ฎีกาที่ 771/2547
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
จำเลยที่ 1 เป็นผู้จัดสรรที่ดิน โจทก์ทั้งหกสิบสองเป็นผู้ซื้อที่ดินในโครงการที่จำเลยที่ 1 จัดสรร เมื่อที่ดินพิพาทซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยที่ 1 เป็นส่วนที่ถูกจัดแบ่งไว้เป็นสาธารณูปโภคประเภทถนนและทะเลสาบเพื่อประโยชน์ของผู้ซื้อที่ดินในโครงการ ที่ดินพิพาทจึงตกอยู่ใน ภาระจำยอม เพื่อประโยชน์แก่ที่ดินจัดสรร ซึ่งจำเลยที่ 1 มีหน้าที่บำรุงรักษาให้คงสภาพดังเช่นที่ได้จัดทำขึ้นตลอดไป และจะกระทำการใด ๆ อันเป็นเหตุให้ประโยชน์แก่ ภาระจำยอม ลดลงหรือเสื่อมความสะดวกมิได้ ตามประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 286 ข้อ 30 วรรคหนึ่ง (ที่ใช้บังคับขณะเกิดข้อพิพาท) และ ป.พ.พ. มาตรา 1390 แต่จำเลยที่ 1 ยังคงเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่พิพาทย่อมมีสิทธิใช้สอยและจำหน่ายได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1336 ทั้งตามประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 286 ข้อ 30 วรรคสอง บัญญัติให้ผู้จัดสรรที่ดินมีอำนาจอุทิศที่ดินให้เป็นสาธารณประโยชน์ หรือโอนให้แก่องค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งท้องที่ที่ดินจัดสรรอยู่ในเขตได้ การที่จำเลยที่ 1 โอนที่พิพาทจึงย่อมเป็นการโอนโดยชอบด้วยกฎหมาย แม้ก่อนที่จำเลยที่ 1 จะโอนที่พิพาทจะได้ทำข้อตกลงและสัญญาให้โจทก์ที่ 1 กับพวกเข้าบริหารดูแลรักษาที่พิพาทก็ตาม แต่ก็เป็นเพียงการมอบหมายอำนาจหน้าที่บริหารดูแลบำรุงรักษาที่พิพาทให้คงสภาพดังเช่นที่จัดทำขึ้นโดยตลอดไปเท่านั้น หาใช่เป็นการยกกรรมสิทธิ์หรือยก ภาระจำยอม ในที่พิพาทให้แก่โจทก์ทั้งหกสิบสองไม่ ข้อตกลงและสัญญาดังกล่าวเป็นเพียงบุคคลสิทธิมีผลผูกพันเฉพาะคู่สัญญาเท่านั้นไม่มีผลผูกพันบุคคลภายนอก โจทก์ทั้งหกสิบสองจึงไม่มีอำนาจฟ้องขอให้เพิกถอนการโอนของจำเลยที่ 1 กับบุคคลภายนอก
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมการยกที่ดินโฉนดเลขที่ 2004 และ 2005 ให้เป็นทางสาธารณประโยชน์และห้ามจำเลยที่ 1 กระทำการหรือนิติกรรมใด ๆ อันเป็นการทำให้โฉนดที่ดินเลขที่ 2004 และ 2005 ต้องรับภาระเพิ่มขึ้นกว่าภาระที่มีอยู่กับโจทก์ทั้งหกสิบสองในขณะซื้อขายที่ดินกับจำเลยที่ 1 และให้จำเลยที่ 1 ปิดรั้วที่รื้อถอนออกให้กลับสู่สภาพเดิม หากจำเลยที่ 1 ไม่ดำเนินการให้โจทก์ดำเนินการแทนและให้จำเลยที่ 1 เป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น จำเลยทั้งสองให้การ ขอให้ยกฟ้อง ระหว่างพิจารณา โจทก์ทั้งหกสิบสองยื่นคำร้องขอถอนฟ้องจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 2 ไม่ค้าน ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ถอนฟ้องจำเลยที่ 2 จำหน่ายคดีส่วนจำเลยที่ 2 เสียจากสารบบความ โจทก์ทั้งหกสิบสองแถลงสละประเด็นตามคำขอท้ายฟ้องข้อ 3 ที่ขอให้จำเลยที่ 1 ปิดรั้วที่รื้อถอนออกให้กลับสู่สภาพเดิม ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์ทั้งหกสิบสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ทั้งหกสิบสองฎีกา ศาลฎีกาพิจารณาแล้ว ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่า จำเลยที่ 1 เป็นผู้จัดสรรที่ดินโครงการวินด์มิลล์ พาร์ค ส่วนโจทก์ทั้งหกสิบสองเป็นผู้ซื้อที่ดินในโครงการดังกล่าว ที่ดินโฉนดเลขที่ 2004 และ 2005 ตำบลบางพลีใหญ่ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ เป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยที่ 1 