตลอดจนกระทั่งถึงแก่ความตายเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2545 โจทก์ยื่นคำขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีตายต่อสำนักงานประกันสังคมจังหวัดนครปฐมแต่สำนักงานประกันสังคมจังหวัดนครปฐมแจ้งว่า นายฉลวยผู้ประกันตนส่งเงินสมทบไม่ครบ 1 เดือน ภายในระยะเวลา 6 เดือน ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2537 จึงไม่มีสิทธิได้รับค่าทำศพ โจทก์อุทธรณ์ต่อคณะกรรมการอุทธรณ์ต่อมาคณะกรรมการอุทธรณ์มีคำวินิจฉัย 133/2546 ลงวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2546 ให้ยกอุทธรณ์ของโจทก์ ผู้ตายเป็นลูกจ้างของบริษัทวัฒนาโชค กรุ๊ป จำกัด จนกระทั่งถึงแก่ความตาย การไม่ส่งเงินสมทบไม่ใช่ความผิดของผู้ตาย เพราะผู้ตายเข้าใจว่านายจ้างส่งเงินสมทบแล้ว ขอให้เพิกถอนคำวินิจฉัยของจำเลยที่ 133/2546 ลงวันที่ 31 มีนาคม 2546 (ที่ถูกน่าจะเป็นวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2546) จำเลยให้การ ขอให้ยกฟ้อง ศาล แรงงาน กลางพิพากษาให้เพิกถอนคำสั่งของสำนักงานประกันสังคมจังหวัดนครปฐม ลงวันที่ 11 ตุลาคม 2545 และคำวินิจฉัยของคณะกรรมการอุทธรณ์ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ.2533 ที่ 133/2546 ลงวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2546 จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดี แรงงาน วินิจฉัยว่า "ศาล แรงงาน กลางรับฟังข้อเท็จจริงว่านายฉลวย ด้วงปลี เป็นลูกจ้างของบริษัทวัฒนาโชค กรุ๊ป จำกัด มาตั้งแต่วันที่ 20 มิถุนายน 2538 เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2545 นายฉลวยประสบอุบัติเหตุถูกรถยนต์บรรทุกพ่วงแล่นตัดหน้ารถจักรยานยนต์คันที่นายฉลวยขับจึงเกิดการเฉี่ยวชนกันเป็นเหตุให้นายฉลวยได้รับบาดเจ็บขาข้างขวาหักสองท่อน ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลจันทรุเบกษา อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม ต่อมาเจ้าหน้าที่ของจำเลยรับนายฉลวยไปรับการรักษาพยาบาลที่โรงพยาบาลนครปฐม ซึ่งเป็นโรงพยาบาลตามสิทธิ นายฉลวยถึงแก่ความตายเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2545 โจทก์เป็นภริยาของนายฉลวยได้ยื่นคำขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีตายต่อสำนักงานประกันสังคมจังหวัดนครปฐมปรากฏตามแบบคำขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีตาย เอกสารหมาย จ.1 หนังสือรับรองนายจ้าง เอกสารหมาย จ.2 บันทึกถ้อยคำ เอกสารหมาย จ.3 นางสาวดลชนก แวววีรคุปต์ นักวิชาการประกันสังคม 5 ทำบันทึกเสนอความเห็นต่อประกันสังคมจังหวัดนครปฐมว่า นายฉลวยซึ่งเป็นผู้ประกันตนส่งเงินสมทบไม่ครบ 1 เดือนภายในระยะเวลา 6 เดือนก่อนถึงแก่ความตาย จึงเห็นควรขออนุมัติปฏิเสธคำขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีตามของโจทก์ ปรากฏตามบันทึกเอกสารหมาย จ.4 สำนักงานประกันสังคมจังหวัดนครปฐมจึงมีคำสั่งว่าโจทก์ไม่มีสิทธิได้รับค่าทำศพ ปรากฏตามคำสั่งประโยชน์ทดแทนและใบสั่งจ่าย เอกสารหมาย จ.6 และแจ้งคำสั่งให้โจทก์ทราบ ปรากฏตามสำเนาหนังสือเอการหมาย จ.7 และ จ.8 โจทก์อุทธรณ์ต่อคณะกรรมการอุทธรณ์ ต่อมาประกันสังคมจังหวัดนครปฐมมีหนังสือลงวันที่ 31 มีนาคม 2546 แจ้งให้โจทก์ทราบว่าคณะกรรมการอุทธรณ์มีคำวินิจฉัยที่ 