ฎีกาที่ 10251/2546
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
ศาลภาษีอากรกลางกำหนดประเด็นข้อพิพาทว่า การประเมินค่ารายปีและภาษีโรงเรือนและ ที่ดิน ของพนักงานเจ้าหน้าที่ของจำเลย และคำชี้ขาดของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเกี่ยวกับโรงเรือนพิพาทตามฟ้องชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ การที่ศาลภาษีอากรกลางพิจารณาสัญญาการให้ใช้สิทธิดำเนินการสถานีบริการซึ่งเป็นโรงเรือนพิพาทที่ปรากฏในสำนวนแล้ววินิจฉัยว่า การที่โจทก์ได้รับค่าใช้สิทธิตามสัญญาดังกล่าวนั้น มีสาระสำคัญเช่นเดียวกับการเช่า เพราะเป็นสัญญาที่ตกลงให้คู่สัญญาสามารถใช้หรือได้รับประโยชน์ในทรัพย์สินและคู่สัญญาต้องเสียค่าตอบแทนในการเข้าไปใช้ประโยชน์ในทรัพย์สิน ค่าใช้สิทธิที่โจทก์ได้รับจึงเป็นเพียงค่าเช่าบางส่วน การที่จำเลยกำหนดค่ารายปีสถานีบริการน้ำมันของโจทก์ต่ำกว่าอัตราค่าเช่าที่โจทก์ได้รับ นับว่าเป็นคุณแก่โจทก์แล้ว เป็นการวินิจฉัยจากข้อเท็จจริงในสำนวนแล้วปรับกับข้อกฎหมายตามประเด็นข้อพิพาท จึงมิได้เป็นการวินิจฉัยนอกฟ้อง นอกประเด็นพิพาทตามที่โจทก์อุทธรณ์ โจทก์ทำสัญญาให้บริษัท ฮ. เข้าเป็นผู้ดำเนินการสถานีบริการน้ำมันเพื่อจำหน่ายน้ำมันและผลิตภัณฑ์ของโจทก์ โดยสัญญาให้ใช้สิทธิดำเนินการสถานีบริการดังกล่าวมีเงื่อนไขในสัญญาว่า โจทก์อนุญาตให้บริษัทดังกล่าวเข้าเป็นผู้ดำเนินการสถานีบริการน้ำมันและผลิตภัณฑ์ของโจทก์ รวมทั้งการใช้เทคโนโลยี เครื่องหมายการค้า เทคนิคการบริหาร การตลาดและการใช้เครื่องบริภัณฑ์ และระบบต่าง ๆ ของโจทก์ โดยบริษัทดังกล่าวต้องจ่ายค่าใช้สิทธิในสถานีบริการน้ำมันดังกล่าวให้โจทก์เป็นรายเดือน เดือนละ 85,000 บาท และแต่ละเดือนบริษัทดังกล่าวต้องซื้อน้ำมันและผลิตภัณฑ์ของโจทก์ไม่น้อยกว่าปริมาณที่กำหนดไว้ในสัญญา มิฉะนั้นจะต้องจ่ายค่าปรับตามอัตราที่ตกลงกัน นอกจากนี้ผู้ใช้บริการมีเพียงสิทธิอาศัยในสถานีบริการน้ำมันและ ที่ดิน โดยไม่ต้องจ่ายค่าตอบแทน สัญญาดังกล่าวไม่ได้มีสาระสำคัญเช่นเดียวกับการเช่า ไม่อาจถือได้ว่าค่าใช้สิทธิตามสัญญาดังกล่าวรวมค่าเช่าโรงเรือนรวมอยู่ด้วย
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้เพิกถอนหรือแก้ไขใบแจ้งรายการประเมิน เล่มที่ - เลขที่ , 131 - 1 ลงวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2542 , 58 - 20 ลงวันที่ 15 มีนาคม 2542 , 24 - 22 , 22 - 18 ลงวันที่ 22 กรกฎาคม 2542 , 49 - 12 ลงวันที่ 25 มิถุนายน 2542 , 45 - 12 ลงวันที่ 9 มิถุนายน 2542 