ผู้จัดสรรที่ดินโครงการดังกล่าวและได้จัดแบ่งไว้เป็นสาธารณูปโภคประเภทถนนและทะเลสาบเพื่อประโยชน์ของโจทก์ทั้งหกสิบสองและผู้ซื้อที่ดินในโครงการซึ่งเป็นที่พิพาท เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2541 จำเลยที่ 1 ได้ทำข้อตกลงและสัญญากับโจทก์ที่ 1 โดยให้โจทก์ที่ 1 กับพวกเข้าบริหารดูแลรักษาสาธารณูปโภคในโครงการ ต่อมาวันที่ 19 พฤศจิกายน 2541 จำเลยที่ 1 ได้จดทะเบียนโอนที่พิพาทให้เป็นทางสาธารณประโยชน์ มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ทั้งหกสิบสองว่า จำเลยที่ 1 มีอำนาจจดทะเบียนโอนที่พิพาทเป็นทางสาธารณประโยชน์ได้หรือไม่ และโจทก์ทั้งหกสิบสองมีอำนาจฟ้องขอให้เพิกถอนการโอนที่พิพาทหรือไม่ เห็นว่า ที่พิพาทซึ่งเป็นถนนและทะเลสาบซึ่งจัดแบ่งไว้เป็นสาธารณูปโภคอันต้องตกอยู่ใน ภาระจำยอม เพื่อประโยชน์แก่ที่ดินจัดสรร ซึ่งผู้จัดสรรที่ดินคือจำเลยที่ 1 มีหน้าที่บำรุงรักษากิจการดังกล่าวให้คงสภาพดังเช่นที่ได้จัดทำขึ้นโดยตลอดไป และจะกระทำการใด ๆ อันเป็นเหตุให้ประโยชน์แก่ ภาระจำยอม ลดไปหรือเสื่อมความสะดวกมิได้ ตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 286 ข้อ 30 วรรคหนึ่ง ที่ใช้บังคับขณะเกิดข้อพิพาท และ ป.พ.พ. มาตรา 1390 แต่จำเลยที่ 1 ยังคงเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาท เพียงแต่จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นเจ้าของที่พิพาทอันเป็นภารยทรัพย์จะกระทำการใด ๆ ให้ประโยชน์แห่ง ภาระจำยอม ลดไปหรือเสื่อมความสะดวกไม่ได้ ดังนี้ จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่พิพาทอันเป็นภารยทรัพย์ดังกล่าวย่อมมีสิทธิใช้สอยและจำหน่ายที่พิพาทได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1336 ถึงแม้ว่าจะมีการโอนที่พิพาทไปเป็นของผู้ใดก็ตาม ภาระจำยอม ย่อมตกติดไปกับที่พิพาทเสมอ ไม่ทำให้ประโยชน์แห่ง ภาระจำยอม ลดไปหรือเสื่อมความสะดวกแต่ประการใด กล่าวคือ ภาระจำยอม ยังคงมีอยู่เพื่อประโยชน์แก่ที่ดินที่จัดสรรและโจทก์ทั้งหกสิบสองดังเดิม อีกทั้งตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 286 ข้อ 30 วรรคสอง ยังบัญญัติให้จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นผู้จัดสรรที่ดินมีอำนาจอุทิศที่พิพาทให้เป็นสาธารณประโยชน์หรือโอนให้แก่เทศบาล สุขาภิบาล หรือองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งท้องที่ที่ดินจัดสรรอยู่ในเขตได้ การที่จำเลยที่ 1 โอนที่พิพาทเป็นทางสาธารณประโยชน์ย่อมเป็นการโอนโดยมีอำนาจที่ถูกต้องชอบด้วยกฎหมาย แม้ก่อนที่จำเลยที่ 1 จะโอนที่พิพาทเป็นทางสาธารณประโยชน์ จำเลยที่ 1 จะทำข้อตกลงและสัญญาให้โจทก์ที่ 1 กับพวกเข้าบริหารดูแลรักษาที่พิพาทก็ตาม ข้อตกลงและสัญญาดังกล่าวเป็นเพียงการมอบหมายอำนาจหน้าที่บริหารดูแลบำรุงรักษาที่พิพาทให้คงสภาพดังเช่นที่จัดทำขึ้นโดยตลอดไปเท่านั้น หาใช่เป็นการยกกรรมสิทธิ์หรือยก ภาระจำยอม ในที่พิพาทให้แก่โจทก์ทั้งหกสิบสองไม่ ข้อตกลงและสัญญาดังกล่าวเป็นเพียงก่อให้เกิดบุคคลสิทธิมีผลผูกพันเฉพาะคู่สัญญาเท่านั้น ไม่มีผลผูกพันบุคคลภายนอก โจทก์ทั้งหกสิบสองจึงหามีอำนาจฟ้องขอให้เพิกถอนการโอนที่พิพาทไม่ ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษายกฟ้องโจทก์ทั้งหกสิบสองมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ทั้งหกสิบสองฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 771/2547 พลอากาศโทหม่อมหลวงอธิศรพันธ์ อิศรศักดิ์ กับพวก โจทก์ บริษัทวินด์มิลล์ พาร์ค จำกัด กับพวก จำเลย ป.พ.พ. ม. 1336 , ม. 1390 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 286 ม. 30 วรรคหนึ่ง