ฎีกาที่ 6740/2547
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
หนังสือมอบอำนาจของโจทก์มีข้อความว่า บริษัทไอบีเอ็มประเทศไทย จำกัด โดยนายพงศ์ศักดิ์ ตัณสถิตย์ ขอมอบอำนาจให้ นาย ว. เป็นผู้มีอำนาจกระทำการแทนในกิจการดังต่อไปนี้ คือ ข้อ 1. ให้มีอำนาจดำเนินคดีแพ่ง อาญา และคดี ล้มละลาย กับบริษัทโรงแรมรอยัลเลควิล จำกัด ข้อ 2. ฟ้องคดีในเรื่อง ข้อหา ฐานความผิด กับบุคคลดังกล่าว ข้อ 1. ต่อศาลทั่วราชอาณาจักร? ข้อความตามที่ระบุดังกล่าวเป็นเรื่องโจทก์มอบอำนาจเฉพาะการมิใช่มอบอำนาจทั่วไปและระบุให้ผู้รับมอบอำนาจฟ้องเฉพาะจำเลยที่ 1 เท่านั้น นาย ว. ผู้รับมอบอำนาจจึงไม่มีอำนาจแต่งตั้งทนายความให้ดำเนินคดีแทนจำเลยที่ 2 การที่ทนายโจทก์ฟ้องให้จำเลยที่ 2 ร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 ต่อโจทก์ด้วยจึงเป็นการกระทำโดยปราศจากอำนาจหรือทำนอกเหนือขอบอำนาจที่โจทก์มอบหมายไว้ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 2
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันส่งมอบเครื่องคอมพิวเตอร์พร้อมอุปกรณ์คืนแก่โจทก์ หากคืนไม่ได้ให้ใช้ราคาแทนเป็นเงิน 93,492.32 บาท พร้อมค่าตอบแทนการจัดการอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันฟ้องถึงวันส่งมอบทรัพย์ที่เช่าคืนหรือใช้ราคาแทน และให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 744,913.17 บาท พร้อมค่าตอบแทนการจัดการอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงิน 570,970.94 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเงินเสร็จแก่โจทก์ จำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา จำเลยที่ 2 ให้การว่า นายวัชรพันธ์ เพ็ชร์สุทธิ์ ไม่มีอำนาจลงชื่อในคำฟ้องดำเนินคดีแก่จำเลยที่ 2 เพราะโจทก์ไม่ได้มอบอำนาจให้นายวิศิษฏ์ สิตวานิช ดำเนินคดีแก่จำเลยที่ 2 คำฟ้องโจทก์ในส่วนของจำเลยที่ 2 จึงไม่ชอบ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันส่งมอบเครื่องคอมพิวเตอร์พร้อมอุปกรณ์ที่เช่าคืนแก่โจทก์ในสภาพที่สมบูรณ์ใช้การได้ดี ถ้าส่งคืนไม่ได้ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ราคาแทนเป็นเงิน 93,492.32 บาท ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระค่าเสียหายเป็นค่าขาดประโยชน์เป็นเงิน 180,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงิน 180,000 บาท นับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 30 เมษายน 2542) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 10,000 บาท จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าขึ้นศาลแทนโจทก์ในศาลชั้นต้นตามทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า จำเลยที่ 1 ทำสัญญาเช่าเครื่องคอมพิวเตอร์พร้อมอุปกรณ์ หลายรายการจากโจทก์มีกำหนดระยะเวลา 60 เดือน เริ่มตั้งแต่วันที่ 16 ธันวาคม 2535 ถึงวันที่ 16 พฤศจิกายน 2540 อัตราค่าเช่าเดือนละ 21,138.92 บาท โดยเป็นค่าเช่า 19,756 บาท และค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 1,382.92 บาท เริ่มชำระงวดแรกวันที่ 16 ธันวาคม 2535 ในการนี้มีจำเลยที่ 2 เป็นผู้ค้ำประกันยอมรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม ภายหลังทำสัญญาจำเลยที่ 1 ผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าตั้งแต่งวดที่ 46 เป็นต้นมา ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 2 มีว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 2 หรือไม่ จำเลยที่ 2 ฎีกาว่า โจทก์มอบอำนาจให้นายวิศิษฏ์ สิตวานิช มีอำนาจดำเนินคดีเฉพาะจำเลยที่ 1 คนเดียว และนายวิศิษฏ์แต่งตั้ง นายวัชรพันธ์ เพ็ชร์สุทธิ์ เป็นทนายความดำเนินคดีนี้ นายวัชรพันธ์ จึงไม่มีอำนาจดำเนินคดีจำเลยที่ 2 แต่นายวัชรพันธ์กลับฟ้องให้จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ให้ร่วมกันรับผิดต่อโจทก์ ซึ่งเป็นการกระทำโดยปราศจากอำนาจหรือ ทำนอกเหนือขอบอำนาจที่โจทก์มอบหมายไว้ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 2 เห็นว่า หนังสือมอบอำนาจ มีข้อความว่า บริษัทไอบีเอ็มประเทศไทย จำกัด โดยนายพงศ์ศักดิ์ ตัณสถิตย์ ขอมอบอำนาจให้นายวิศิษฏ์ สิตวานิช เป็นผู้มีอำนาจกระทำการแทนในกิจการดังต่อไปนี้คือ ข้อ 1. ให้มีอำนาจดำเนินคดีแพ่ง อาญา และคดี ล้มละลาย กับบริษัทโรงแรมรอยัลเลควิล จำกัด ข้อ 2. ฟ้องคดีในเรื่อง ข้อหา ฐานความผิด กับบุคคลดังกล่าวข้อ 1. ต่อศาลทั่วราชอาณาจักร? ข้อความตามที่ระบุดังกล่าวเป็นเรื่องโจทก์มอบอำนาจเฉพาะการมิใช่มอบอำนาจทั่วไป และระบุให้ผู้รับมอบอำนาจฟ้องเฉพาะจำเลยที่ 1 เท่านั้น นายวิศิษฏ์จึงไม่มีอำนาจแต่งตั้งนายวัชรพันธ์เป็นทนายความให้ดำเนินคดีแก่จำเลยที่ 2 การที่นายวัชรพันธ์ทนายโจทก์ฟ้องให้จำเลยที่ 2 ร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 ด้วยจึงเป็นการกระทำโดยปราศจากอำนาจหรือทำนอกเหนือขอบอำนาจที่โจทก์มอบหมายไว้ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 2 เมื่อจำเลยที่ 2 ไม่ต้องร่วมกับจำเลยที่ 1 รับผิดต่อโจทก์ในคดีนี้แล้วจึงไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาของจำเลยที่ 2 ในประเด็นอื่น เพราะไม่ทำให้ผลของคดีเปลี่ยนแปลง ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้จำเลยที่ 2 ต้องร่วมกับจำเลยที่ 1 รับผิดต่อโจทก์ด้วย ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังขึ้น? พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 และยกคำขออื่นของโจทก์ในส่วนที่ศาลชั้นต้น ไม่กำหนดให้ ค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 2 ทั้งสามศาลให้เป็นพับ นอกจากที่แก้ให้เป็นไป ตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6740/2547 บริษัทไอบีเอ็มประเทศไทย จำกัด โจทก์ บริษัทโรงแรม รอยัลเลควิล จำกัด กับพวก จำเลย ป.พ.พ. ม. 800 , ม. 801 (5)