133/2546 ลงวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2546 ว่าตามมาตรา 73 แห่งพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ.2533 กำหนดให้ในกรณีที่ผู้ประกันตนถึงแก่ความตาย โดยมิใช่ประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยเนื่องจากการทำงาน ถ้าภายในระยะเวลาหกเดือนก่อนถึงแก่ความตาย ผู้ประกันตนได้จ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งเดือน ให้จ่ายประโยชน์ทดแทนในกรณีตาย จากข้อเท็จจริงในกรณีนี้ นายฉลวย ด้วงปลี มีการนำส่งเงินสมทบเดือนสุดท้ายคือเดือนมกราคม 2545 และถึงแก่ความตายเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2545 ทำให้ไม่มีการนำส่งเงินสมทบอันก่อให้เกิดสิทธิในกรณีตาย นายฉลวยไม่มีการจ่ายเงินสมทบตามที่กฎหมายกำหนดจึงไม่มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนกรณีตาย คณะกรรมการอุทธรณ์จึงมีมติให้ยกอุทธรณ์ ปรากฏตามสำเนาคำวินิจฉัยที่ 133/2546 เอกสารหมาย จ.9 และแจ้งให้โจทก์ทราบแล้ว ปรากฏตามสำเนาหนังสือเอกสารหมาย จ.10 บริษัทวัฒนาโชค กรุ๊ป จำกัด จ่ายค่าจ้างเป็นเงินเดือนในวันลาป่วยเป็นเวลา 30 วันตั้งแต่วันที่ 1 ถึงวันที่ 31 มกราคม 2545 ให้แก่นายฉลวยซึ่งเป็นค่าจ้างเป็นเงินเดือนครั้งสุดท้ายและมีการส่งเงินสมทบเดือนสุดท้ายคือเดือนมกราคม 2545 ปรากฏตามรายการแสดงการนำส่งเงินสมทบของผู้ประกันตนรายนายฉลวย และบริษัทวัฒนาโชค กรุ๊ป จำกัด มีหนังสือแจ้งให้ประกันสังคมจังหวัดนครปฐมทราบว่า บริษัทไม่ได้แจ้งการสิ้นสภาพการเป็นลูกจ้างของนายฉลวยไปยังสำนักงานประกันสังคมจังหวัดนครปฐม เพราะนายฉลวยได้นำใบรับรองแพทย์ไปให้แก่บริษัทเป็นระยะๆ ปรากฏตามหนังสือของบริษัท ลงวันที่ 24 ธันวาคม 2545 เอกสารหมาย จ.11 นายฉลวยมีสภาพการเป็นลูกจ้างของบริษัทวัฒนาโชค กรุ๊ป จำกัด จนถึงวันที่ถึงแก่ความตาย คู่มีอพนักงานเรื่องระเบียบข้อบังคับในการทำงานของบริษัทวัฒนาโชค กรุ๊ป จำกัด ซึ่งถือว่าเป็นข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานปรากฏตามสำเนาเอกสารหมาย จ.12 สำนักงานประกันสังคมจังหวัดนครปฐมได้จ่ายเงินทดแทนการขาดรายได้ให้แก่นายฉลวยตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2545 ถึงวันที่ 18 สิงหาคม 2545 ปรากฏตามสำเนาใบสำคัญรับเงิน เอกสารหมาย จ.13 นายฉลวยเขียนบันทึกไว้เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2545 ว่าจะกลับเข้าทำงานในวันที่ 1 ตุลาคม 2545 ปรากฏตามสำเนาเอกสารหมาย จ.14 บริษัทวัฒนาโชค กรุ๊ป จำกัด ไม่ได้ส่งเงินสมทบทั้งส่วนของนายฉลวยและส่วนของบริษัทเข้ากองทุนประกันสังคมตั้งแต่งวดเดือนกุมภาพันธ์ 2545 ถึงงวดเดือนกันยายน 2545 พนักงานเจ้าหน้าที่ของสำนักงานประกันสังคมจังหวัดนครปฐมไม่ได้มีคำเตือนเป็นหนังสือให้บริษัทวัฒนาโชค กรุ๊ป จำกัด นำเงินสมทบที่ค้างชำระและเงินเพิ่มในส่วนของลูกจ้างรายนายฉลวย ตามนัยมาตรา 49 แห่งพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ.2533 ไปชำระให้แก่สำนักงานประกันสังคมจังหวัดนครปฐมและพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ.2533 ไม่ได้ประเมินเงินสมทบและแจ้งเป็นหนังสือให้บริษัทวัฒนาโชค กรุ๊ป จำกัด นำส่งเงินสมทบในส่วนของลูกจ้างนายฉลวยจำเลยไม่ได้ดำเนินการเพื่อให้ได้มาซึ่งเงินสมทบและเงินเพิ่มในส่วนของลูกจ้างรายนายฉลวยตามนัยมาตรา 