และใบแจ้งคำชี้ขาด เล่มที่ 23 เลขที่ 94 , 95 , 100 , 76 และเล่มที่ 24 เลขที่ 2 ลงวันที่ 21 สิงหาคม 2543 ตามลำดับ โดยกำหนดค่ารายปีใหม่ตามที่โจทก์ฟ้อง ให้จำเลยคืนเงินภาษี 537,728.74 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระแก่โจทก์ครบถ้วน จำเลยให้การ ขอให้ยกฟ้อง ศาลภาษีอากรกลางพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยคืนเงินให้โจทก์จำนวน 336,496.50 บาท ภายในกำหนดสามเดือนนับแต่วันมีคำพิพากษาถึงที่สุด หากไม่คืนภายในกำหนดให้จำเลยชำระดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีจากต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันที่ครบกำหนดสามเดือน นับแต่วันที่คำพิพากษาถึงที่สุด กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความให้ 20,000 บาท เฉพาะค่าขึ้นศาลให้จำเลยใช้แทนเท่าที่โจทก์ชนะคดี คำขออื่นให้ยก โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ข้อแรกว่า การที่ศาลภาษีอากรกลางวินิจฉัยว่าค่าใช้สิทธิที่โจทก์ได้รับจากบริษัทไฮ - ปิโตร จำกัด นั้นเป็นค่าเช่าส่วนหนึ่งและนำมากำหนดเป็นค่ารายปี เป็นการวินิจฉัยนอกฟ้องนอกประเด็นนั้น เห็นว่า ศาลภาษีอากรกลางกำหนดประเด็นข้อพิพาทว่าการประเมินค่ารายปีและค่าภาษีโรงเรือนและ ที่ดิน ของพนักงานเจ้าหน้าที่ของจำเลยและคำชี้ขาดของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครตามฟ้องชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ การที่ศาลภาษีอากรกลางพิจารณาจากสัญญาให้ใช้สิทธิดำเนินการสถานีบริการเอกสารหมาย ล. 3 แผ่นที่ 18 ถึง 26 แล้ววินิจฉัยว่า การที่โจทก์ได้รับค่าใช้สิทธิจากบริษัทไฮ - ปิโตร จำกัด นั้น มีสาระสำคัญเช่นเดียวกับการเช่า เพราะเป็นสัญญาที่ตกลงให้คู่สัญญาสามารถใช้หรือได้รับประโยชน์ในทรัพย์สินและคู่สัญญาต้องเสียค่าตอบแทนในการเข้าไปใช้ประโยชน์ในทรัพย์สิน ค่าใช้สิทธิที่โจทก์ได้รับตามสัญญาจึงเป็นเพียงค่าเช่าบางส่วน การที่จำเลยกำหนดค่ารายปีสถานีบริการน้ำมันของโจทก์เลขที่ 32/563 ถนนสุขาภิบาล 1 แขวงคันนายาว เดือนละ 80,850.50 บาท ซึ่งต่ำกว่าอัตราค่าเช่าที่โจทก์ได้รับ นับว่าเป็นคุณแก่โจทก์อย่างยิ่งแล้ว การประเมินของจำเลยและคำชี้ขาดของผู้ว่ากรุงเทพมหานครจึงชอบด้วยกฎหมาย และเป็นธรรมแก่โจทก์นั้น เป็นการวินิจฉัยข้อเท็จจริงในสำนวนแล้วปรับกับข้อกฎหมายตามประเด็นข้อพิพาท จึงมิได้วินิจฉัยนอกฟ้องนอกประเด็นข้อพิพาทตามที่โจทก์อุทธรณ์ อุทธรณ์ข้อนี้ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ข้อสองว่า