ฎีกาที่ 3655/2547
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
ตามฟ้องโจทก์ระบุว่าจำเลย ยักยอก เงินของร้าน ท. ซึ่งเป็นของ ส. จำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้อง แม้จะปรากฏต่อมาว่าร้าน ท. ไม่ใช่เป็นของ ส. แต่เป็นของ ต. แต่ ต. ได้ร้องทุกข์ดำเนินคดีแก่จำเลยแล้ว ฉะนั้นประเด็นที่ว่าร้าน ท. เป็นของ ต. หรือ ส. จึงเป็นข้อเท็จจริงซึ่งจำเลยมิได้ยกขึ้นโต้แย้งตั้งแต่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัยให้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 249 ประกอบด้วย ป.วิ.อ. มาตรา 15
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นพนักงานเก็บเงินร้านเท้งพานิชของนายสุชัย พรวณิช ผู้เสียหาย ได้เก็บเงินค่าผ้าจากลูกค้ารวมเป็นเงิน 5,938,720 บาท ของผู้เสียหายไว้ในครอบครองแล้วเบียดบังเอาเงินจำนวนดังกล่าวของผู้เสียหายเป็นของตนเองโดยทุจริต ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 และให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ 5,938,720 บาท แก่เจ้าของ จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 (ที่ถูก มาตรา 352 วรรคแรก) จำคุก 3 ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 1 ปี 6 เดือน ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ 5,938,720 บาท แก่เจ้าของ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาข้อกฎหมายที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า คดีนี้ได้มีการร้องทุกข์โดยชอบแล้วหรือไม่ จำเลยฎีกาอ้างว่าตามฟ้องของโจทก์ระบุว่าจำเลย ยักยอก เงินของร้านเท้งพานิชของนายสุชัย พรวณิช ผู้เสียหาย แต่ตามหลักฐานที่จำเลยตรวจพบภายหลังปรากฏว่าร้านเท้งพานิชเป็นของนายตี๋ แซ่ฉั่ว ฉะนั้น การที่นายสุชัยซึ่งไม่ใช่เจ้าของร้านเท้งพานิชไปร้องทุกข์ นายสุชัยจึงไม่ใช่ผู้เสียหายไม่มีอำนาจดำเนินคดีแก่จำเลย การร้องทุกข์ของนายสุชัยจึงไม่ชอบ แม้จำเลยจะให้การรับสารภาพตามฟ้องโจทก์ จำเลยก็ไม่มีความผิด เห็นว่า ตามฟ้องโจทก์ระบุว่าจำเลย ยักยอก เงินของร้านเท้งพานิชซึ่งเป็นของนายสุชัย พรวณิช จำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้อง แม้จะปรากฏต่อมาว่าร้านเท้งพานิชไม่ใช่เป็นของนายสุชัยแต่เป็นของนายตี๋ แซ่ฉั่ว แต่ก็ปรากฏตามคำร้องขอคัดถ่ายสำเนาเอกสารของนายตี๋ลงวันที่ 24 เมษายน 2545 ว่านายตี๋ได้ร้องทุกข์ดำเนินคดีแก่จำเลยแล้ว ฉะนั้นประเด็นที่ว่า ร้านเท้งพานิชเป็นของนายตี๋หรือนายสุชัยจึงเป็นข้อเท็จจริงซึ่งจำเลยมิได้ยกประเด็นนี้ขึ้นโต้แย้งตั้งแต่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกาจึงไม่วินิจฉัยให้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยต่อไปตามฎีกาของจำเลยมีว่า สมควรลดโทษหรือรอการลงโทษให้จำเลยหรือไม่ เห็นว่า จำเลยซึ่งอาศัยความไว้วางใจของผู้เสียหายกลับฉวยโอกาสนี้ ยักยอก เงินของผู้เสียหายเป็นจำนวนมาก การชดใช้เงินแก่ผู้เสียหายเป็นจำนวน 70,000 บาท เป็นเพียงจำนวนเล็กน้อย ถือไม่ได้ว่าจำเลยได้บรรเทาผลร้ายแล้ว การกระทำของจำเลยถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง แม้จำเลยไม่เคยกระทำผิดมาก่อนและมีภาระจะต้องอุปการะเลี้ยงดูบุตรซึ่งยังเป็นผู้เยาว์ก็ยังไม่เป็นเหตุผลเพียงพอที่จะให้ศาลฎีกาลดโทษหรือรอการลงโทษให้จำเลยได้ คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3655/2547 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ นายธนทรัพย์ ประสพสันต์ จำเลย ป.วิ.พ. ม. 249 วรรคหนึ่ง ป.วิ.อ. ม. 2 (7) , ม. 15