50 บริษัทวัฒนาโชค กรุ๊ป จำกัด กำหนดวันหยุดและวันลาตามคู่มือพนักงานเรื่องระเบียบ ข้อบังคับการทำงานตามเอกสารหมาย จ.12 โดยกำหนดในหมวดที่ 3 ข้อ 5 ให้วันอาทิตย์เป็นวันหยุดประจำสัปดาห์ ข้อ 6 กำหนดวันหยุดตามประเพณีนิยมว่า "บริษัทฯ จะประกาศวันหยุดตามประเพณีนิยมให้ทราบล่วงหน้าแต่ละปีไม่น้อยกว่า 13 วัน ทั้งนี้ จะรวมวันที่ 1 พฤษภาคม อันเป็นวัน แรงงาน แห่งชาติไว้ด้วย โดยได้รับค่าจ้างในวันทำงาน หากวันหยุดดังกล่าวตรงกับวันหยุดประจำสัปดาห์ (วันอาทิตย์) หรือวันหยุดที่กำหนดขึ้นตามข้อ 2.2 บริษัทฯ จะเลื่อนวันหยุดตามประเพณีนิยมนั้น ไปหยุดชดเชยในวันทำงานถัดไป" ซึ่งเป็นการกำหนดวันหยุดตามประเพณีตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติคุ้มครอง แรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 29 วรรคสองและวรรคสี่ โดยบริษัทวัฒนาโชค กรุ๊ป จำกัด กำหนดวันหยุดตามประเพณีในเดือนกุมภาพันธ์ 2545 ถึงเดือนสิงหาคม 2545 ไว้ คือ วันที่ 11 และวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2545 วันตรุษจีน วันที่ 13 ถึงวันที่ 17 เมษายน 2545 วันสงกรานต์และชดเชยวันเข้าพรรษา (ที่ถูกชดเชยวันสงกรานต์) วันที่ 1 พฤษภาคม 2545 วัน แรงงาน แห่งชาติ วันที่ 12 สิงหาคม 2545 วันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ข้อ 7. กำหนดวันหยุดพักผ่อนประจำปีว่าบริษัทมีนโยบายที่จะให้พนักงานประจำทุกคนได้หยุดพักผ่อนประจำปีหลังจากปฏิบัติงานมาครบ 1 ปีบริบูรณ์ พนักงานมีสิทธิขอหยุดพักผ่อนประจำปีได้ 6 วันทำงาน โดยได้รับค่าจ้างเท่ากับวันทำงาน ทั้งนี้ บริษัทจะเป็นผู้กำหนดวันหยุดให้พนักงานทราบล่วงหน้าหรือกำหนดตามที่บริษัทและพนักงานตกลงกัน และข้อ 8. หลักเกณฑ์การหยุด กำหนดว่า "8.1 การหยุดตามข้อ 5. และข้อ 6. พนักงานไม่ต้องทำใบขออนุญาตลา ยกเว้นเป็นวันที่ตรงกับวันทำงานที่บริษัทฯ จัดตามข้อ 2.2" และหมวดที่ 6 การลาและหลักเกณฑ์การลา ข้อ 12. การลาป่วย กำหนดว่า "12.1 พนักงานมีสิทธิลาป่วยได้เท่าที่ป่วยจริงโดยจะได้รับค่าจ้างปีละสามสิบวันทำงานเท่านั้น" แล้วศาล แรงงาน กลางวินิจฉัยว่า บริษัทวัฒนาโชค กรุ๊ป จำกัด มีหน้าที่ต้องจ่ายค่าจ้างสำหรับวันหยุดตามประเพณีคือวันที่ 11 และ 12 กุมภาพันธ์ 2545 วันตรุษจีน วันที่ 13 ถึงวันที่ 17 เมษายน 2545 วันสงกรานต์ วันที่ 1 พฤษภาคม 2545 วัน แรงงาน แห่งชาติ วันที่ 12 สิงหาคม 2545 วันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ให้แก่นายฉลวย และมีหน้าที่ต้องหักค่าจ้างดังกล่าวนำส่งเป็นเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดจากเดือนที่ต้องจ่ายค่าจ้างดังกล่าว แม้บริษัทวัฒนาโชค กรุ๊ป จำกัด ไม่จ่ายค่าจ้างสำหรับวันหยุดตามประเพณีดังกล่าวให้แก่นายฉลวยตามกำหนด บริษัทวัฒนาโชค กรุ๊ป จำกัด ก็ยังมีหน้าที่ส่งเงินสมทบโดยถือเสมือนหนึ่งว่าได้ส่งเงินสมทบงวดเดือนกุมภาพันธ์ เมษายน พฤษภาคม และสิงหาคม 2545 แล้ว เมื่อนายฉลวยถึงแก่ความตายเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2545 ต้องถือว่าภายในระยะเวลาหกเดือนก่อนถึงแก่ความตาย นายฉลวยได้จ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งเดือน โจทก์ซึ่งเป็นภริยาของนายฉลวยจึงมีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนกรณีตายเป็นเงินค่าทำศพ 