การประเมินค่ารายปีและค่าภาษีรวมทั้งคำชี้ขาดของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร สำหรับสถานีบริการน้ำมันของโจทก์เลขที่ 32/563 ถนนสุขาภิบาล 1 แขวงคันนายาว เขตคันนายาว กรุงเทพมหานคร นั้น ถูกต้องและชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ข้อเท็จจริงรับฟังได้ยุติตามที่โจทก์และจำเลยนำสืบรับกันว่า สถานีบริการน้ำมันของโจทก์ดังกล่าวโจทก์ได้ทำสัญญาอนุญาตให้บริษัทไฮ - ปิโตร จำกัด เข้าเป็นผู้ดำเนินการสถานีบริการน้ำมันเพื่อจำหน่ายน้ำมันและผลิตภัณฑ์ของโจทก์โดยบริษัทไฮ - ปิโตร จำกัด ต้องจ่ายค่าใช้สิทธิในสถานีบริการน้ำมันเดือนละ 85,000 บาท โดยมีเงื่อนไขในสัญญาว่าหากบริษัทไฮ - ปิโตร จำกัด ซื้อน้ำมันของโจทก์ไปจำหน่ายน้อยกว่าที่ตกลงไว้จะต้องถูกปรับลิตรละ 15 สตางค์ ซึ่งพนักงานเจ้าหน้าที่ของจำเลยเห็นว่าเงินค่าใช้สิทธิดำเนินการสถานีบริการน้ำมันที่โจทก์ได้รับจากบริษัทไฮ - ปิโตร จำกัด นั้น ไม่ใช่ค่าเช่าและเป็นกรณีที่หาค่าเช่าไม่ได้จึงคำนวณค่ารายปีตามลักษณะของทรัพย์สิน ขนาดพื้นที่ ทำเลที่ตั้งและบริการสาธารณะที่ทรัพย์สินนั้นได้รับโดยคิดเป็นค่ารายปีเฉลี่ยตารางเมตรละ 24.55 บาท ต่อเดือน คิดเป็นค่ารายปีสำหรับปี 2541 จำนวน 1,080,200 บาท คิดเป็นค่าภาษี 135,025 บาท สำหรับปีภาษี 2542 คิดเป็นค่ารายปีจำนวน 1,178,400 บาท ค่าภาษี 147,300 บาท ต่อมาผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้กำหนดค่ารายปีให้ใหม่สำหรับปี 2541 คิดเป็นค่ารายปีจำนวน 889,355.50 บาท ค่าภาษีจำนวน 111,169.44 บาท สำหรับปี 2542 ค่ารายปีจำนวน 970,206 บาท ค่าภาษีจำนวน 121,275.75 บาท ส่วนโจทก์เห็นว่าสถานีบริการน้ำมันของโจทก์ดังกล่าวควรมีค่ารายปีปีละ 464,558.60 บาท ค่าภาษี 58,069.80 บาท เห็นว่า ตามสัญญาให้ใช้สิทธิดำเนินการสถานีบริการ เอกสารหมาย ล. 3 แผ่นที่ 18 ถึง 26 เป็นเรื่องที่โจทก์อนุญาตให้บริษัทไฮ - ปิโตร จำกัด เข้าเป็นผู้ดำเนินการสถานีบริการน้ำมันเพื่อจำหน่ายน้ำมันและผลิตภัณฑ์ของโจทก์ รวมทั้งการใช้เทคโนโลยี เครื่องหมายการค้า เทคนิคการบริหาร การตลาดและการใช้เครื่องบริภัณฑ์ และระบบต่าง ๆ ของโจทก์ โดยบริษัทดังกล่าวต้องจ่ายค่าใช้สิทธิในสถานีบริการน้ำมันดังกล่าวให้แก่โจทก์เป็นรายเดือน และแต่ละเดือนบริษัทดังกล่าวต้องซื้อน้ำมันและผลิตภัณฑ์ของโจทก์ไม่น้อยกว่าปริมาณที่กำหนดไว้ในสัญญา มิฉะนั้นจะต้องจ่ายค่าปรับตามอัตราที่ตกลงกัน นอกจากนี้ผู้ใช้บริการมีเพียงสิทธิอาศัยในสถานีบริการน้ำมันและ ที่ดิน โดยไม่ต้องจ่ายค่าตอบแทน