ฎีกาที่ 2819/2547
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
ผู้ที่จะฟ้องคดีแพ่งต่อศาลจะต้องถูกโต้แย้งเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมาย เพื่อรับรองว่าตนมีสิทธิหรือหน้าที่หรือจะต้องใช้สิทธิทางศาล เมื่อโจทก์ไม่ใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดินโฉนดเลขที่ 110214 การที่โจทก์ฟ้องคดีนี้เพื่อขอให้ศาลมีคำสั่งยกเลิกคำสั่งศาลชั้นต้นที่มีคำสั่งว่าจำเลยได้กรรมสิทธิ์ที่ดินแปลงโฉนดดังกล่าวโดยการ ครอบครองปรปักษ์ ก็เพียงเพื่อต้องการทำลายพยานหลักฐานในคดีอาญาที่โจทก์ถูกจำเลยฟ้องข้อหาบุกรุกที่ดินแปลงนี้ ซึ่งในคดีนั้นโจทก์ในฐานะจำเลยย่อมมีสิทธินำพยานหลักฐานมานำสืบต่อสู้คดีได้หากจำเลยนำหลักฐานเท็จมาแสดง โจทก์จึงไม่ใช่ผู้เสียหายโดยตรงจากคำสั่งศาลดังกล่าว ถือไม่ได้ว่าโจทก์ถูกโต้แย้งเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายหรือมีเหตุที่จะต้องใช้สิทธิทางศาล โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้อง ขอให้พิพากษาเพิกถอนคำสั่งของศาลแพ่งกรุงเทพใต้ ในคดีหมายเลขแดงที่ 285/2541 เรื่องจำเลยเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 110214 โดยการ ครอบครองปรปักษ์ และขอให้เพิกถอนนิติกรรมการจดทะเบียนการได้ที่ดินโฉนดเลขที่ 110214 โดยการ ครอบครองปรปักษ์ และเพิกถอนนิติกรรมการจดทะเบียนระงับจำนองหนี้เกลื่อนกลืนกันของจำเลย จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้โจทก์ใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ 1,500 บาท แทนจำเลย โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า คำฟ้องของโจทก์ถือว่ามีข้อโต้แย้งเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายแพ่งหรือมีเหตุที่จะต้องใช้สิทธิทางศาลหรือไม่ เห็นว่า ตามบทบัญญัติแห่ง ป.วิ.พ. มาตรา 55 ผู้ที่จะยื่นฟ้องคดีแพ่งต่อศาลจะต้องถูกโต้แย้งเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมาย เพื่อรองรับว่าตนมีสิทธิหรือหน้าที่หรือจะต้องใช้สิทธิทางศาล แต่คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งศาลเพียงเพื่อต้องการทำลายพยานหลักฐานในคดีอาญาที่โจทก์ถูกจำเลยฟ้องข้อหาบุกรุกที่ดินแปลงนี้เท่านั้น ซึ่งในคดีอาญาดังกล่าวโจทก์ในฐานะจำเลยย่อมมีสิทธินำพยานหลักฐานมานำสืบต่อสู้คดีได้อย่างเต็มที่ หากพยานหลักฐานที่จำเลยนำมาแสดงเป็นเท็จดังโจทก์อ้าง โจทก์ก็มีสิทธินำสืบหักล้างทำให้พยานหลักฐานดังกล่าวรับฟังไม่ได้ ไม่อาจนำมาใช้เป็นประโยชน์ต่อจำเลยได้อยู่แล้วหาจำเป็นที่โจทก์ต้องฟ้องเพื่อทำลายพยานหลักฐานดังกล่าวไม่ ทั้งกรณีเช่นนี้หากโจทก์ได้รับความเสียหายก็เป็นผลโดยตรงจากการที่จำเลยดำเนินคดีอาญาต่อโจทก์ ที่ศาลมีคำสั่งให้จำเลยได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินดังกล่าวจึงไม่ได้กระทบกระเทือนถึงสิทธิหรือหน้าที่ของโจทก์ตามกฎหมายแพ่งแต่อย่างใด คำฟ้องของโจทก์ถือไม่ได้ว่ามีข้อโต้แย้งเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายแพ่งหรือมีเหตุที่จะต้องใช้สิทธิทางศาล โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องคดีนี้ คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน จำเลยไม่แก้ฎีกาจึงไม่กำหนดค่าทนายความชั้นฎีกาให้. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2819/2547 นางปัทมา ธัญนารา โจทก์ นางบุญศิริ กาญจนทวีวัฒน์หรือภิรมย์นาม จำเลย ป.วิ.พ. ม. 55