30,000 บาท คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยว่า คำสั่งของสำนักงานประกันสังคมจังหวัดนครปฐมและคำวินิจฉัยของคณะกรรมการอุทธรณ์ที่ 133/2546 ลงวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2546 ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ และกรณีมีเหตุที่จะพิกถอนคำสั่งและคำวินิจฉัยดังกล่าวตามที่ศาล แรงงาน กลางพิพากษาหรือไม่ จำเลยอุทธรณ์ว่าช่วงระยะเวลาที่นายฉลวยลาป่วยเพื่อรักษาพยาบาล นายฉลวยไม่สามารถทำงานได้แม้จะตรงกับวันหยุดตามประเพณี เมื่อนายฉลวยได้รับค่าจ้างในระหว่างลาป่วยแล้ว ย่อมไม่มีสิทธิได้รับค่าจ้างในวันหยุดตามประเพณีอีก ซึ่งนายฉลวยทราบดี นายฉลวยจึงขอใช้สิทธิรับเงินทดแทนการขาดรายได้จากจำเลย ซึ่งจำเลยจ่ายเงินทดแทนการขาดรายได้ให้นายฉลวยรับไปตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2545 ถึงวันที่ 1 สิงหาคม 2545 รวมเป็นเงิน 18,297 บาทแล้ว บริษัทวัฒนาโชค กรุ๊ป จำกัด จึงไม่ต้องจ่ายค่าจ้างในวันหยุดตามประเพณีวันที่ 11 และ 12 กุมภาพันธ์ 2545 วันที่ 13 ถึง 17 เมษายน 2545 วันที่ 1 พฤษภาคม 2545 และวันที่ 12 สิงหาคม 2545 ให้แก่นายฉลวย จึงไม่มีค่าจ้างที่บริษัทวัฒนาโชค กรุ๊ป จำกัด จะต้องหักส่งเป็นเงินสมทบ เห็นว่า พระราชบัญญัติคุ้มครอง แรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 29 บัญญัติให้นายจ้างกำหนดให้ลูกจ้างมีวันหยุดตามประเพณีไม่น้อยกว่าปีละ 13 วันโดยรวมวัน แรงงาน แห่งชาตินั้น ก็เพื่อให้ลูกจ้างประกอบกิจกรรมสำคัญทางศาสนาหรือตามประเพณีนิยม ซึ่งวันหยุดดังกล่าวล้วนแต่ให้หยุดในระหว่างการทำงานทั้งสิ้น เมื่อนายฉลวยลาป่วยตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2545 ตลอดมาจนถึงแก่ความตายเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2545 โดยไม่ได้มีการทำงานให้แก่บริษัทวัฒนาโชค กรุ๊ป จำกัด จึงไม่มีวันหยุดตามประเพณีดังกล่าว บริษัทวัฒนาโชค กรุ๊ป จำกัด ไม่ต้องจ่ายค่าจ้างในวันหยุดตามประเพณีให้แก่นายฉลวยและไม่ได้หักค่าจ้างของนายฉลวยส่งสำนักงานประกันสังคมตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2545 เมื่อนายฉลวยถึงแก่ความตายเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2545 โดยไม่ได้จ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งเดือน ภายในระยะเวลาหกเดือนก่อนถึงแก่ความตายตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ.2533 มาตรา 73 โจทก์ซึ่งเป็นภริยาของนายฉลวยจึงไม่มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนกรณีตายจากจำเลย ที่ศาล แรงงาน กลางพิพากษาให้เพิกถอนคำสั่งของสำนักงานประกันสังคมจังหวัดนครปฐม ลงวันที่ 11 ตุลาคม 2545 และคำวินิจฉัยของคณะกรรมการอุทธรณ์ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ.2533 ที่ 133/2546 ลงวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2546 มานั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา อุทธรณ์ของจำเลยฟังขึ้น" พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8889/2547 นางกาญจนา ด้วงปลี โจทก์ สำนักงานประกันสังคม จำเลย พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 ม. 29 พ.ร.บ.ประกันสังคม พ.ศ.2533 ม. 73