สัญญาดังกล่าวจึงไม่ได้มีสาระสำคัญเช่นเดียวกับการเช่า และไม่อาจถือได้ว่าค่าใช้สิทธิตามสัญญาดังกล่าวรวมค่าเช่าโรงเรือนอยู่ด้วย ที่ศาลภาษีอากรกลางวินิจฉัยว่า ค่าใช้สิทธิที่โจทก์ได้รับเป็นค่าเช่าส่วนหนึ่ง ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ปัญหาต่อไปมีว่า ค่ารายปีของโรงเรือนพิพาทควรเป็นเท่าใด ข้อเท็จจริงที่คู่ความนำสืบรับกันฟังได้ว่า พนักงานเจ้าหน้าที่ของจำเลยเห็นว่าเงินค่าใช้สิทธิดำเนินการสถานีบริการน้ำมันที่โจทก์ได้รับจากบริษัทไฮ - ปิโตร จำกัด นั้นไม่ใช่ค่าเช่า จึงคำนวณค่ารายปีตามลักษณะของทรัพย์สิน ขนาดพื้นที่ ทำเลที่ตั้ง และบริการสาธารณะที่ทรัพย์สินนั้นได้รับ โดยนำค่าเช่า ที่ดิน ที่โจทก์ชำระให้เจ้าของ ที่ดิน มารวมคำนวณเป็นส่วนหนึ่งของค่ารายปีด้วย คิดเป็นค่ารายปีเฉลี่ยเป็นเงิน 24.45 บาท ต่อตารางเมตรต่อเดือน โจทก์ยื่นคำร้องขอพิจารณาการประเมินใหม่โดยอ้างว่าโรงเรือนใกล้เคียงกับโรงเรือนพิพาท พนักงานเจ้าหน้าที่ประเมินค่ารายปีเฉลี่ยในอัตรา 20.17 บาท ต่อตารางเมตรต่อเดือน ต่อมาผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครกำหนดค่ารายปีสำหรับโรงเรือนพิพาทดังกล่าวใหม่ เนื่องจากคณะกรรมการพิจารณาคำร้องขอให้พิจารณาการประเมินใหม่ เห็นว่า การที่พนักงานเจ้าหน้าที่นำค่าเช่า ที่ดิน ที่โจทก์ชำระให้เจ้าของ ที่ดิน มากำหนดเทียบเป็นค่ารายปีไม่ถูกต้อง การกำหนดค่ารายปีต้องพิจารณาจากสภาพแวดล้อมและโรงเรือนใกล้เคียง รวมทั้งบริการสาธารณะที่ทรัพย์สินนั้นได้ประโยชน์ แต่พนักงานเจ้าหน้าที่ไม่ได้มีการนำโรงเรือนมาเทียบประกอบการพิจารณากำหนดค่ารายปี จึงกำหนดค่ารายปีเฉลี่ย 20.20 บาท ต่อตารางเมตรต่อเดือน เป็นค่ารายปี 970,206 บาท เห็นว่า โรงเรือนของโจทก์และ ที่ดิน ต่อเนื่องมีพื้นที่ 4,002 ตารางเมตร ผู้ว่าราชการของจำเลยกำหนดค่ารายปีใหม่คำนวณเฉลี่ยเป็นค่ารายปี 20.20 เมตร ต่อตารางเมตรต่อเดือน ใกล้เคียงกับค่ารายปีโดยเฉลี่ยของโรงเรือนที่อยู่ในพื้นที่บริเวณเดียวกับโรงเรือนพิพาท จึงเป็นอัตราที่เหมาะสมแล้ว ที่ศาลภาษีอากรกลางพิพากษาให้ยกคำขอของโจทก์เกี่ยวกับโรงเรือนพิพาทดังกล่าว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล อุทธรณ์ข้อนี้ของโจทก์ฟังไม่ขึ้นเช่นกัน พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10251/2546 บริษัทเอสโซ่ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) โจทก์ กรุงเทพมหานคร จำเลย ป.วิ.พ. ม. 142 , ม. 183 พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 ม. 8 , ม. 18